โค้ชชิน โยชิดะ แจงชัด ไม่ได้ทิ้งทีมชาติญี่ปุ่นมาไทย แต่สัญญาสิ้นสุด ก่อนได้รับโอกาสจากทีมชาติไทย ยันเคารพทีมญี่ปุ่นเสมอ แต่ในฐานะสต๊าฟทีมไทย ก็ต้องทำเต็มที่ - บีม พิมพิชยา โผล้เมนต์ทันที

เป็นอีกคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวอลเลย์บอลหญิงไทย สำหรับ ชิน โยชิดะ (Shin Yoshida) หรือ โค้ชชิน นักวิเคราะห์สถิติชาวญี่ปุ่น หนึ่งในสต๊าฟโค้ชทีมไทย ที่มีส่วนสำคัญในการพา ไทย เฉือนชนะเจ้าภาพ จีน ในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 จนคว้าแชมป์เอเชีย รวมถึงตั๋วไปโอลิมปิกในปี 2028
โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2568 โค้ชชิน เคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์สถิติและล่ามให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงญี่ปุ่น ก่อนจะย้ายมาทำงานเป็นโค้ชของทีมไทย ดังนั้นจึงเริ่มมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางฝั่งญี่ปุ่น ท่ามกลางดราม่าที่พูดถึงเหล่าผู้ที่เกี่ยวข้อง หลัง ญี่ปุ่น แพ้ ไทย ในรอบก่อนหน้า
ล่าสุด (31 สิงหาคม 2569) โค้ชชิน โพสต์ชี้แจงเป็นภาษาญี่ปุ่น ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า

ภาพจาก Instagram shin yoshida22
"ขอให้ผมได้พูดความรู้สึกด้วยคำพูดของผมเองสักครั้ง ช่วงนี้ผมเจอคอมเมนต์และข้อความ DM บนโซเชียลมีเดีย ที่บอกว่า 'ผมลาออกจากทีมชาติญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แล้วย้ายมาทีมชาติไทย' มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงมีข้อความที่เป็นข้อมูลผิด ๆ และการคาดเดา ซึ่งเป็นการกล่าวหาส่งมาถึงผมเช่นกัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผมเลย ที่ต้องเจอกับคำวิจารณ์หรือคำดูหมิ่น จากข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงมาอย่างต่อเนื่อง
ผมคิดว่ามันยากที่จะปล่อยผ่านโดยไม่พูดอะไรเลย ผมจึงอยากใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยคำพูดของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อวิจารณ์หรือตำหนิใคร แต่เพื่อแก้ไขเรื่องที่มีการเข้าใจผิดกัน
ในปี 2568 ผมทำงานเป็นนักวิเคราะห์และล่ามให้กับทีมชาติญี่ปุ่น ขณะนั้นมีการทำสัญญาแบบมีกำหนดระยะเวลา และเมื่อหมดสัญญา ก็ไม่ได้มีการต่อสัญญา
จุดนี้ผมอยากทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า การออกจากทีมชาติญี่ปุ่น ไม่ใช่การตัดสินใจของตัวผมเอง แต่เนื่องจากไม่ได้รับคำอธิบายเหตุผลที่ชัดเจน ผมเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมถึงไม่ได้ต่อสัญญา
หลังจากนั้น สมาคมวอลเลย์บอลไทยและหัวหน้าโค้ชที่ทราบสถานการณ์ของผม ได้ติดต่อมาและให้โอกาสผมได้ทำงานกับทีมชาติไทย
![ชิน โยชิดะ ชิน โยชิดะ]()

ภาพจาก Instagram shin yoshida22
กล่าวคือ ไม่ใช่ว่าผมเลือกออกจากทีมชาติญี่ปุ่นเอง แล้วตัดสินใจย้ายไปทีมชาติไทย แต่สัญญากับทีมชาติญี่ปุ่นหมดอายุลง และสัญญาฉบับต่อไปไม่ได้รับการต่ออายุ จากนั้นทีมชาติไทยจึงได้มอบโอกาสใหม่ให้ผม นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมสามารถบอกได้
ในขณะเดียวกัน มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่อยากให้เข้าใจผิด ผมไม่ได้มีความรู้สึกในแง่ลบต่อสมาคมวอลเลย์บอลญี่ปุ่นหรือทีมชาติญี่ปุ่นแต่อย่างใด ช่วงเวลาที่ได้ทำงานร่วมกับทีมชาติญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่มีค่าอย่างแท้จริงสำหรับผม ผมได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากนักกีฬาและสตาฟฟ์ที่ได้พบเจอที่นั่น
โดยเฉพาะทีมโค้ช พวกเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังคงยื่นมือช่วยเหลือเมื่อผมเจอปัญหา พวกเขาคือเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่ผมชื่นชม และผมยังรู้สึกขอบคุณต่อทุกคนที่เคยร่วมงานกันเสมอ
![ชิน โยชิดะ ชิน โยชิดะ]()

ภาพจาก Instagram shin yoshida22
ปัจจุบันผมทำงานเป็นโค้ชให้กับทีมชาติไทย เมื่อต้องแข่งกับญี่ปุ่น ในฐานะคู่แข่ง ผมก็จะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อให้ไทยชนะ นั่นคืองานของผมในตอนนี้ และเป็นความรับผิดชอบของผมในฐานะมืออาชีพ
แต่การทุ่มเทอย่างเต็มที่ในสนาม กับความเคารพที่มีต่อวงการวอลเลย์บอลญี่ปุ่นนั้น เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงสำหรับผม
ที่ผมเล่าเรื่องนี้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะอยากวิจารณ์ใคร หรืออยากขัดแย้งกับใครทั้งนั้น เพียงแค่รู้สึกว่าจำเป็นต้องพูดความจริงจากปากตัวเอง เนื่องจากผมยังคงถูกดูหมิ่นด้วยความเข้าใจผิดมาอย่างต่อเนื่อง
![ชิน โยชิดะ ชิน โยชิดะ]()

ภาพจาก Instagram shin yoshida22
ความรู้สึกขอบคุณต่อช่วงเวลาที่ได้อยู่กับทีมชาติญี่ปุ่น และความเคารพต่อวงการวอลเลย์บอลญี่ปุ่นนั้น ไม่เคยเปลี่ยนแปลงจนถึงตอนนี้
และตอนนี้ ผมก็ตั้งใจทำงานที่ตัวเองทำได้อย่างเต็มที่ ด้วยความขอบคุณและความรับผิดชอบต่อทีมชาติไทยที่ต้องการตัวผม ผมจะยินดีมากหากท่านยอมรับสิ่งที่ผมบอกเล่าในครั้งนี้ ในฐานะข้อเท็จจริงครับ
ชิน โยชิดะ"
ขณะที่ บีม พิมพิชยา เข้ามาคอมเมนต์ต่อทันทีว่า "ฉันรู้ว่าคุณผ่านมันมาได้ยากแค่ไหน และคุณเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของคุณแล้ว คุณจะได้ไปโอลิมปิก !!!!!!!"

ภาพจาก Instagram shin yoshida22

ภาพจาก Instagram shin yoshida22






