กรมบัญชีกลางเปิดหลักเกณฑ์ เงินบำนาญพิเศษ เช็ก 4 กลุ่มไหนเข้าข่ายบ้าง เผยเงื่อนไข 2 กรณีทั้งทุพพลภาพ-เสียชีวิต ทายาทได้เท่าไร

วันที่ 7 กันยายน 2569 กรมบัญชีกลาง เปิดหลักเกณฑ์ เงินบำนาญพิเศษ เงินที่รัฐจ่ายเป็นรายเดือนให้แก่ผู้มีสิทธิ กรณีได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่จนถึงขั้นทุพพลภาพ หรือจ่ายให้แก่ทายาทหากเสียชีวิตจากการปฏิบัติราชการในหน้าที่
ผู้มีสิทธิรับเงินบำนาญพิเศษ ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่
1. ข้าราชการพลเรือน
2. ทหารกองประจำการ
3. บุคคลที่ทำหน้าที่ทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
4. อาสารักษาดินแดน
โดยต้องเป็นการได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และไม่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือความผิดของตนเอง
สำหรับสิทธิเงินบำนาญพิเศษ แบ่งเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้
1. กรณีทุพพลภาพ
หากผู้มีสิทธิได้รับอันตรายหรือป่วยเจ็บจากการปฏิบัติราชการในหน้าที่ จนพิการถึงขั้นทุพพลภาพและไม่สามารถรับราชการต่อไปได้ จะมีสิทธิได้รับ เงินบำนาญพิเศษเป็นรายเดือน โดยคำนวณจากเงินเดือนในวันเกิดเหตุ คูณด้วยอัตราบำนาญพิเศษที่กำหนดตามลักษณะของการปฏิบัติหน้าที่
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในยามปกติ อัตราบำนาญพิเศษอยู่ที่ 5-25 ใน 50 ส่วนของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ตามที่เจ้ากระทรวงกำหนด ขณะที่การปฏิบัติราชการในลักษณะเสี่ยงภัย เช่น ปฏิบัติหน้าที่โดยอากาศยาน เรือดำน้ำ ดำน้ำ กวาดทุ่นระเบิด ขุดทำลายหรือทำประกอบวัตถุระเบิด หรือมีหน้าที่เกี่ยวกับไอพิษ จะได้รับในอัตรา กึ่งเงินเดือนเดือนสุดท้าย
ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดในระหว่างการรบหรือสงคราม การปราบปรามการจลาจล การประกาศกฎอัยการศึก หรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อัตราบำนาญพิเศษอยู่ที่ 30-35 ใน 50 ส่วนของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ตามที่เจ้ากระทรวงกำหนด
ทั้งนี้ หากบำนาญพิเศษกรณีทุพพลภาพรวมกับบำนาญปกติแล้วมีจำนวนไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท จะได้รับบำนาญพิเศษเพิ่มขึ้นอีกจนรวมเป็น 15,000 บาท
2. กรณีเสียชีวิต
หากผู้มีสิทธิถึงแก่ความตายเพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่ หรือถูกประทุษร้ายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ทายาทตามหลักเกณฑ์จะมีสิทธิได้รับ เงินบำนาญพิเศษเป็นรายเดือน โดยคำนวณจากเงินเดือนสุดท้าย คูณด้วยอัตราบำนาญพิเศษที่กำหนด และแบ่งจ่ายให้ทายาทตามสัดส่วน
ผู้มีสิทธิรับเงินประกอบด้วย บุตร คู่สมรส และบิดามารดา โดยบุตรมีสิทธิได้รับจนถึงอายุ 20 ปีบริบูรณ์ หากกำลังศึกษาอยู่เมื่ออายุครบ 20 ปี สามารถได้รับต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดการศึกษา แต่ไม่เกินอายุ 25 ปี ส่วนคู่สมรสและบิดามารดามีสิทธิได้รับตลอดชีวิต โดยคู่สมรสจะสิ้นสิทธิหากมีการสมรสใหม่
สำหรับอัตราการจ่าย กรณีเสียชีวิตในยามปกติจะได้รับ กึ่งเงินเดือนสุดท้าย ขณะที่การปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเสี่ยงภัย เช่น อากาศยาน เรือดำน้ำ ดำน้ำ กวาดทุ่นระเบิด ขุดทำลายหรือทำประกอบวัตถุระเบิด หรือมีหน้าที่เกี่ยวกับไอพิษ จะได้รับ 40 ใน 50 ส่วนของเงินเดือนสุดท้าย
หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดในระหว่างการรบหรือสงคราม การปราบปรามการจลาจล การประกาศกฎอัยการศึก หรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ได้รับในอัตรา 40 ใน 50 ส่วนของเงินเดือนสุดท้าย เช่นกัน
ทั้งนี้ การได้รับอันตราย การป่วยเจ็บ หรือการเสียชีวิต ต้องไม่ได้เกิดจาก ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือความผิดของผู้ปฏิบัติหน้าที่เอง จึงจะเข้าหลักเกณฑ์การได้รับบำนาญพิเศษ






