ลูกชายไม่อยากเรียน เลยถูกพ่อส่งไปเป็นไรเดอร์ แค่ 20 วันรู้เรื่อง เจอทั้งแดด ความกดดัน รู้แล้วชีวิตไม่ได้ กลายเป็นบทเรียนชีวิต
![ไรเดอร์ ไรเดอร์]()
![ไรเดอร์ ไรเดอร์]()
ภาพจาก Douyin
สำหรับ เฮ้าเจี๋ย ผู้เป็นพ่อ เดิมเป็นคนต่างถิ่น แต่มาตั้งรกรากและทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่มณฑลเจ้อเจียงนานกว่า 7 ปีแล้ว ขณะที่ลูกชายวัย 14 ปี ขี้เกียจเรียน แถมยังประชดพ่อว่า "อย่างมากก็ไปส่งอาหาร" ด้วยเหตุนี้ เฮ้าเจี๋ย ผู้เป็นพ่อ จึงให้ลูกชายไปลองใช้ชีวิตเป็นไรเดอร์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าการเลี้ยงชีพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
![ไรเดอร์ ไรเดอร์]()
ภาพจาก Douyin
"เขา (ลูกชาย) กังวลไปทุกอย่าง ขณะที่ผมผ่อนคลายสุด ๆ" เฮ้าเจี๋ย เผย
![ไรเดอร์ ไรเดอร์]()
ภาพจาก Douyin
![ไรเดอร์ ไรเดอร์]()
ภาพจาก Douyin
นอกจากนี้การได้นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกันทั้งวันนั้น ยังทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น จากพ่อลูกที่เคยเหินห่างกันมานานหลายปี และลูกชายที่ค่อนข้างกลัวพ่อ จงใจหลบหน้า ตอนนี้ก็เริ่มกล้าที่จะแสดงอารมณ์ต่าง ๆ และเต็มใจจะปรึกษาพ่อเมื่อเจอเรื่องต่าง ๆ แล้ว
![ไรเดอร์ ไรเดอร์]()
ภาพจาก Douyin

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากลูก ๆ จะบ่นไม่อยากเรียน หรือแสดงพฤติกรรมดื้อรั้นในบางครั้ง ซึ่งก็คงต้องเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ในการสั่งสอน ด้วยเหตุนี้พ่อรายหนึ่งจึงจัดบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญให้ลูกชายวัย 14 ปี เมื่อเจ้าหนูบ่นว่าไม่อยากเรียน และประชดพ่อว่า "อย่างมากก็ไปส่งอาหาร" งานนี้เลยได้ไปเป็นไรเดอร์ส่งอาหารสมใจ

ภาพจาก Douyin
จากรายงานของเว็บไซต์ Bastille Post เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เผยว่า ไม่นานมานี้ในชุมชนออนไลน์ของจีนมีกระแสการพูดถึงคลิปของ "คลิปลูกชายจอมขี้เกียจ ที่มาลองใช้ชีวิตเป็นไรเดอร์ 30 วัน" โดยในคลิปเผยให้เห็นพ่อรายหนึ่งจากมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ที่พาลูกชายชั้น ม.1 วัย 14 ปี ไปทำอาชีพไรเดอร์ วิ่งส่งอาหารท่ามกลางอากาศร้อนจัด เพื่อให้เจ้าหนูสัมผัสความเหนื่อยยากจากการทำงาน
สำหรับ เฮ้าเจี๋ย ผู้เป็นพ่อ เดิมเป็นคนต่างถิ่น แต่มาตั้งรกรากและทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่มณฑลเจ้อเจียงนานกว่า 7 ปีแล้ว ขณะที่ลูกชายวัย 14 ปี ขี้เกียจเรียน แถมยังประชดพ่อว่า "อย่างมากก็ไปส่งอาหาร" ด้วยเหตุนี้ เฮ้าเจี๋ย ผู้เป็นพ่อ จึงให้ลูกชายไปลองใช้ชีวิตเป็นไรเดอร์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าการเลี้ยงชีพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ภาพจาก Douyin
โดย เฮ้าเจี๋ย จงใจเลือกช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด และตั้งกติกาสุดเข้มงวด เขาจะให้เงินทุนแก่ลูกชายแค่ 100 หยวน (ราว 490 บาท) เท่านั้น ส่วนที่เหลือ ไม่ว่าจะรับออร์เดอร์เท่าไหร่ จะไปส่งยังไง ตลอดจนการคำนวณรายรับ-รายจ่ายในแต่ละวัน ลูกชายต้องคำนวณเองทั้งหมด โดยที่พ่อจะช่วยขับรถให้เท่านั้น
"เขา (ลูกชาย) กังวลไปทุกอย่าง ขณะที่ผมผ่อนคลายสุด ๆ" เฮ้าเจี๋ย เผย
ตลอดเวลาเกือบ 20 วันที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ลูกชายเผชิญแดดร้อนจัดเป็นเวลานาน เขาต้องวิ่งรถไปทั่วเมือง แถมยังต้องเจอกับแรงกดดันในการส่งอาหาร จากเดิมที่คิดว่าเป็นงานง่าย ๆ เมื่อได้ลงมือทำจริงก็รู้แล้วว่าชีวิตคนทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ภาพจาก Douyin
บางครั้งเด็กชายที่ทั้งเหนื่อยและกดดันก็อารมณ์เสียหนักมาก แต่หลังจากทำไปเรื่อย ๆ เด็กชายก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากเด็กที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะคิดคำนวณอย่างรอบคอย ค่อย ๆ ปรับอารมณ์ภายใต้ความกดดันและอากาศร้อนจัด และมีความอดทนขึ้นมาก

ภาพจาก Douyin
ที่น่าสนใจคือ การให้ลองไปลำบากครั้งนี้ แม้จะไม่ได้ช่วยให้ลูกชายรักการเรียนขึ้นมาทันที แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า เฮ้าเจี๋ยมองว่าลูกชายมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านทักษะการใช้ชีวิต และความสามารถในการอดทนต่อแรงกัดดัน รวมถึงความเข้าใจต่อสังคมจริง ๆ
นอกจากนี้การได้นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกันทั้งวันนั้น ยังทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น จากพ่อลูกที่เคยเหินห่างกันมานานหลายปี และลูกชายที่ค่อนข้างกลัวพ่อ จงใจหลบหน้า ตอนนี้ก็เริ่มกล้าที่จะแสดงอารมณ์ต่าง ๆ และเต็มใจจะปรึกษาพ่อเมื่อเจอเรื่องต่าง ๆ แล้ว

ภาพจาก Douyin
จากพ่อลูกที่เคยห่างเหิน ตอนนี้ก็ได้กลับมาทำความเข้าใจกันอีกครั้ง เรียกว่าแม้จะยังไม่รู้ว่าจากนี้ลูกชายจะกลับไปตั้งใจเรียนหรือไม่ แต่บทเรียนชีวิตครั้งนี้ก็ได้มอบสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าให้แล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก Bastille Post, Sohu






