แม่ใจสลาย ลูกเข้าโรงพยาบาลเพราะกะโหลกร้าว เลือดซึมชั้นเยื่อหุ้มสมอง หมอก็ช่วยสุดชีวิต รอคำชี้แจงจากโรงพยาบาล ซึ่งออกมาเรียบร้อยแล้ว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Sasikan Pangpongsa Aia
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เฟซบุ๊ก Sasikan Pangpongsa Aia มีการโพสต์ข้อความถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังจากที่นำลูกไปรักษา แต่ประสบปัญหาจนอาจเกิดเหตุเศร้า ข้อความทั้งหมด มีดังนี้
ลูกเราประสบเหตุอุบัติเหตุ ส่งตัวมาจากโรงพยาบาลเอกชน เพราะมีกระโหลกร้าว และเลือดซึมชั้นเยื้อหุ้มสมองในวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 20:00 พร้อมแผ่นซีดีเอ็กซเรย์สมอง เข้าพักรักษาตัว ไม่มีเครื่องมือติดให้ตามตัว งดน้ำอาหารให้นอนรอสังเกตอาการ 48 ชม ไม่เอ็กซเร CT แสกนเพิ่ม
ลูกเรามีอาการ ตอบโต้ได้ เดินเข้าห้องน้ำได้ แต่จะนอนตลอดเวลา เรียกลุกก็จะบอกปวดหัว ลุกไม่ไหว
แจ้งพยาบาล ถามตลอด ทำไมลูกเราไม่ลุกขึ้นเลย นอนอย่างเดียว ได้คำตอบน้องอาจจะปวดหัวจากการกระทบกระเทือน ระหว่างนั้นเราแจ้งพยาบาลทำไมเรียกน้องแล้วไม่ค่อยตื่น พยาบาลมาเขย่าให้ ก็มีรู้สึกตัวขึ้นมา
ขอยาแก้ปวดประมาณ 15:00 แจ้งว่าน้องปวดหัวในวันที่ 18สิงหาคม แต่ไม่มีพยาบาลมา จนน้องนอนหลับไป เวลา 18:00 แม่ขอยาแก้ปวดให้น้องอีกรอบ นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รับยาแก้ปวด
ถามพยาบาลไป ขอแก้ปวดไป 15:00 ไม่เห็นมาฉีด พยาบาลแจ้งว่าคนนั้นน่าจะออกเวร แล้ว น่าจะลืม?
ใช้คำว่าลืม กับชีวิตคน
จนเช้าวันที่ 19 สิงหาคม ช่วงเช้าลูกยังสามารถตอบโต้แม่ได้แต่เวลาแม่เปลี่ยนเสื้ิอผ้า ผ้าปูที่นอน น้องฉี่ราดแบบไม่รู้ตัว พอถามน้อง น้องบอกไม่ได้ฉี่ (นั่นเอ๊ะครั้งที่ 1 ของวันนั้น)
พยาบาลเข้าล้างแผล น้องล้างแผลตอบโต้พยาบาลได้ เช้านั้นขอนั่งอยู่ที่เตียงจะขอคุยกับคุณหมอขอ CT แสกน
ปกติหมอมาเช้า แต่วันนั้นมาช้าน่าจะติดเคส หลังจากนั้น 1 ชม. น้องมีอาการแบบหลับลึก เรียกปลุกไม่ตื่น น้ำตาไหลตลอดเวลา ตัวแม่เองก็คิดว่าลูกหลับ จนใจคอไม่ดี ไปแจ้งพยาบาลให้ดูน้อง น้องเรียกไม่หือไม่อือเลย พยาบาลแจ้งว่า ค่ะ รอคุณหมอนะคะ คุณหมอมาแล้ว
รอตรวจจนถึงเตียงที่ 21 ผ่านไป 20-30 นาที คุณหมอถึงเตียงเข้าตรวจ ตกใจทำไมน้องนอนนิ่ง ปลุกไม่ตื่น ขอแม่ใส่ท่อ และปั้มหัวใจทันที
พอลูกเรามีชีพขจรขึ้นมา ได้นำไป CT แสกน ผลมีเลือดออกที่สมอง จุดใหม่ คุณหมอเตรียมส่งผ่าตัดทันที แต่ระหว่างนั้นลูกเราได้เกิดหัวใจหยุดเต้น ปั้มหัวใจอยู่ 4 ครั้ง ได้ชีพขจรขึ้นมา แล้วรีบนำไปผ่าตัด ตอนนี้ผ่าตัดเรียบร้อย แต่อาการขั้นวิกฤตหนัก คุณหมอแจ้งว่าเคส 1 ใน 100 เฉียบพลันมากจริง ๆ ส่งให้หัวใจทำงานผิดปกติ
ตอนนี้เราลุ้นชั่วโมงต่อชั้นโมงให้ลูกดีขึ้น คุณหมอให้ทำใจ แต่เราก็แอบหวังให้ลูกฟื้นคุณมา ไม่เต็ม100 แม่ก็เอา
อยากตั้งคำถามกับทางพยาบาล เราแจ้งคุณไป ทำไมถึงไม่ใส่ใจถึงชีวิตคน จิตใจคุณทำด้วยอะไร อยากเป็นพยาบาล แต่คนไข้ขอความช่วยเหลือ กลับเพิกเฉย ทำให้การรักษาล่าช้าลงไป
เมื่อวานช่วงบ่ายคุณหมอได้รับคำสารภาพจากพยาบาล ว่าเราไปขอคำช่วยเหลือถึง 3 ครั้งจริง คุณหมอขอโทษกับบุคลากร จะนำไปปรับ ขอเลือกแบบชำนาญการกว่านี้
ขอบคุณคุณหมอที่ช่วยเหลือลูกถึงที่สุด ให้ยาช่วยเหลือหมดทุกตัวรอหัวใจน้องตอบสนอง จิตใจคนเป็นแม่ตอนนี้ จะแตกสลายแล้ว
โรงพยาบาลชี้แจงแล้ว
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้น รอคำชี้แจงจากโรงพยาบาลอีกครั้ง ซึ่งโรงพยาบาลชี้แจงว่า เบื้องต้นแม่ได้รับการชี้แจงจากทางผู้บริหาร รพ. แพทย์เจ้าของไข้และบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน หอผู้ป่วยดังกล่าว
ทาง รพ. ได้แสดงความเสียใจและไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทาง รพ. ได้ทำการทบทวนขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียดแล้วพบว่า ในขณะที่น้องเข้ารับการเฝ้าระวังภาวะทางสมองอยู่นั้น น้องมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจเพิ่มขึ้นมา ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยแต่รุนแรงมาก และถึงแม้จะได้รับการรักษาเร็วกว่านี้อาการของน้องก็อาจจะไม่ตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งทางทีมแพทย์หลายสาขาได้เข้ามาช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่แล้ว






