ลูกชายสุดทน เปิดคลิปพี่เลี้ยงดูแลแม่ติดเตียง อ้างกายภาพบำบัด แต่ภาพที่เห็นทำใจแทบไม่ได้

          ลูกชายร่ำไห้ แฉพี่เลี้ยงมหาภัย อ้างกายภาพบำบัดล็อกคอ-กระชากแม่ป่วยติดเตียง อ้างสมองฝ่อต้องทำแรง พี่เลี้ยงโต้กลับเดือด ไม่มีใบอนุญาต แต่อ้างประสบการณ์ 24 ปี

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

          เกิดเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ หลังลูกชายของผู้ป่วยติดเตียงวัย 78 ปี ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของพี่เลี้ยงที่จ้างมาดูแลมารดา โดยอ้างว่าเป็นการทำกายภาพบำบัด แต่จากคลิปวงจรปิดกลับพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รายการโหนกระแส วันที่ 8 กันยายน 2569 ได้เชิญ "ปั้น" ลูกชายผู้เสียหาย, "วัล" ภรรยา, เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล มาร่วมพูดคุยในรายการ พร้อมทั้งต่อสายพูดคุยกับพี่เลี้ยงคนดังกล่าวและเลขาธิการสภากายภาพบำบัด เพื่อฟังความเห็นทางวิชาการ

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

จุดเริ่มต้นคือจ้างพี่เลี้ยงดูแลแม่ป่วยหลอดเลือดสมอง

          ปั้น เล่าว่า คุณแม่วัย 78 ปี ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบและมีภาวะสมองฝ่อ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 หลังออกจากโรงพยาบาลก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เมื่อคุณแม่ขอกลับมาอยู่บ้าน ครอบครัวจึงติดต่อหาพี่เลี้ยงผ่านเพจดูแลผู้สูงอายุ และได้ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อเล่นว่า "นับเดือน" อายุ 44 ปี มาทำงานแทนพี่เลี้ยงประจำที่ยังติดเคสเก่าอยู่ โดยนับเดือนอ้างว่าสามารถดูแลผู้ป่วยได้ครบทุกด้าน ทั้งอาบน้ำ ป้อนข้าว ป้อนยา และ "ทำกายภาพบำบัด"

          หลังทำงานทดลอง 6 วันแรกเป็นที่น่าพอใจ ครอบครัวจึงตัดสินใจจ้างต่อเนื่อง ด้วยค่าจ้างเดือนละ 26,000 บาท แบ่งจ่ายทุก 15 วัน พร้อมค่าวันหยุดพิเศษวันละ 800 บาท โดยพี่เลี้ยงพักอาศัยกินอยู่ในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง กินอยู่ในบ้านฟรี 

คุณสมบัติของพี่เลี้ยง

          พี่เลี้ยงอ้างประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุมา 20 กว่าปี (ทำอาชีพนี้ตั้งแต่อายุ 20) ไม่มีใบประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด และไม่ได้เรียนกายภาพบำบัดอย่างเป็นทางการ รวมถึงอ้างว่าเคยพาผู้ป่วยไปทำกายภาพที่โรงพยาบาล แล้ว "ดูนักกายภาพสอน" ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงนำมาใช้เอง

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

จุดเริ่มต้นของความสงสัย

          - ต้นเดือนมกราคม 2569 เริ่มพบแผลช้ำที่สะบักซ้ายของคุณแม่ พี่เลี้ยงอ้างว่าคุณแม่นั่งพิงชักโครก
          - 19 สิงหาคม 2569 ภรรยาได้ยินเสียงร้อง เห็นพี่เลี้ยงเอาผ้าคลุมศีรษะคุณแม่ พี่เลี้ยงอ้างว่า "คุณแม่ร้องเพลงชาติ" 

          คำตอบดังกล่าวทำให้ครอบครัวเริ่มย้อนกลับไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม และพบว่าคุณแม่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก เริ่มซึม ไม่ค่อยตอบสนอง และนอนไม่หลับในเวลากลางคืน

