หนุ่มจีนกำพร้า มีญาติไม่ถึง 3 โต๊ะ กลัวงานแต่งเงียบเหงา เลยโพสต์ชวนคนออนไลน์ ใครจะคิดเกิดเป็นบรรยาชวนใจฟู คนร่วมยินดีล่วงหน้ากว่า 200 คนแล้ว

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เว็บไซต์ Sin Chew รายงานเรื่องราวสุดอบอุ่นจากประเทศจีน เมื่อบล็อกเกอร์หนุ่มวัย 24 ปี ซึ่งใช้ชื่อว่า "เสี่ยวเสี่ยวสวี" ตัดสินใจโพสต์คลิปลงบนโซเชียลเพื่อเชิญชาวเน็ตมาร่วมงานมงคลของเขา ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยหวังว่าจะมีแขกมาร่วมงานแต่งเพิ่มขึ้นสัก 10 - 20 กว่าคน แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับบรรยากาศคึกคักชวนใจฟู
ภาพจาก Sohu
โดยมีการเปิดเผยว่า เสี่ยวเสี่ยวสวี เป็นคนจากหมู่บ้านอวิ๋นเฟิง อำเภออี๋เหลียง เมืองจ้าวถง มณฑลยูนนาน ในคลิปที่เขาโพสต์บนโซเชียล ชายหนุ่มเล่าว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้า ถูกคนดูถูกมาตั้งแต่เด็ก จึงอยากให้ชาวเน็ตมาช่วยเติมเต็มงานแต่งงานของเขา ให้มีรถจอดเต็มริมถนน เพื่อที่เขาจะได้เชิดหน้าชูตาในหมู่บ้านสักครั้ง
ต่อมาวันที่ 27 ตุลาคม เสี่ยวเสี่ยวสวีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า สาเหตุที่โพสต์คลิปนี้เพราะครอบครัวมีญาติน้อย รวมกันทั้งหมดได้แค่ 2-3 โต๊ะ กลัวว่างานแต่งจะเงียบเหงาเกินไป จึงลองชวนชาวเน็ตมาช่วย ตอนแรกคิดว่าจะมีคนมาสัก 10 - 20 กว่าคน แต่ไม่คิดว่าจะมีชาวเน็ตมาร่วมยินดีมากขนาดนี้
ภาพจาก Weibo
เขาประเมินว่า ภายใน 2 วัน ได้ต้อนรับแขกที่มาแสดงความยินดีล่วงหน้าไปแล้วเกือบ 200 คน บางคนนำรถหรูมาช่วยเพิ่มสีสัน บางคนให้ตู้เย็นและเตาผิงมาเป็นของขวัญแต่งงาน บางคนถึงขั้นขนหมูมาให้ทั้งตัว แถมยังมีคนช่วยจ้างพ่อครัวมาทำอาหารในงานให้ด้วย น้ำใจที่ได้รับจากคนแปลกหน้าครั้งนี้ทำให้เขาซาบซึ้งมาก
ภาพจาก Weibo
สำหรับชีวิตของเสี่ยวเสี่ยวสวี พ่อของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุเพียง 3 ขวบ ส่วนแม่ก็แต่งงานใหม่ เขากับพี่ชายที่อายุห่างกัน 3 ปี จึงใช้ชีวิตพึ่งพากันและกันมาโดยตลอด ส่วนเจ้าสาวนั้นเป็นคนที่รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์
โดยหลังจากทำงานหนัก ชายหนุ่มเก็บเงินด้วยตัวเองได้กว่า 160,000 หยวน ก่อนตัดสินใจแต่งงานในปีนี้ ซึ่งเดิมน่าจะจัดได้เพียงงานที่ไม่ใหญ่โตนัก เพราะญาติมีไม่มาก แต่ก็ยังอยากให้มีแขกมาร่วมงานมากขึ้น ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้คนมากมายเดินทางมาร่วมยินดีขนาดนี้ และยังไม่รู้ว่าวันจริงจะมีคนมาร่วมงานอีกกี่คน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยอมรับว่า คงจะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มหลังจากนี้ ว่าถนนของหมู่บ้านจะสามารถรองรับแขกจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมงานแต่งงานได้หรือไม่
ภาพจาก Weibo
ขอบคุณข้อมูลจาก Sin Chew Daily






