กกต. สิทธิโชติ เปิดอีกมุมในฐานะเสียงข้างน้อย ปมฮั้ว สว. พบโพย 12 ชุดกระจายหลายจังหวัด และพฤติการณ์เชื่อมโยงพรรคเดียว - เพจดังเปิดรายชื่อมติ 5:2 ที่โหวตไม่ส่งฟ้อง
_1.jpg)
จากประเด็นร้อน ภายหลัง กกต.มีมติจากการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งมีผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน โดยมีมติส่งดำเนินคดี 77 คน โดยเป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน แต่ไม่มีการส่งชื่อนักการเมืองดำเนินคดีนั้น
วันที่ 15 กันยายน 2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ซึ่งระบุว่าตนเองเป็นหนึ่งใน 2 เสียงข้างน้อย ในการพิจารณาคดีฮั้ว สว. ยืนยันว่ามติในข้อกล่าวหาสำคัญไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง กรรมการบริหารพรรค และ สส. ซึ่งบางรายมีมติ 5 ต่อ 2 และบางราย 6 ต่อ 1 เสียง
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
หลักฐานชี้พฤติการณ์ฮั้วกระจายหลายจังหวัด - เชื่อมโยงพรรคการเมืองเดียว
นายสิทธิโชติระบุว่า พยานหลักฐานที่ปรากฏทำให้เสียงข้างน้อยเห็นว่า พฤติการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงพื้นที่เดียว แต่กระจายอยู่หลายจังหวัด เช่น นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบัวลำภู อุทัยธานี-นครสวรรค์ และสุโขทัย โดยพบการรวมกลุ่มตามโรงแรมเพื่อจัดทำโพย และตรวจพบโพยจำนวน 12 โพย ซึ่งมีหมายเลขกำกับ และผู้ที่ได้ลำดับ 1-7 ปรากฏชื่ออยู่ในโพยดังกล่าว
นายสิทธิโชติมองว่า ทุกพื้นที่ที่พบพฤติการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ พรรคการเมืองเดียว โดยผู้เกี่ยวข้องเป็นสมาชิกหรือมีความเกี่ยวข้องกับพรรค และข้อมูลการทำโพยยังสอดคล้องกับคำให้การของพยานที่กลับคำให้การในภายหลัง
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ระหว่างสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค และ สส. รวมถึงการนัดประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังประกาศผลเลือก สว. ซึ่งพยานระบุว่ามีการประชุมเพื่อกำหนดตัวประธานและรองประธานวุฒิสภา และมีการเก็บโทรศัพท์ของผู้เข้าร่วม
ส่วนพยานที่กลับคำให้การว่าไม่มีโพยจริง นายสิทธิโชติระบุว่า ควรตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งเห็นผู้มีสิทธิเลือก สว. ระดับประเทศรายหนึ่งดึงโพยออกมาเพื่อจะลอก จึงเป็นเหตุให้เสียงข้างน้อยเห็นว่าโพยมีอยู่ก่อน ไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นภายหลัง
สำหรับเส้นทางการเงิน นายสิทธิโชติระบุว่า นักการเมืองที่ถูกสงสัยไม่มีเส้นเงินออกจากตัวเองโดยตรง แต่พบข้อมูลจากบุคคลรอบข้าง โดยยกกรณีเส้นเงินของ สว.จาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีการโอนเงินจำนวนหลักแสนบาทไปทางภาคใต้ แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาต่อด้วยมติ 4 ต่อ 3 เสียง
การฮั้ว สว. อาจเชื่อมโยงถึงรัฐมนตรี สส. และบุคคลในพรรค
นายสิทธิโชติยืนยันว่า การออกมาเปิดเผยความเห็นไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งกับประธาน กกต. แต่ต้องการให้ประชาชนทราบว่า มติในคดีไม่ได้เป็นเอกฉันท์ทั้งหมด
ในส่วนพยานที่กลับคำให้การ นายสิทธิโชติตั้งข้อสังเกตว่า ไม่น่าจะเป็นกรณีถูกข่มขู่ เนื่องจากพยานรายหนึ่งเป็น สส.ของพรรคในขณะนั้น ส่วนอีกรายเป็นพ่อตาของนักการเมืองระดับสำคัญ อีกทั้งการกลับคำให้การเกิดขึ้นหลังจากให้การเดิมเป็นเวลานาน
มีพยาน 2 ปากกล่าวถึงบุคคลระดับรัฐมนตรี สส. และบุคคลในพรรคการเมือง แต่ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงคำให้การ และไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน จึงต้องตรวจสอบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่
ส่วนกระบวนการสอบสวน นายสิทธิโชติระบุว่า คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 เกิดขึ้นหลังการสอบสวนในหลายจังหวัดติดข้อจำกัด โดยพนักงานสืบสวนไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้เกี่ยวข้องระดับอื่นได้ จึงมีการประสานความร่วมมือกับ DSI และตำรวจ ก่อนนำข้อมูลมาพิจารณาต่อ
สำหรับผู้ที่รอดจากการดำเนินการของ กกต. นายสิทธิโชติระบุว่า ยังอาจมีประเด็นอื่น เช่น คดีฟอกเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวิเคราะห์ต่อไป
_1.jpg)
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้
เปิดชื่อ กกต. 5 ต่อ 2 ใครโหวตไม่ส่งฟ้อง-ใครเห็นควรส่งฟ้อง
ขณะที่ข้อมูลจากเพจ หมาเฝ้าบ้าน เปิดเผยว่า ในข้อกล่าวหาที่ 1 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 76 วรรคหนึ่ง กรณีคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและนายเนวิน ชิดชอบ รวม 21 คน มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ไม่ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา
ฝ่ายเสียงข้างมาก 5 คนที่ลงมติ ไม่ส่งฟ้อง ได้แก่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต., นายณรงค์ รักร้อย, นายจิรุตม์ วิศาลจิตร, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
ส่วนเสียงข้างน้อย 2 คนที่ลงมติ ควรส่งฟ้อง ได้แก่ นายชาย นครชัย และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ
ขอบคุณข้อมูลจาก






