หมอเปิดใจหลังลาออก เผยสิ่งที่สูญเสีย...และไม่อาจได้คืน จำต้องบอกลาเพื่อคนที่รัก ชาวเน็ตอ่านแล้วเห็นใจ สิ่งที่ต้องเสียสละเพื่ออาชีพนี้
![หมอลาออก หมอลาออก]()
โดย พญ.สินธุจา สุบรามาเนียม โพสต์ Threads เปิดใจถึงวันสุดท้ายของการทำงานในตำแหน่งดังกล่าว เล่าว่านี่คือช่วงเวลาที่เธอจะได้ "หาตัวเองอีกครั้ง และอยู่เคียงข้างคนที่สำคัญสุดในชีวิต"
เมื่อมองย้อนช่วงเวลาที่เธอทำงานในโรงพยาบาล พญ.สินธุจา เผยว่า การต้องอยู่เวร On-call นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เธอต้องพลาดนัดกับลูกชายและโอกาสสำคัญของครอบครัว และการที่ต้องอยู่เวร On-call อันยาวนานบ่อย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยุติธรรมเลยสำหรับลูกชายและคู่ชีวิตของเธอ
![หมอลาออก หมอลาออก]()
ภาพจาก Threads @sindhujah03
โดยเวร On-call เป็นเวรที่อยู่นอกเวลาราชการ แม้แพทย์ไม่ต้องประจำอยู่ในโรงพยาบาล แต่ต้องอยู่ในสภาพ "พร้อมรับสาย" หากมีคนโทร. มาปรึกษาอาการคนไข้ และพร้อมมาโรงพยาบาลทันทีหากถูกตามตัวเมื่อมีเคสฉุกเฉิน
![หมอลาออก หมอลาออก]()
ภาพจาก Threads @sindhujah03
"ฉันก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องการหาตัวเองให้เจออีกครั้ง และไปอยู่เคียงข้างคนที่สำคัญที่สุด มีหลายคนบอกว่าฉันเป็นหมอที่ดี และเสียใจที่เห็นฉันจากไป ฉันเชื่อว่าหมอที่ดีจะยังคงเป็นหมอที่ดีเสมอไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน"
![หมอลาออก หมอลาออก]()
ภาพจาก Threads @sindhujah03
ทั้งนี้ คุณหมอยังบอกลาเพื่อนร่วมงานและคนไข้อีกครั้งที่เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของเธอ โดยบอกว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเดินจากไปจากสถานที่ที่เธอใช้เวลา พลังงาน และหัวใจไปอย่างมากมาย แต่จากนี้ยังคงมีมิตรภาพและความทรงจำมากมายที่ยังคงอยู่กับเธอ เธอจากไปด้วยความขอบคุณ และหวังว่าทุก ๆ อย่างจะดีขึ้นสำหรับคนที่ยังต้องทำงานต่อไป
เธอยังถือโอกาสนี้รำลึกถึงแม่ผู้ล่วงลับ ผู้ซึ่งเธอบอกว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เธอช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด
"แม่ของฉันเป็นครูค่ะ แต่เธอมักให้ความรู้ยิ่งกว่าในห้องเรียน เธอมักให้ทุนเรียนฟรีแก่เด็กที่ขาดโอกาส กับเด็กที่อยู่กับพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว แม่สอนให้ฉันช่วยเหลือผู้คนโดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งตอบแทน ความเมตตาของแม่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันช่วยเหลือผู้อื่นเสมอมา ไม่ว่าชีวิตฉันจะไปทางไหน"

วันที่ 3 กันยายน 2569 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ รายงานเรื่องราวที่กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์มาเลเซีย เมื่อคุณหมอรายหนึ่งได้ออกมาเผยความในใจหลังลาออกจากตำแหน่งแพทย์ประจำกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซีย ทำเอาผู้คนมากมายต่างเห็นใจ และรู้สึกขอบคุณผู้คนในวงการแพทย์ที่ต้องเสียสละอะไรมากมายในการทำงานตรงนี้
โดย พญ.สินธุจา สุบรามาเนียม โพสต์ Threads เปิดใจถึงวันสุดท้ายของการทำงานในตำแหน่งดังกล่าว เล่าว่านี่คือช่วงเวลาที่เธอจะได้ "หาตัวเองอีกครั้ง และอยู่เคียงข้างคนที่สำคัญสุดในชีวิต"
เมื่อมองย้อนช่วงเวลาที่เธอทำงานในโรงพยาบาล พญ.สินธุจา เผยว่า การต้องอยู่เวร On-call นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เธอต้องพลาดนัดกับลูกชายและโอกาสสำคัญของครอบครัว และการที่ต้องอยู่เวร On-call อันยาวนานบ่อย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยุติธรรมเลยสำหรับลูกชายและคู่ชีวิตของเธอ

