เปิดตำนาน รัฐมนตรีเนียนเป็นสายสืบ ปลอมตัวเป็นคนป่วยไปสืบคดีทุจริตใน รพ. จับได้จัง ๆ โดนเรียกเงินเองกับตัว กลายเป็นเรื่องราวที่ยังถูกพูดถึง
![รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ]()
![รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ]()
ภาพจาก Parliament of Uganda
นางซาราห์ มาถึงแผนกผู้ป่วยนอกด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง ในเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อรับการรักษาในฐานะผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง เธอทำขั้นตอนต่าง ๆ เช่นเดียวกับผู้ป่วยทั่วไป รวมถึงการซื้อสมุด 32 หน้า เพื่อให้แพทย์ใช้บันทึกข้อมูลการรักษา
หลังพบแพทย์และแจ้งเรื่องอาการป่วย แพทย์แนะนำให้เธอเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจการทำงานของตับ เบาหวาน รวมถึงตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี แต่จากนั้นเธอถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการ และถูกนักเทคนิคการแพทย์ เรียกเงินก่อนจำนวน 150,000 ซิลลิงยูกันดา เพื่อทำการตรวจตามที่แพทย์แนะนำ
![รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ]()
ภาพจาก Parliament of Uganda
นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยพยาบาลอีกคนเข้ามาเรียกเงิน 5,000 ซิลลิง เพื่อจัดหาแถบทดสอบที่ใช้สำหรับตรวจเบาหวาน โดยอ้างว่าของหมดสต็อกที่โรงพยาบาล แต่หากจ่ายเงินเพิ่มก็จะจัดหามาให้ได้
ท้ายที่สุดเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนก็ถูกจับกุมจากการเรียกรับสินบนจากผู้ป่วย โดยเมื่อค้นตัวผู้ช่วยพยาบาล พบว่ามีเงินของกลางราว 87,300 ซิลลิง ที่เรียกเก็บมาจากผู้ป่วย ซึ่งนางซาราห์สามารถระบุธนบัตรที่เป็นของเธอได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมีการจดหมายเลขธนบัตรไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมาชื่นชมนางซาราห์ที่เปิดโปงเจ้าหน้าที่ทุจริตในครั้งนี้ กลับมีเสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลายรายที่เผยว่าพวกเขาทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ กลายเป็นแรงกดดันให้ต้องเรียกรับเงินจากผู้ป่วยเพื่อความอยู่รอด
ด้านนักเทคนิคการแพทย์ที่ถูกจับได้กล่าวขอโทษ พร้อมอ้างว่าทางโรงพยาบาลขาดแถบทดสอบกับน้ำยาหลายชนิดที่จำเป็นต้องใช้ในการตรวจจริง ๆ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลย้ำว่า องค์การคลังเวชภัณฑ์แห่งชาติยังไม่ได้จัดส่งเวชภัณฑ์บางรายการที่ทางโรงพยาบาลขาดแคลน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจหักล้างความผิดของเจ้าหน้าที่ทั้งสองคน โดยนางซาราห์ยืนยันว่าผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีข้อหาทุจริตต่อไป
![รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ รัฐมนตรีปลอมเป็นสายสืบ]()
ภาพจาก Parliament of Uganda

ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่จะเห็นเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสืบเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลหรือหลักฐาน จนนำไปสู่การลงโทษผู้กระทำผิด แต่ต้องยกให้เรื่องนี้เป็นตำนานอย่างแท้จริง เมื่อผู้ที่ปลอมตัวไปสืบคดีคือบุคคลระดับรัฐมนตรี จนกลายเป็นข่าวฮือฮา

ภาพจาก Parliament of Uganda
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศยูกันดา เมื่อปี 2560 โดย นางซาราห์ โอเพนดี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สวมฮิญาบและผ้าคลุมหน้าปลอมตัวเป็นผู้ป่วย เข้าไปใช้บริการที่โรงพยาบาล Naguru-China Friendship Hospital ซึ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อตรวจสอบเรื่องที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชน ว่ามักจะถูกเจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงินสำหรับบริการที่ไม่ควรมีค่าใช้จ่าย
นางซาราห์ มาถึงแผนกผู้ป่วยนอกด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง ในเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อรับการรักษาในฐานะผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง เธอทำขั้นตอนต่าง ๆ เช่นเดียวกับผู้ป่วยทั่วไป รวมถึงการซื้อสมุด 32 หน้า เพื่อให้แพทย์ใช้บันทึกข้อมูลการรักษา
หลังพบแพทย์และแจ้งเรื่องอาการป่วย แพทย์แนะนำให้เธอเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจการทำงานของตับ เบาหวาน รวมถึงตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี แต่จากนั้นเธอถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการ และถูกนักเทคนิคการแพทย์ เรียกเงินก่อนจำนวน 150,000 ซิลลิงยูกันดา เพื่อทำการตรวจตามที่แพทย์แนะนำ

ภาพจาก Parliament of Uganda
นางซาราห์อ้างว่ามีเงินไม่ครบ เธอให้เขาไป 100,000 ซิลลิง และขอให้เขาทำการตรวจ โดยจะนำเงินที่เหลือมาจ่ายให้เมื่อมีเงิน เขาจึงให้เบอร์โทรศัพท์มา
นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยพยาบาลอีกคนเข้ามาเรียกเงิน 5,000 ซิลลิง เพื่อจัดหาแถบทดสอบที่ใช้สำหรับตรวจเบาหวาน โดยอ้างว่าของหมดสต็อกที่โรงพยาบาล แต่หากจ่ายเงินเพิ่มก็จะจัดหามาให้ได้
ท้ายที่สุดเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนก็ถูกจับกุมจากการเรียกรับสินบนจากผู้ป่วย โดยเมื่อค้นตัวผู้ช่วยพยาบาล พบว่ามีเงินของกลางราว 87,300 ซิลลิง ที่เรียกเก็บมาจากผู้ป่วย ซึ่งนางซาราห์สามารถระบุธนบัตรที่เป็นของเธอได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมีการจดหมายเลขธนบัตรไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมาชื่นชมนางซาราห์ที่เปิดโปงเจ้าหน้าที่ทุจริตในครั้งนี้ กลับมีเสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลายรายที่เผยว่าพวกเขาทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ กลายเป็นแรงกดดันให้ต้องเรียกรับเงินจากผู้ป่วยเพื่อความอยู่รอด
ด้านนักเทคนิคการแพทย์ที่ถูกจับได้กล่าวขอโทษ พร้อมอ้างว่าทางโรงพยาบาลขาดแถบทดสอบกับน้ำยาหลายชนิดที่จำเป็นต้องใช้ในการตรวจจริง ๆ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลย้ำว่า องค์การคลังเวชภัณฑ์แห่งชาติยังไม่ได้จัดส่งเวชภัณฑ์บางรายการที่ทางโรงพยาบาลขาดแคลน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจหักล้างความผิดของเจ้าหน้าที่ทั้งสองคน โดยนางซาราห์ยืนยันว่าผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีข้อหาทุจริตต่อไป

ภาพจาก Parliament of Uganda
อนึ่ง ปัจจุบันพบว่า นางซาราห์ โอเพนดี ยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข และทำงานต่าง ๆ ในรัฐสภายูกันดา
ขอบคุณข้อมูลจาก monitor.co.ug






