บีบหัวใจ แม่ร่ำไห้เล่านาทีผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด เตือนแล้วแต่ไม่ฟัง มักง่ายไม่สนความปลอดภัย ชี้หลังเกิดเหตุได้แค่กระเช้า - เงิน 4,000 ทาง รพ. ยังเงียบ
![ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด]()
![ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด]()
ภาพจาก โหนกระแส
![ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด]()
ภาพจาก โหนกระแส
ปกติน้องเป็นคนไม่งอแง แต่ตอนนั้นน้องเริ่มดิ้น คาดว่าคงโดนไปแล้ว แม่ก็เลยถามว่าตัดโดนนิ้วน้องหรือเปล่า พอสิ้นคำพูดแม่นิ้วน้องก็ขาด ผู้ช่วยพยาบาลก็ไม่ได้หยุดดู ยังพยายามจะกดและตัดจนนิ้วขาดออกมาเลย
![ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด]()
ภาพจาก โหนกระแส
หลังเกิดเหตุ ตอนที่พ่อน้องมาถึงพบว่าผู้ช่วยพยาบาลคนนั้นน่าจะถูกสั่งให้กลับบ้านไปแล้ว
![ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด]()
ภาพจาก โหนกระแส
![ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด]()
ภาพจาก โหนกระแส
![ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด ผู้ช่วยพยาบาลตัดนิ้วลูกขาด]()
ภาพจาก โหนกระแส
ด้าน นพ.ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง สสจ.ยโสธร ตอบข้อสงสัยเรื่องผู้ช่วยพยาบาลมีสิทธิ์หรือไม่ในการถอดสายน้ำเกลือ โดยระบุว่า วิชาชีพนั้นการถอดสายน้ำเกลือจะต้องให้พยาบาลเป็นคนปฏิบัติ แต่บางโรงพยาบาลที่มีบุคลากรไม่เพียงพอหรือเจ้าหน้าที่มีงานเยอะ พยาบาลอาจจะมอบหมายให้ผู้ช่วยพยบาบาลมาดูแลเบื้องต้น เช่น ตัดผ้าก๊อซ เพื่อรอพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือ ซึ่ง นพ.ปฐมพงศ์ ยอมรับว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ขณะที่ผู้ช่วยพยาบาลนั้นจบแค่ ม.6 ก็เข้าทำงานได้ โดยมีความรู้ในการดูแลเพียงเบื้องต้นเท่านั้น

วันที่ 14 กันยายน 2569 รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 รายงานกรณีช็อก ผู้ช่วยพยาบาลของโรงพยาบาลเลิงนกทา พลาดตัดนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบจนขาด ขณะพยายามใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือ ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 2 รอบกว่าจะต่อนิ้วได้ ซึ่งยังไม่ทราบว่านิ้วจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่

ภาพจาก โหนกระแส
โดย คุณวิภาพร คุณแม่ของน้อง ซึ่งนั่งตาแดงลักษณะเหมือนจะร้องไห้ตั้งแต่เริ่มรายการ เปิดเผยว่า ลูกชายป่วยเป็นไข้และแอดมิตเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน จนวันที่ 11 กันยายน คุณหมอให้น้องกลับบ้านได้เพราะน้องอาการดีขึ้นแล้ว จากนั้นแม่ก็พาน้องมานั่งรอที่เตียง รอพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือออกให้น้อง

ภาพจาก โหนกระแส
แต่ตอนนั้นกลับมีผู้ช่วยพยาบาลชายเดินเข้ามาพร้อมกรรไกรกับสำลี ไม่พูดไม่จาอะไร แล้วก็ลงมือโดยให้แม่จับแขนน้องไว้ ผู้ช่วยพยาบาลแหย่กรรไกรเข้าทางนิ้วชี้น้องจนสุดกรรไกร แล้วก็ค่อย ๆ ตัดจนนิ้วน้องขาด โดยไม่แกะดูเทปก่อนหรือคอยดูแลเรื่องความปลอดภัยเลย
ปกติน้องเป็นคนไม่งอแง แต่ตอนนั้นน้องเริ่มดิ้น คาดว่าคงโดนไปแล้ว แม่ก็เลยถามว่าตัดโดนนิ้วน้องหรือเปล่า พอสิ้นคำพูดแม่นิ้วน้องก็ขาด ผู้ช่วยพยาบาลก็ไม่ได้หยุดดู ยังพยายามจะกดและตัดจนนิ้วขาดออกมาเลย

