เช็ก 10 สัญญาณเตือนที่ทำงานเป็นพิษ ทั้งระบบเด็กเส้น งานล้นมือแต่เงินไม่ขึ้น ไปจนถึงพูดอะไรก็ผิด อาจกัดกินสุขภาพจิตแบบไม่รู้ตัว

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ ได้เผยแพร่บทความชวนมนุษย์เงินเดือนเช็กสัญญาณอันตรายในที่ทำงาน โดยตั้งคำถามถึงคนที่ทำงานส่งทันทุกเดดไลน์ ทำ KPI ได้ครบ แต่โอกาสดี ๆ และการเลื่อนตำแหน่งกลับตกไปอยู่กับคนหน้าเดิม ๆ ที่มักไปกินข้าวกับผู้บริหาร ได้เข้าวงหารือเฉพาะกลุ่ม และดูเหมือนไม่มีใครแตะต้องได้แม้จะทำงานพลาด ขณะที่ตัวเองต้องรับงานเพิ่มและทำงานนานขึ้น โดยไม่ได้รับการยอมรับที่ดีขึ้นเลย
บทความระบุว่า การเมืองในที่ทำงาน การเลือกที่รักมักที่ชัง และความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล ล้วนส่งผลต่อสุขภาวะทางจิต พร้อมรวบรวม 10 สัญญาณที่ควรจับตา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ระบบลูกรัก เด็กเส้น และพวกพ้อง
- วัฒนธรรมเส้นสาย : สำคัญที่ว่ารู้จักใคร ไม่ใช่ว่ารู้อะไร เมื่อความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเครือญาติมีน้ำหนักมากกว่าผลงาน อาจเป็นสัญญาณของการเลือกปฏิบัติ ระบบพวกพ้อง
- กลุ่มแชตคนวงใน : คนกลุ่มเดิมได้ใกล้ชิดเจ้านาย ได้เข้าร่วมการหารือสำคัญ และได้สิทธิพิเศษ ส่วนคนอื่นเหมือนมีไว้ให้ครบจำนวน
- คนละคน คนละกฎ : มาสาย 5 นาทีโดนเรียกถาม แต่คนโปรดของเจ้านายมาสายกว่านั้นมากกลับไม่มีผลอะไร
กลุ่มที่ 2 กับดัก "เราคือครอบครัว" งานมากขึ้น ผลตอบแทนน้อยลง
- ทีมแบบ 3 in 1 : โปรเจกต์ใหม่เข้ามาไม่หยุด แต่ไม่เคยเพิ่มคน จนต้องทำงานแทนคน 3 คน
- ความคาดหวังระดับซีเนียร์ แต่เงินเดือนระดับเด็กฝึกงาน : จ้างมาตำแหน่งจูเนียร์ แต่ให้ดูแลโปรเจกต์ใหญ่ โดยไม่มีการชี้แนะหรือสนับสนุนที่เหมาะสม
- เป้าทะลุสถิติ แต่เงินเดือนไม่ขยับ : บริษัทฉลองการเติบโต แต่การขึ้นเงินเดือนหรือโบนัสแทบไม่สะท้อนความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
- ไม่มีงบจ้างคนเพิ่ม แต่สวัสดิการผู้บริหารยังเต็ม : จนพนักงานเริ่มตั้งคำถามว่าบริษัทให้ความสำคัญกับอะไร
กลุ่มที่ 3 ระบบนิเวศเป็นพิษ พูดออกไปแล้วย้อนมาทำร้ายตัวเอง
- บอกให้พูดได้ แต่ห้ามเห็นต่าง : อ้างว่ามีนโยบายเปิดรับฟัง แต่พอทักท้วงเรื่องภาระงานหรือสิทธิ กลับถูกมองว่าเป็นตัวปัญหา หรือถูกบอกให้ "ทนเอา"
- ผู้บริหารไม่เคยผิด พนักงานผิดทุกอย่าง : งานสำเร็จผู้บริหารรับหน้า งานพังพนักงานรับผิด
- พนักงานเมื่อวาน กลายเป็นเรื่องซุบซิบวันนี้ : คนในออฟฟิศนินทาอดีตเพื่อนร่วมงานอย่างเปิดเผย จนชวนสงสัยว่าวันที่เราลาออกจะโดนแบบเดียวกันหรือไม่
ทั้งนี้ บทความระบุว่า ไม่ใช่มิตรภาพในออฟฟิศทุกแบบจะเป็นระบบพวกพ้อง และการขึ้นเงินเดือนที่น่าผิดหวังเพียงครั้งเดียวก็ไม่ได้แปลว่าถูกเอาเปรียบเสมอไป แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเมื่อการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและความต้องการที่มากเกินไปเกิดขึ้นซ้ำจนเป็นรูปแบบ ความรู้สึกว่าไม่มีคุณค่า ทำงานหนักเกินไป หรือกลัวที่จะพูด อาจนำไปสู่ความเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล และความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ก่อนลุกลามไปกระทบการนอนหลับ ความสัมพันธ์ และสุขภาวะโดยรวม
ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ภาระงานที่มากเกินไป การเลือกปฏิบัติ ค่าตอบแทนที่ไม่เพียงพอ และการบริหารจัดการที่ไม่ดี อาจเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตของพนักงาน ด้านกรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมาเลเซีย (DOSH) ก็ได้กล่าวถึงความเสี่ยงด้านจิตสังคมในที่ทำงานไว้ในแนวปฏิบัติปี 2567 เช่นกัน
ทั้งนี้ ไม่มีงานไหนที่ควรแลกมาด้วยสุขภาพจิต และไม่มีพนักงานคนไหนที่ควรสละสุขภาวะของตัวเองเพียงเพื่อพิสูจน์คุณค่า อย่าลืมที่จะดูแลตัวเอง และจำไว้ว่าสุขภาพจิตของเราสำคัญไม่แพ้งาน
ขอบคุณข้อมูลจาก World of Buzz






