ภารโรง เล่านาทีกราดยิงเทพศิรินทร์ เผยท่าทีผู้ก่อเหตุดูนิ่ง สงบ เดินยิงมาเรื่อย ๆ ไม่ตื่นตระหนก เดินข้ามตึกไปยังยิงต่อ ชี้ตั้งใจปลิดชีพหนีผิด

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานความคืบหน้ากรณีกราดยิงเทพศิรินทร์ ซึ่งเมื่อรวมปู่กับย่าของผู้ก่อเหตุ พบเสียชีวิตรวม 8 รายจากเหตุการณ์นี้
ด้านทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้พูดคุยกับภารโรงของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นบริเวณชั้น 6 ของตึก 5 ซึ่งเป็นอาคารเรียนของชั้น ม.1 - ม.3
ตอนนั้นตนอยู่ชั้นล่างใกล้อาคาร จึงไม่เห็นช่วงแรกที่ลงมือ แต่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นนัด ๆ เรื่อย ๆ ไม่ได้ยิงรัวต่อเนื่อง แต่มีเสียงดังต่อเนื่อง ทำให้แน่ใจว่าเกิดเหตุร้าย ตนกับเจ้าหน้าที่คนอื่นจึงรีบวิ่งไปช่วยปิดประตูทางเข้า-ออกด้านหลังโรงเรียน เพื่อความปลอดภัย
จากนั้นผู้ก่อเหตุเดินลงบันไดมาชั้นล่าง โดยถืออาวุธปืนข้ามไปยังตึก 4 ซึ่งเป็นอาคารเรียน ม.ปลาย เดินผ่านหน้าตนไประยะประชิด
![กราดยิงเทพศิรินทร์ กราดยิงเทพศิรินทร์]()

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
ตนสังเกตว่า ท่าทางของผู้ก่อเหตุดูสงบนิ่ง เดินเฉย ๆ ไม่ปรากฏอาการตื่นตระหนก วิ่ง หรือมีท่าทีหวาดกลัวใด ๆ แม้แต่ตอนเห็นตำรวจที่เริ่มเดินทางมา ผู้ก่อเหตุก็แค่เดินเลี่ยงขึ้นบันไดไปชั้นบนของตึก 4 และมีเสียงปืนดังอีก 2 นัด จากนั้นเหตุการณ์สงบลง โดยคาดว่าเนื่องจากกระสุนปืนหมด
ภารโรงเผยว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องเรียน หรือความขัดแย้งว่ามีมูลเหตุจูงใจจากการกลั่นแกล้งในโรงเรียนหรือไม่ แต่จากที่ทำงานมา 20 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงลักษณะนี้มาก่อน ในส่วนมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน ปกติจะมีครูเวรคอยดูแลทางเข้า ใช้วิธีสแกนใบหน้าเพื่อบันทึกการมาเรียนของนักเรียนเท่านั้น ไม่ได้มีเครื่องตรวจจับโลหะ หรือเครื่องสแกนอาวุธที่ประตูทางเข้า
ขณะที่ นายฝอยทอง เชิญยิ้ม เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เผยว่า ตนมีลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ม.1 ที่โรงเรียนนี้ หลังเกิดเหตุกราดยิงก็รีบมาที่โรงเรียนทันที โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปในตัวอาคาร พบว่าผู้ก่อเหตุถือปืนไล่ยิง จากอาคาร 5 ต่อเนื่องมายังอาคาร 4 ทำให้บางห้องเรียนรีบปิดประตู ล็อกห้อง
![กราดยิงเทพศิรินทร์ กราดยิงเทพศิรินทร์]()

ภาพจาก เที่ยงวันทันเหตุการณ์
พบว่าตามระเบียงและบันไดมีผู้บาดเจ็บนอนอยู่ ขณะที่บางส่วนวิ่งหนีตายออกมาขอความช่วยเหลือ ทางตำรวจจึงเข้าปิดล้อมพื้นที่และพยายามเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่ผู้ก่อเหตุกราดยิงพยายามวิ่งหลบไประเบียง ก่อนใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเอง
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าทำ CPR ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลในละแวกใกล้เคียง โดยจากการตรวจค้นกระเป๋า พบกระสุนปืนบรรจุอยู่ในแมกกาซีน และยังมีกระสุนปืนอยู่ในกระเป๋าอีกประมาณ 38 นัด