ภาพจาก โหนกระแส
พบว่าเลือดน้องพุ่งและนิ้วติดกับเทปออกมา ผู้ช่วยพยาบาลจึงรีบวิ่งไปเรียกพยาบาลมาดู พยาบาลก็รีบเข้ามาทำแผลให้น้อง น้องเสียเลือดมากและต้องเอกซเรย์ 2 รอบ ภาพที่เห็นนี้คือการทำแผลรอบ 2 ซึ่งน้องร้องและดิ้นด้วยความเจ็บปวด
หลังเกิดเหตุ ตอนที่พ่อน้องมาถึงพบว่าผู้ช่วยพยาบาลคนนั้นน่าจะถูกสั่งให้กลับบ้านไปแล้ว

ภาพจาก โหนกระแส
การห้ามเลือดนั้นใช้เวลานานมาก จากนั้นจึงมีการส่งตัวน้องไปต่อนิ้วที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งรวมระยะเวลาตั้งแต่เกิดเหตุช่วงประมาณ 09.00 น. จนถึงเวลาได้เข้าห้องผ่าตัดรอบแรกประมาณ 14.00 น. ใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง แต่การผ่าตัดรอบแรกไม่สำเร็จ เนื่องจากเส้นเลือดของน้องมีขนาดเล็กมากและเกิดการหดตัวจนเลือดไม่ไปเลี้ยงชิ้นส่วนที่ขาด ส่งผลให้น้องต้องถูกวางยาสลบเพื่อเข้าผ่าตัดรอบที่ 2 อีกครั้งในวันเดียวกัน

ภาพจาก โหนกระแส
ทั้งนี้ พบว่าแม่ของน้องร้องไห้อย่างหนักตลอดเวลาที่เล่าเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่รับชมรายการอย่างมาก

ภาพจาก โหนกระแส
ต่อมาทางโรงพยาบาลเลิงนกทาก็ติดต่อมาว่าจะเข้ามาเยี่ยมน้อง โดยมีการนำกระเช้าผลไม้และเงิน 4,000 บาท ใส่ซองมาให้ บอกว่าให้รักษาน้องก่อนแล้วค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไง โดยคนที่มาน่าจะเป็นแค่หัวหน้าตึก ไม่ใช่ ผอ.รพ. และนับตั้งแต่เกิดเหตุก็ยังไม่ได้พบกับผู้บริหารโรงพยาบาลเลย
ด้าน นพ.ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง สสจ.ยโสธร ตอบข้อสงสัยเรื่องผู้ช่วยพยาบาลมีสิทธิ์หรือไม่ในการถอดสายน้ำเกลือ โดยระบุว่า วิชาชีพนั้นการถอดสายน้ำเกลือจะต้องให้พยาบาลเป็นคนปฏิบัติ แต่บางโรงพยาบาลที่มีบุคลากรไม่เพียงพอหรือเจ้าหน้าที่มีงานเยอะ พยาบาลอาจจะมอบหมายให้ผู้ช่วยพยบาบาลมาดูแลเบื้องต้น เช่น ตัดผ้าก๊อซ เพื่อรอพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือ ซึ่ง นพ.ปฐมพงศ์ ยอมรับว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ขณะที่ผู้ช่วยพยาบาลนั้นจบแค่ ม.6 ก็เข้าทำงานได้ โดยมีความรู้ในการดูแลเพียงเบื้องต้นเท่านั้น
ในกรณีนี้คงต้องกลับมาทบทวนมาตรฐานในการปฏิบัติการกันอีกครั้ง ซึ่งจริง ๆ การถอดเข็มเป็นหัตถการที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูง แต่การที่มีการนำของมีคมมาใช้กับเด็กก็ถือว่ามีความเสี่ยง อันตรายอยู่
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส






