ไขข้อสงสัย ทำไมฝนตกตกแช่ลากยาวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ต้นเหตุจาก เมฆนิมโบสเตรตัส ตัวการฟ้ามืดทึบแถม ทำฝนตกสม่ำเสมอไม่ยอมหยุด

สถานการณ์ฝนตกหนักยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง หลังหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดในภาคตะวันออก เผชิญฝนตกหนักสะสมมาหลายวัน โดยตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังและอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ขณะที่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ฝนแช่ ซึ่งมีลักษณะฝนตกโปรยปรายต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจรดค่ำและยาวนานตลอดทั้งคืน กำลังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์แตกต่างจากฝนตกหนักทั่วไปที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะหยุดลง
วันที่ 25 กันยายน 2569 บัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ออกมาโพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก บัญชา ธนบุญสมบัติ กรณีหลายพื้นที่กำลังเผชิญปรากฏการณ์ ฝนแช่ หลังมีฝนตกโปรยปรายต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจรดค่ำยาวนานแบบไม่ยอมหยุด หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดท้องฟ้าจึงครึ้มเป็นสีเทาทึบทั่วบริเวณ ขณะที่ฝนยังคงตกต่อเนื่องโดยแทบไม่มีเสียงฟ้าร้องหรือฟ้าผ่า คำตอบสำคัญอาจอยู่ที่ เมฆนิมโบสเตรตัส ซึ่งเป็นเมฆแผ่นหนาทึบที่สามารถก่อตัวและปกคลุมพื้นที่กว้างภายใต้อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำ จนทำให้เกิดฝนตกยาวนานและต่อเนื่องกว่าฝนตกหนักทั่วไป โดยระบุว่า
ถาม: ฝนที่ตกเกือบทั้งวัน ไม่ยอมหยุด มาจากไหน ?
ตอบ: เมฆนิมโบสเตรตัส ในหย่อมความกดอากาศต่ำ
![เมฆนิมโบสเตรตัส เมฆนิมโบสเตรตัส]()

ภาพจาก FM91 Trafficpro
ทำไมในหลายพื้นที่ ฟ้าถึงครึ้มเป็นสีเทาแผ่นเดียวไร้ขอบเขต และมีฝนตกโปรยปรายต่อเนื่องตั้งแต่เช้าจรดค่ำโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ต่างจากฝนตกหนักที่มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเพียงระยะหนึ่งแล้วหายไป ?
ปรากฏการณ์ฝนตกแช่ยาวนานเช่นนี้ เป็นลักษณะของเมฆสกุล (genus) ที่มีชื่อว่า นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นหนาทึบ ส่วนใหญ่อยู่ระดับกลาง แต่ฐานอยู่ระดับล่าง
เมฆสกุลนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- แนวปะทะอากาศอุ่น (warm front) ซึ่งประเทศไทยไม่มี
- หย่อมความกดอากาศต่ำ (low pressure area) ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดได้ในประเทศไทย
หย่อมความกดอากาศต่ำสร้างแผ่นเมฆหนาทึบได้อย่างไร ?
การลู่เข้าของอากาศที่ระดับต่ำ (Low-Level Convergence)
บริเวณใจกลางหย่อมความกดอากาศต่ำ อากาศจากพื้นที่โดยรอบจะไหลเวียนเข้าหากัน (เกิด convergence) เนื่องจากอากาศที่ศูนย์กลางมีความหนาแน่นน้อยกว่า เมื่อมวลอากาศอุ่นและชื้นไหลมากระทบกันที่บริเวณใกล้พื้นผิว อากาศเหล่านั้นจะไม่มีทางออกอื่นนอกจากถูกบังคับให้ยกตัวขึ้นด้านบน

ภาพจาก FM91 Trafficpro
การยกตัวตามสเกลขนาดใหญ่ (Synoptic-Scale Lifting)
การยกตัวในหย่อมความกดอากาศต่ำจะเป็นการยกตัวแบบแผ่กว้างออกไป โดยมวลอากาศชื้นจะค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นพร้อมกัน ครอบคลุมพื้นที่กว้าง อาจถึงหลายร้อยกิโลเมตร
การขยายตัวและเย็นตัวแบบอะเดียแบติก (Adiabatic Cooling)
เมื่อมวลอากาศอุ่นและชื้นยกตัวสูงขึ้น อุณหภูมิจะลดลงเรื่อย ๆ จนถึงระดับกลั่นตัว (lifted condensation level: LCL) ไอน้ำในอากาศจึงควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ และรวมตัวกันเป็นแผ่นเมฆเรียบหนาแน่น ปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้าง
จากชั้นเมฆสู่เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus)
เมื่อกระบวนการป้อนความชื้นและการยกตัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมฆชั้นแผ่นที่ก่อตัวขึ้นแรกเริ่ม เช่น เมฆสเตรตัส (Stratus) หรือเมฆแอลโตสเตรตัส (Altostratus) จะเริ่มสะสมหยดน้ำและหนาตัวขึ้นในแนวตั้งจนมีความหนามาก แต่มีฐานเมฆอยู่ต่ำกว่า 2,000 เมตร
น่ารู้ด้วยว่า ระยะ 2,000 เมตร เป็นเส้นแบ่งระหว่างเมฆระดับต่ำกับเมฆระดับกลาง
นี่เองที่ทำให้ International Cloud Atlas จัดให้นิมโบสเตรตัสเป็นเมฆระดับกลาง แต่ฐานเมฆอยู่ระดับต่ำ
![เมฆนิมโบสเตรตัส เมฆนิมโบสเตรตัส]()

ภาพจาก FM91 Trafficpro
เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) มีลักษณะเฉพาะ คือ
- ฐานเมฆราบเรียบและทึบแสง ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมดจนมองไม่เห็นดวงอาทิตย์
- ยอดเมฆค่อนข้างเรียบ ไม่พองเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำเหมือนเมฆคิวมูลัส
- มักไม่มีพายุฟ้าคะนองรุนแรง เนื่องจากไม่ได้เกิดจากสภาวะอากาศที่มีกระแสอัปดราฟต์ที่รุนแรง (non-convective) อย่างไรก็ดี International Cloud Atlas ระบุว่านิมโบสเตรตัสอาจมีฟ้าแลบได้ แต่พบได้น้อยครั้ง
ทำไมฝนถึงตกต่อเนื่องยาวนาน ไม่ยอมหยุดง่าย ๆ ?
1. การป้อนความชื้นที่ไม่ขาดสาย : หย่อมความกดอากาศต่ำตราบใดที่ยังคงกำลังอยู่ จะดูดมวลอากาศชื้นเข้ามาเติมที่ฐานเมฆอย่างต่อเนื่อง
2. โครงสร้างเมฆมีเสถียรภาพ : การยกตัวของอากาศแบบแผ่กว้างช่วยป้องกันไม่ให้เมฆแยกตัวเป็นก้อนพายุเดี่ยว ๆ ฝนจึงตกในอัตราสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่
3. กระบวนการรวมตัวของหยดน้ำ (Coalescence & Bergeron Process) : หยดน้ำและผลึกน้ำแข็งในชั้นเมฆที่หนาแน่นมากจะรวมตัวกันจนหนักพอ และตกลงมาเป็นฝนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่อากาศยังคงลอยตัวขึ้นไปเติม
สรุป : หากวันไหนที่คุณมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบกับฟ้าสีเทาราบเรียบเป็นแผ่นเดียว พร้อมสายฝนที่ตกโปรยปรายสม่ำเสมอไร้เสียงฟ้าร้อง นั่นคือสัญญาณว่าคุณอาจอยู่ภายใต้อิทธิพลของเมฆนิมโบสเตรตัสนั่นเอง
![เมฆนิมโบสเตรตัส เมฆนิมโบสเตรตัส]()

ภาพจาก เฟซบุ๊ก บัญชา ธนบุญสมบัติ






