พ่อขุดหลุมศพให้ลูก 2 ขวบ พาลงไปนอนให้คุ้นชินกับความตาย หลังป่วยตั้งแต่เกิด สังคมสะเทือนใจ ผ่านไป 9 ปี จากหลุมสุดเศร้า ถูกเปลี่ยนเป็นสวนนำโชค

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ เผยเรื่องราวของพ่อชาวจีนรายหนึ่ง ที่เลือกจะขุดหลุมศพเตรียมไว้ให้ลูกสาววัย 2 ขวบ ที่ป่วยเป็นธาลัสซีเมียตั้งแต่กำเนิด พร้อมพาลูกน้อยลงไปนอนในหลุมด้วยกัน ฝึกให้ลูกได้คุ้นชินกับสถานที่พำนักแห่งสุดท้ายนี้ เพื่อที่เธอจะได้ไม่หวาดกลัวต่อความตายเมื่อเวลานั้นมาถึง
อย่างไรก็ตาม มาวันนี้ภาพหลุมศพที่บีบหัวใจของคนทั้งชุมชน ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนดอกไม้อันงดงามแล้ว ภายหลังจากที่เด็กหญิงฟื้นตัวอย่างน่าอัศจรรย์

ภาพจาก Sohu
สำหรับเรื่องราวของ จางซินเล่ย เด็กหญิงจากเมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ปรากฏเป็นข่าวครั้งแรกเมื่อปี 2560 โดยเด็กหญิงเกิดมาพร้อมกับโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ทำให้เธอจำเป็นต้องได้รับการถ่ายเลือดตลอดชีวิต โรคดังกล่าวยังทำให้เสี่ยงต่อพัฒนาการล่าช้า และภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับหัวใจ
อาการป่วยทำให้เด็กหญิงต้องโดดเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ เธอมักจะเล่นอยู่ตามลำพังกับลูกสุนัขหรือกองทรายของเพื่อนบ้าน

ภาพจาก Sohu
แม้การปลูกถ่ายสเตมเซลล์จะสามารถรักษาโรคนี้ได้ แต่การหากผู้บริจาคที่เข้ากันได้ยังเป็นความท้าทายสำหรับผู้ป่วยจำนวนมาก อีกทั้ง จางลี่หยง พ่อของเด็กหญิง ยังมีรายได้เพียงเดือนละ 2,500 หยวน (ราว 12,000 บาท) เท่านั้น ในขณะที่ค่ารักษาพยาบาลของลูกสาวในช่วง 2 ปีนั้น สูงเกิน 140,000 หยวน (ราว 682,000 บาท) ทำให้เงินเก็บของครอบครัวหมดลง แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านจะช่วยกันบริจาคให้ก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ในเดือนมิถุนายน 2560 นายจางจึงขุดหลุมศพในที่ดินของครอบครัว และมักจะพาลูกสาววัย 2 ขวบ ไปนอนและเล่นด้วยกันในหลุมนั้น

ภาพจาก Sohu
เขาเรียกหลุมนี้ว่าเป็น "ที่พำนักสุดท้าย" ของลูกสาว หวังว่าการทำให้เธอคุ้นเคยกับหลุมนี้ จะช่วยให้ลูกไม่หวาดกลัวต่อความตายอีกต่อไป ภรรยาของเขาเองก็วางป้ายไว้ใกล้ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือจากสาธารณะชน
อย่างไรก็ตาม ภาพของครอบครัวที่พาลูกสาวลงไปนอนในหลุม กลับเรียกปฏิกิริยาที่หลากหลายจากสังคม ในขณะที่บางส่วนเห็นใจและเรียกร้องให้รัฐบาลยื่นมาเข้าช่วยเหลือ ยังมีบางคนที่วิจารณ์ว่าสิ่งที่พ่อเด็กทำ เป็นเรื่องผิดจารีตและเอาอาการป่วยของลูกมาเรียกร้องความสนใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องของครอบครัวได้รับความสนใจจากทั่วประเทศ ในที่สุดก็มีการตั้งแคมเปญระดมเงินค่ารักษาแก่เด็กหญิง รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นก็เข้ามาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลส่วนใหญ่ให้ ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนสิงหาคม 2560 น้องสาวของ จางซินเล่ย ได้ลืมตาดูโลก จึงมีการเก็บเลือดจากสายสะดือไว้
ต่อมา จางซินเล่ยได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายสเตมเซลล์จากเลือดสายสะดือของน้องสาว การผ่าตัดใช้เวลานานถึง 8 ชั่วโมง และหลังจากการพักฟื้นอันยาวนาน ในที่สุดผลเลือดของเธอก็กลับมาเป็นปกติ เด็กหญิงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการปลูกถ่ายเลือดทุกเดือนอีกต่อไป เพียงแค่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูร่างกายเป็นประจำเท่านั้น
นอกจากนี้ ต่อมาเถ้าแก่ในท้องถิ่นรายหนึ่งก็ได้ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการรักษาส่วนนี้ให้ ทำให้ครอบครัวสามารถโฟกัสกับการดูแลลูกสาวได้เต็มที่
จากภาพถ่ายไม่นานมานี้ เผยให้เห็นชีวิตประจำวันของจางซินเล่ย ที่แม่ของเธอเปิดเผยกับสื่อว่า ผลการตรวจร่างกายของลูกสาว บ่งบอกว่าเด็กหญิงมีสุขภาพที่ดีแล้ว ปัจจุบันเธอเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาแล้ว จางซินเล่ยเติบโตมาอย่างร่าเริง เป็นเด็กหญิงที่ชื่นชอบการวาดรูปและการเต้นรำ รวมถึงยังเป็นเด็กเรียนดีด้วย
เมื่อลูกสาวหายป่วย พ่อแม่จึงเปลี่ยนหลุมศพที่เคยขุดไว้ ให้กลายมาเป็นสวนดอกทานตะวัน โดยผู้เป็นแม่เรียกสวนแห่งนี้ด้วยความรักว่าเป็น "สวนวิเศษของซินเล่ย" โดยเชื่อว่าจะนำโชคดีมาสู่ครอบครัว
ทางด้านชาวเน็ตที่ได้ทราบข่าวล่าสุดของเด็กหญิง ต่างพูดถึงเรื่องราวนี้ด้วยความยินดี เช่น "นี่คือข่าวดีที่สุดที่ฉันเห็นในปีนี้เลย นี่แหละคือสิ่งที่การกุศลและการสนับสนุนจากสังคมควรจะเป็น"
และ "เด็กคนนี้เคยอยู่ในหลุมศพมาแล้วครั้งหนึ่ง ช่วงเวลานั้นผ่านพ้นไปแล้ว ขอให้น้องซินเล่ยมีชีวิตที่ราบรื่นต่อจากนี้ไป"
ขอบคุณข้อมูลจาก SCMP






