คุณแม่ญี่ปุ่นผวา เจอของสีแดงปนในไอศกรีมแบรนด์ดังก่อนป้อนลูก บริษัทยันตรวจพบเป็นเลือดจริง ไม่รู้เข้าไปได้ไง ทำชาวเน็ตสะพรึงหนัก

เป็นคลิปไวรัลที่ได้รับความสนใจขณะนี้ เมื่อผู้ใช้บัญชี Threads @shio.shoco ซึ่งเป็นคุณแม่ชาวญี่ปุ่น ได้โพสต์คลิปเตือนภัย เผยภาพตอนบีบไอศกรีมรสวานิลลาแบรนด์ดัง ออกจากซอง ก่อนจะเห็นสีแดงอมชมพูปะปนอยู่ในเนื้อไอศกรีมสีขาวอย่างชัดเจน
ภาพจาก Threads @shio.shoco
เจ้าของโพสต์ระบุว่า มีของสีแดงออกมาจากไอศกรีมรสวานิลลา พอให้บริษัทตรวจสอบก็พบว่าเป็นเลือด ตอนนั้นไอศกรีมยังไม่ได้เอาเข้าปาก จึงคิดว่าน่าจะหลุดเข้ามาในกระบวนการผลิต แถมเห็นว่ามีหลายคนเจอเหมือนกัน แต่บริษัทไม่เรียกคืนสินค้า จึงฝากเตือนทุกคนให้ระวังเวลาซื้อ และถ้าเจอสีแดงปะปนออกมา ก็อย่ากินจะดีกว่า
งานนี้ชาวเน็ตเห็นแล้วถึงกับสะพรึงไปตาม ๆ กัน ขณะที่บางคนตั้งข้อสังเกตว่าข้างซองมีจุดดำ ๆ อยู่ หรือจะเป็นรูที่ทำให้มีอะไรเข้าไปได้
ภาพจาก Threads @shio.shoco
ด้านเจ้าของโพสต์เห็นดังนั้นจึงชี้แจงว่า สิ่งที่หลายคนเห็นเป็นรูนั้นไม่ใช่รู แต่เป็นรอยน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตอนเพิ่งเอาออกจากช่องแช่แข็ง แล้วละลายเพราะโดนมือจับ
ต่อมาเว็บไซต์ข่าว ENCOUNT ของญี่ปุ่น ได้สัมภาษณ์เจ้าของโพสต์ ซึ่งเป็นคุณแม่วัย 20 กว่าปี เธอเล่าว่า ซื้อไอศกรีมเมื่อวันที่ 12 กันยายน และเปิดในวันถัดมา ตั้งใจจะให้ลูกสาวกิน แต่เนื้อไอศกรีมยังแข็งอยู่ เลยบีบซองให้ไอศกรีมออกมา ระหว่างนั้นจึงสังเกตเห็นสีแดงที่ปะปนอยู่ ซึ่งตอนแรกเธอก็ไม่คิดว่าจะเป็นเลือด นึกว่ามีรสสตรอว์เบอร์รีปนมา ตอนนี้ก็โล่งใจที่ยังไม่ทันป้อนให้ลูกกิน
ภาพจาก Threads @shio.shoco
หลังแจ้งไปยังบริษัทเจ้าของแบรนด์ เจ้าหน้าที่ได้มาที่บ้านเพื่อเก็บสินค้าคืน โดยคืนเงินค่าไอศกรีม 180 เยน (ราว 38 บาท) ต่อมาบริษัทโทร. มาแจ้งว่าผลตรวจออกแล้ว พร้อมส่งผลวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกลางของบริษัทมาให้ ซึ่งยืนยันพบเลือดในตัวอย่างที่ส่งไป
คุณแม่รายนี้เผยว่า บริษัทอธิบายว่ากระบวนการผลิตไม่มีคนเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงไม่ทราบว่าเลือดปะปนเข้าไปตรงไหน แต่เธอไม่อยากให้บริษัทจบแค่คำว่าไม่ทราบ แต่อยากให้หาสาเหตุอย่างจริงจัง แถมยังไม่พบว่ามีการเรียกคืนสินค้าจึงนำมาโพสต์เตือนคนอื่น ๆ
ENCOUNT ยังตรวจสอบพบว่า บนโลกออนไลน์เคยมีคนโพสต์เกี่ยวกับการเจอของสีแดงในไอศกรีมแบรนด์นี้มาแล้วหลายครั้ง โดยโพสต์เก่าสุดย้อนกลับไปถึงเดือนกรกฎาคม 2565
ภาพจาก Threads @shio.shoco
ด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ ล็อตเต้ ยอมรับกับ ENCOUNT ว่า หลังได้รับแจ้งจากลูกค้า บริษัทได้นำไปวิเคราะห์ และพบว่าเป็นเลือดจริง แต่ชี้แจงว่าในสายการผลิตคูลลิช พนักงานที่เข้าโรงงานต้องสวมหน้ากากอนามัย ส่วนผสมไอศกรีมจะถูกลำเลียงในท่อที่ปิดสนิท และไหลต่อเนื่องตลอดเวลาจนถูกบรรจุลงซองโดยอัตโนมัติ ไม่ผ่านมือพนักงาน จึงไม่พบขั้นตอนใดที่สิ่งดังกล่าวจะสัมผัสได้ และโอกาสที่จะปะปนในสายการผลิตจึงต่ำ
บริษัทยังตรวจสอบรายงานประจำวันของวันที่ผลิต รวมถึงตัวอย่างสินค้าที่เก็บไว้ แต่ไม่พบปัญหาในการผลิต มองว่าโอกาสที่จะปะปนระหว่างการผลิตต่ำมาก และครั้งนี้ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ซึ่งบริษัทเองก็หนักใจอยู่
ทั้งนี้ ล็อตเต้ระบุว่าน้อมรับข้อแจ้งเตือนอย่างจริงใจ และจะดูแลควบคุมคุณภาพและสุขอนามัยอย่างเต็มที่ต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าพบปัญหาในกระบวนการผลิต จึงยังไม่มีแผนเรียกคืนสินค้า
ขอบคุณข้อมูลจาก ENCOUNT