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

เปิดคลิป พบพฤติกรรมทารุณต่อเนื่อง

          เมื่อไล่ดูคลิปย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 24-26 สิงหาคม ปั้นพบคลิปจำนวนมากที่บันทึกช่วงเวลาที่ตนเองออกไปทำงานหรือกำลังนอนหลับ โดยบางคลิปมีเสียงคุณแม่ร้องด้วยความเจ็บปวด ด้านทนายแก้วอ่านรายละเอียดเวลาที่ครอบครัวบันทึกไว้จากคลิป อาทิ  

          - ด่าทอ ("สมองหมา"), ตี, กดหน้า, ดัดนิ้วเท้า
          - กดคอ/บีบคอขณะเปลี่ยนเสื้อผ้าและสระผม โดยเอาผ้าคลุมหัวแล้วเอาศอกกดหัวให้ก้ม
          - ยกแขน-ขาแรง ๆ จนกระแทกกับเหล็กม่าน/รถเข็น เกิดรอยช้ำ
          - ป้อนข้าวแบบยัด จนสำลัก
          - มีเสียงตีในห้องน้ำ และคุณแม่ร้องด้วยความเจ็บปวด

          ทั้งหมดเกิดในช่วงที่ลูกชายไปทำงานหรือหลับ 

จุดแตกหักกับพี่เลี้ยง 

          วันที่ 23 สิงหาคม ครอบครัวนำคลิปไปเผชิญหน้ากับพี่เลี้ยงโดยตรง โดยตอนแรกไม่ได้รับคำตอบ แต่เมื่อเหลือพี่เลี้ยงอยู่กับปั้นตามลำพัง พี่เลี้ยงจึงยอมรับว่าได้ตีขาคุณแม่ในวันที่ 18 สิงหาคม ทางภรรยาจึงตัดสินใจให้ออกจากงานทันที โดยวัลระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตักเตือน ก่อนหน้านี้เคยพบพี่เลี้ยงใช้วาจารุนแรงกับคุณแม่มาแล้วถึง 2 ครั้ง 

          หลังพี่เลี้ยงคนดังกล่าวออกจากงาน ปั้นเป็นผู้ดูแลคุณแม่เอง และพบว่าคุณแม่เริ่มสื่อสารและเล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นได้มากขึ้น โดยปั้นเล่าว่า "แม่บอกว่ามันชอบกระชากหัวแม่ มันชอบเอาแขนดันคางแม่ มันชอบอุ้มแม่แล้วให้กระแทกกับรถอาบน้ำ" และยังเล่าว่าเคยถูกข่มขู่ไม่ให้ฟ้องร้อง เพราะเกรงว่าพี่เลี้ยงจะทำรุนแรงขึ้น

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

แจ้งความ และตัดสินใจเปิดเผยเป็นอุทาหรณ์

          ปั้นเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ในคืนวันที่ 24 สิงหาคม แต่เนื่องจากกระบวนการทางคดีทำร้ายร่างกายต้องรอใบตรวจร่างกายจากแพทย์นิติเวชอย่างน้อย 3 สัปดาห์ ครอบครัวจึงตัดสินใจติดต่อเพจสายไหมต้องรอด เพื่อเผยแพร่เป็นการเตือนภัยล่วงหน้าระหว่างดำเนินคดี

          เอกภพ เปิดเผยว่า เมื่อเห็นคลิปครั้งแรกก็ตกใจอย่างมาก และระบุว่าพี่เลี้ยงคนดังกล่าวอาจไปสมัครงานดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอื่นต่อแล้ว จึงอยากให้เป็นอุทาหรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับครอบครัวอื่น พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจนำคลิปทั้งหมดไปใช้ประกอบสำนวนคดี ไม่ใช่พิจารณาเพียงร่องรอยการบาดเจ็บครั้งล่าสุดเท่านั้น

ฝั่งพี่เลี้ยง "นับเดือน" ยืนยันไม่ได้ทำเกินเลย (ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์)

          ในรายการได้ต่อสายให้พี่เลี้ยง "นับเดือน" อายุ 44 ปี ชี้แจงด้วยตนเอง โดยระบุว่า ตนดูแลผู้สูงอายุมานานกว่า 20 ปี แต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด และไม่ได้จบการศึกษาด้านนี้โดยตรง เพียงเคยพาญาติไปทำกายภาพที่โรงพยาบาลและได้เรียนรู้วิธีการจากนักกายภาพบำบัดในสถานที่จริงเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น

