เคสใจหาย เด็ก 15 จากไปเพราะมะเร็งลำไส้ เก็บเงียบสัญญาณอันตรายนับปี สุดท้ายสายเกินไป

          เด็กสาววัยเพียง 15 ปี เสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ หลังมีอาการผิดปกตินานกว่า 1 ปี แต่เลือกเก็บเงียบเพราะกลัวถูกครอบครัวตำหนิ กว่าจะรู้ตัวโรคกลับลุกลามแล้ว

มะเร็งลำไส้

          วันที่ 16 กันยายน 2569 เว็บไซต์ Kenh14 รายงานว่า ที่ประเทศจีนมีการเปิดเผยเคสชวนใจหายของเด็กสาววัย 15 ปี ที่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ก่อนที่ครอบครัวจะเพิ่งมารู้ว่าร่างกายของลูกสาวเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติมานานตลอดช่วง 1 ปี แต่เด็กสาวกลับไม่ได้เปิดเผยให้ใครรู้

          แพทย์หญิงฉาง ซูรี จากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้นำกรณีนี้มาเล่าผ่านรายการสุขภาพออนไลน์ โดยระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นหนึ่งในกรณีที่เธอรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีอายุน้อยที่สุดที่เธอเคยรักษา และกว่าจะได้รับการวินิจฉัย โรคก็อยู่ในระยะลุกลามแล้ว

          ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี เด็กสาวมีอาการท้องเสียต่อเนื่อง ท้องอืด ไม่สบายท้อง รวมถึงมีเลือดออกขณะขับถ่าย แต่เธอเลือกเก็บอาการเหล่านี้ไว้เพียงลำพัง เนื่องจากกลัวว่าพ่อแม่จะตำหนิ เพราะทราบดีว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเธอเป็นสิ่งที่ครอบครัวเคยเตือนอยู่เสมอ

          ต่อมาเด็กสาวมีอาการรุนแรงขึ้นจนเธอปวดท้องอย่างหนักและหมดสติที่โรงเรียน เมื่อถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์พบว่าเนื้องอกได้แพร่กระจายไปแล้ว ทำให้โอกาสในการรักษาเหลือน้อยมาก สุดท้ายเด็กสาวต้องเสียชีวิตลงในวัยเพียง 15 ปี หลังจากใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตอยู่บนเตียงผู้ป่วยและเผชิญกับความเจ็บปวด

มะเร็งลำไส้

พฤติกรรมการกินที่อาจส่งผลเสียต่อลำไส้

          แพทย์หญิงฉาง ระบุว่า เด็กสาวเติบโตมากับครอบครัวที่พ่อแม่มีภาระงานค่อนข้างมาก ประกอบกับได้รับการตามใจมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเธอสามารถเลือกรับประทานอาหารตามความต้องการของตัวเองเป็นส่วนใหญ่

          ชีวิตประจำวันของเด็กสาวเกี่ยวข้องกับการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน การรับประทานอาหารนอกบ้าน และการออกไปกินอาหารกับเพื่อน โดยเมนูที่ชื่นชอบส่วนใหญ่เป็นอาหารทอด อาหารย่าง อาหารรสเผ็ด รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น ไก่ทอด บะหมี่รสเผ็ด เนื้อย่าง น้ำอัดลม ชานม และมันฝรั่งทอด

          นอกจากนี้เธอยังมีพฤติกรรมรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ไม่ได้ยึดตามมื้ออาหารอย่างสม่ำเสมอ และมีการรับประทานอาหารในช่วงกลางคืนร่วมด้วย ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับความกดดันด้านการเรียนและการพักผ่อนไม่เพียงพอจากการนอนดึกเป็นประจำ

          แพทย์หญิงฉาง อธิบายว่า อาหารทอดและอาหารย่างที่ผ่านความร้อนสูงสามารถก่อให้เกิดสารบางชนิด เช่น โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน หรือ PAHs และเฮเทอโรไซคลิกเอมีน หรือ HCAs ซึ่งเมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารและมีการสะสมอาจกระตุ้นให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์เยื่อบุลำไส้ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดเซลล์มะเร็ง

          ส่วนการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวจากอาหารทอด อาจกระตุ้นการหลั่งกรดน้ำดีมากขึ้น เมื่อสารดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงโดยแบคทีเรียในลำไส้ อาจเกิดสารที่สร้างความระคายเคืองต่อเยื่อบุลำไส้ได้ ขณะที่การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้ระดับอินซูลินและ IGF-1 เพิ่มขึ้น ซึ่งแพทย์ระบุว่าเป็นปัจจัยที่สามารถส่งเสริมการเติบโตและการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

          แพทย์ยังเตือนว่า เมื่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารดังกล่าวเกิดขึ้นร่วมกับการนอนดึกและความกดดันจากการเรียน อาจส่งผลต่อจังหวะการทำงานของร่างกาย กระตุ้นภาวะอักเสบ และเกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำหนักตัว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญต่อสุขภาพ

หมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

          กรณีของเด็กสาววัย 15 ปี รายนี้ สะท้อนถึงความสำคัญของการสังเกตความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยอาการที่พบในผู้ป่วย ได้แก่

          - ท้องอืด 
          - ปวดท้อง
          - เบื่ออาหาร
          - การขับถ่ายผิดปกติ
          - อุจจาระมีขนาดเล็ก
          - ท้องผูก
          - ท้องเสีย 
          - มีเลือดออกขณะขับถ่าย
          - เหนื่อยง่าย
          - น้ำหนักลด
          - ร่างกายอ่อนแอลง 

          หมอฝากคำเตือนว่า ไม่ควรมองข้ามสัญญาณผิดปกติที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรือเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอาการเกี่ยวกับระบบขับถ่าย เพราะการปล่อยให้ความผิดปกติดำเนินต่อไปโดยไม่ตรวจหาสาเหตุอาจทำให้การวินิจฉัยโรคล่าช้า

          กรณีชวนสะเทือนใจในครั้งนี้นับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม และการใส่ใจต่อสัญญาณที่ร่างกายกำลังส่งออกมา หากพบความผิดปกติควรแจ้งให้คนในครอบครัวทราบและเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุโดยเร็ว เพื่อแก้ไขพฤติกรรมการใช้ชีวิตและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ทันท่วงที 



ขอบคุณข้อมูลจาก kenh14
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เคสใจหาย เด็ก 15 จากไปเพราะมะเร็งลำไส้ เก็บเงียบสัญญาณอันตรายนับปี สุดท้ายสายเกินไป โพสต์เมื่อ 18 กันยายน 2569 เวลา 12:28:46
TOP
x close