ผู้ปกครองเตือนภัย เผยสาเหตุนักศึกษาตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพเยอะ พบโดนขู่ด้วยจิตวิทยา นำเอกสารราขการปลอม ใช้ชื่อตำรวจจริงมาอ้าง ชาวเน็ตแห่แนะจุดสังเกตให้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

วันที่ 7 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict โพสต์เรื่องราวเตือนภัยนักศึกษา หลังผู้ปกครองรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ ลูกสาวตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยส่วนหนึ่งที่หลงเชื่อเพราะถูกใช้กลวิธีทางจิตวิทยาและน้ำเสียงดุดันสร้างความหวาดกลัว พร้อมส่งเอกสารปลอมและแอบอ้างชื่อบุคคลที่เป็นตำรวจ ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่ามีตัวตนจริง จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมโอนเงิน โชคดีที่ความเสียหายยังไม่มากไปกว่านี้
โพสต์ดังกล่าว ระบุว่า อยากมาแชร์และเล่าเรื่องราวว่า ทำไมนักศึกษาช่วงนี้ถึงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพกันเยอะ เพราะลูกเราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่โดนหลอก ตอนแรกเรายังดุลูกสาวอยู่เลยว่า ทำไมถึงไปเชื่อง่าย ๆ แต่พอลูกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พร้อมเปิดข้อความและเอกสารที่มิจฉาชีพส่งมาให้ดู ถึงได้เข้าใจว่ากลโกงครั้งนี้ไม่ได้ธรรมดาเลย
_5.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Drama-addict
มิจฉาชีพใช้วิธีหลอกตามมุกที่เด็ก ๆ มักเจอกัน แถมยังใช้น้ำเสียงดุดันและอาศัยจิตวิทยาในการพูดคุย ทำให้เด็กเกิดความกลัวและกังวลว่าจะมีความผิด ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ มิจฉาชีพยังทำหน้าบุ๊กแบงก์โดยใช้ชื่อของเหยื่อ หากไม่สังเกตให้ดี แทบไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นเอกสารปลอมนอกจากนี้ ยังมีการแอบอ้างชื่อบุคคลที่เป็นตำรวจ ซึ่งลูกเราลองตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างนั้นมีตัวตนจริง ยิ่งทำให้เด็กเชื่อและกลัวว่าตัวเองอาจมีความผิดกับเรื่องที่ไม่ได้ก่อ
นี่คือหลักฐานที่ลูกเราเจอ โชคดีที่ครั้งนี้ยังไม่เสียเงินมากไปกว่านี้ และหลังจากได้เงินไปแล้ว มิจฉาชีพก็รีบลบและเปลี่ยนโปรไฟล์ในไลน์ทันที
_5.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Drama-addict
_4.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Drama-addict
_3.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Drama-addict
จากความคิดเห็นของชาวเน็ต ส่วนหนึ่งมองว่าเอกสารที่มิจฉาชีพนำมาใช้ยังมีจุดสังเกตหลายอย่าง ทั้งรูปแบบเอกสารและฟอนต์ที่ไม่ตรงกับหนังสือราชการจริง พร้อมแนะนำให้ประชาชนจดจำไว้ว่า หากเป็นเรื่องทางคดีหรือตำรวจ โดยทั่วไปไม่ควรหลงเชื่อการติดต่อส่วนตัวผ่านโทรศัพท์หรือไลน์ และควรตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรงก่อนดำเนินการใด ๆ
อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่าไม่ควรกล่าวโทษเหยื่อ เพราะมิจฉาชีพมีทั้งข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ เทคนิคการพูด และประสบการณ์ในการวางแผนหลอกลวง โดยมักเลือกใช้เรื่องที่เป็นจุดอ่อนหรือความกังวลของแต่ละคนมาเป็นเครื่องมือ ดังนั้นแม้เอกสารปลอมบางครั้งอาจดูไม่แนบเนียน แต่ในสถานการณ์ที่เหยื่อกำลังตกอยู่ภายใต้ความกลัวและแรงกดดัน ย่อมมีโอกาสหลงเชื่อได้ง่าย จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ พร้อมย้ำว่าหากได้รับการติดต่อที่น่าสงสัย ควรหยุดการสนทนา ตั้งสติ และตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนทุกครั้ง