          นับเดือนยืนยันตลอดการให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ทำไม่ได้รุนแรงเกินไป โดยอธิบายว่าคุณย่ามีอาการเกร็งต่อต้านจึงต้องออกแรง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ล็อกคอ ไม่ได้กดศีรษะ และไม่ได้เตะขาผู้ป่วยตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมอ้างว่าสามารถทำให้คุณย่ากลับมายืนและเดินได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถขยับตัวได้เลย

          เมื่อถูกซักถึงคำพูดที่ใช้คำว่า "สมองหมา" กับผู้ป่วย นับเดือนยอมรับว่าเคยพูดจริงในช่วงที่คุณแม่ไม่ทำตามที่บอกขณะอาบน้ำ แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้พูดบ่อยหรือทุกวัน

          เมื่อทนายแก้วและเอกภพนำภาพจากคลิปมาซักถามเป็นช่วง ๆ นับเดือนยังคงปฏิเสธเกือบทุกประเด็น โดยระบุว่า "หนูเอามือหนูกันไว้ค่ะ หนูรู้ค่ะ เพราะหนูทำ มือหนูนี่แหละค่ะโดน ดูในกล้องเลยค่ะ" และยังกล่าวว่า "ถ้าหนูทำ คุณย่าคงบาดเจ็บแล้วค่ะ หนูไม่ได้เตะขาค่ะ"

ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ (ศ. ดร. กภ.รัมภา บุญสินสุข เลขาธิการสภากายภาพบำบัด)

          - ยืนยันว่าการทำกายภาพบำบัดต้องทำด้วยความนุ่มนวล ไม่กระแทก เพราะผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง เสี่ยงข้อต่อ/เอ็นบาดเจ็บ
          - วิธีการเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยกดคอ, การสระผมโดยบิดคอ-เอาเข่ากด ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง และอาจทำให้หายใจไม่ออกหรือบาดเจ็บ
          - คนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดทำกายภาพให้ผู้อื่น ถือว่าผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพกายภาพบำบัด แม้ญาติจะอนุญาตก็ทำไม่ได้
          - การไปดูงานที่โรงพยาบาลเพียง 2 สัปดาห์ ไม่สามารถเป็นนักกายภาพบำบัดได้ (หลักสูตรจริงต้องเรียน 4 ปีและสอบใบอนุญาต)

ประเด็นกฎหมาย (ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล)

          - ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 : จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท
          - ความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว มาตรา 309 : จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท
          - ความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพกายภาพบำบัด มาตรา 28 (ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาต) : จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
          - เป็นคดีอาญาแผ่นดิน นับเป็นความผิดหลายกรรมต่างวาระ (แยกกระทงตามแต่ละเหตุการณ์)
          - ครอบครัวได้แจ้งความที่ สภ.เมืองชลบุรี แล้ว อยู่ระหว่างรอใบตรวจร่างกายจากนิติเวช (ใช้เวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์) จึงติดต่อเพจสายไหมต้องรอด เพื่อเผยแพร่เป็นการเตือนภัยก่อน

อาการล่าสุดของคุณแม่หลังไล่พี่เลี้ยงออก

          วัล เปิดเผยว่า หลังพี่เลี้ยงคนดังกล่าวออกจากงาน อาการของคุณแม่ดีขึ้นตามลำดับ สามารถพูดคุยได้มากขึ้น นอนหลับได้ยาวขึ้น และขยับแขนขาได้คล่องกว่าเดิม ขณะที่ปั้นเสริมว่า ปัจจุบันคุณแม่สามารถหยิบจับแก้วน้ำเพื่อบ้วนปากได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้มาก่อนในช่วงที่มีพี่เลี้ยงคนดังกล่าวดูแลอยู่

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย

แฉพี่เลี้ยงมหาภัย










เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลูกชายสุดทน เปิดคลิปพี่เลี้ยงดูแลแม่ติดเตียง อ้างกายภาพบำบัด แต่ภาพที่เห็นทำใจแทบไม่ได้ โพสต์เมื่อ 8 กันยายน 2569 เวลา 21:06:26
TOP
x close