ภาพจาก Threads @sindhujah03
"อยู่เวร On-call มานับครั้งไม่ถ้วน ต้องพลาดนัดกับลูกชาย พลาดโอกาสสำคัญของครอบครัวและช่วงเวลามากมายที่ฉันไม่มีวันได้กลับคืน ต้องเสียแม่ไประหว่างเป็นแพทย์ฝึกหัด ยิ่งไปกว่านั้น...ชั่วโมงทำงานอันยาวนาน และการอยู่เวร On-call ก็ไม่เคยยุติธรรมเลยสำหรับคู่ชีวิตและลูกชายของฉัน พวกเขาควรได้รับอะไรมากกว่าพลังงานที่เหลืออันน้อยนิดของฉัน หลังจากทุ่มให้ทุกคนที่โรงพยาบาลไปหมดแล้ว"
โดยเวร On-call เป็นเวรที่อยู่นอกเวลาราชการ แม้แพทย์ไม่ต้องประจำอยู่ในโรงพยาบาล แต่ต้องอยู่ในสภาพ "พร้อมรับสาย" หากมีคนโทร. มาปรึกษาอาการคนไข้ และพร้อมมาโรงพยาบาลทันทีหากถูกตามตัวเมื่อมีเคสฉุกเฉิน
พญ.สินธุจา เผยอีกว่า เธอใช้เวลาทั้งวันด้วยความอดทนและใส่ใจคนไข้ที่โรงพยาบาล จนเมื่อกลับถึงบ้านถึงได้รู้ตัวว่า คนที่เธอรักกลับต้องเจอตัวตนของเธอในเวอร์ชั่นที่แย่ที่สุดแทน

ภาพจาก Threads @sindhujah03
แม้เธอเลือกที่จะลาออก แต่ พญ.สินธุจา ยังยืนว่ายังหวงแหนและเคารพช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยระบุว่า "ตลอดหลายปีที่ทำงานให้กระทรวง ฉันทุ่มทั้งหัวใจ หยาดเหงื่อ และทุกอย่างเพื่อดูแลคนไข้ การเดินจากไปครั้งนี้คือความเจ็บปวด แต่ครั้งนี้ฉันจำเป็นต้องเลือกครอบครัวของฉัน"
"ฉันก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องการหาตัวเองให้เจออีกครั้ง และไปอยู่เคียงข้างคนที่สำคัญที่สุด มีหลายคนบอกว่าฉันเป็นหมอที่ดี และเสียใจที่เห็นฉันจากไป ฉันเชื่อว่าหมอที่ดีจะยังคงเป็นหมอที่ดีเสมอไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน"

ภาพจาก Threads @sindhujah03
ในการสัมภาษณ์กับเวิลด์ออฟบัซ พญ.สินธุจา เผยว่า ภาพที่เห็นเธอร้องไห้ในโพสต์นั้น เป็นเพียงน้ำตาแห่งความรักและการอำลา พร้อมชี้ว่าการอำลาในบางครั้งนั้นเจ็บปวด ไม่ใช่เพราะเราเสียใจกับการจากไป แต่เพราะเราใส่ใจอย่างแท้จริง จนเจ็บปวดที่จะปล่อยมือ แต่มันคงเจ็บปวดมากกว่าหากเรายังคงยึดติดอยู่
ทั้งนี้ คุณหมอยังบอกลาเพื่อนร่วมงานและคนไข้อีกครั้งที่เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของเธอ โดยบอกว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเดินจากไปจากสถานที่ที่เธอใช้เวลา พลังงาน และหัวใจไปอย่างมากมาย แต่จากนี้ยังคงมีมิตรภาพและความทรงจำมากมายที่ยังคงอยู่กับเธอ เธอจากไปด้วยความขอบคุณ และหวังว่าทุก ๆ อย่างจะดีขึ้นสำหรับคนที่ยังต้องทำงานต่อไป
เธอยังถือโอกาสนี้รำลึกถึงแม่ผู้ล่วงลับ ผู้ซึ่งเธอบอกว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เธอช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด
"แม่ของฉันเป็นครูค่ะ แต่เธอมักให้ความรู้ยิ่งกว่าในห้องเรียน เธอมักให้ทุนเรียนฟรีแก่เด็กที่ขาดโอกาส กับเด็กที่อยู่กับพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว แม่สอนให้ฉันช่วยเหลือผู้คนโดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งตอบแทน ความเมตตาของแม่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันช่วยเหลือผู้อื่นเสมอมา ไม่ว่าชีวิตฉันจะไปทางไหน"
ขอบคุณข้อมูลจาก World of Buzz






