
แม้ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ในวงการบันเทิงดินแดนลอดช่อง แต่สาวพลอยก็พิสูจน์แล้วว่าเธอมีความสามารถในระดับอินเตอร์ต่างต้องยอมรับ
"ต้องลองเพื่อให้รู้" ดูจะเป็นนิยามการทำงานของสาวพลอยผู้นี้ เพราะถึงแม้เธอจะมีชื่อเสียงจากงานบันเทิงบ้านเรา แต่ด้วยความที่เธออยากลองและรู้การทำงานในดินแดนลอดช่อง เธอจึงโผบินไปสู่อ้อมกอดของบริษัทจัดหานักแสดงหน้าใหม่อย่าง Seven 95 ของ อั๊ต-อัษฏา พานิชกุล ที่แม้จะต้องเริ่มต้นแคสติ้งงานใหม่หมด แต่เธอไม่คิดถอย เพราะเธอเชื่อว่าความตั้งใจจริงเท่านั้นสามารถพิสูจน์ความสามารถได้ทุกอย่าง
เป็นไงมาไงถึงไปทำงานที่สิงคโปร์ได้คะ
พลอย : ความที่พลอยรู้จักพี่อั๊ตมาตั้งแต่สมัยเล่นละครด้วยกันครั้งแรก หลังจากนั้นก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งพี่เขาเปิดบริษัทชื่อ Seven 95 เขาบอกว่ากำลังจะหาศิลปิน พลอยสนใจมั้ย ตอนนั้นก็ตื่นเต้นมาก บินไปคุยงานกับพี่เขาเรื่องสัญญาและขอบข่ายงาน พลอยก็บอกพี่เขาว่าอยากทำหลายอย่าง พี่เขาก็เลยส่งไปแคสติ้งทั้งงานพิธีกร MTV.HBO และงานหนัง เรียกว่าพลอยต้องไปแคสติ้งทั้งพิธีกรและหนังสลับกันตลอด
งานแรกที่ไปแคสติ้ง โหดมาก ยากมาก (ลากเสียง) เพราะทุกคนที่ไปทั้งสวย สูง ภาษาอังกฤษก็เป๊ะ พลอยอึ้งไปเลย พอกลับมาวันแรกหน้าซีดเลย เพราะไม่ได้เจออะไรแบบนี้มานานแล้ว พลอยสูญเสียความมั่นใจไปเลย เพราะเห็นแต่คนเก่งๆ แต่พี่อั๊ตก็บอกว่า ถ้าใจเราพร้อม เขาจะเทรนให้ว่าการทำงานที่นี่ต้องโพสต์ท่าอย่างไร พิธีกรที่นี่ต้องทำอะไรบ้าง กฏระเบียบการทำงานเขาเป็นยังไง ซึ่งคนสิงคโปร์ตรงเวลามาก และเขาจะวัดกันที่ความสามารถจริงๆ
เห็นยากๆ อย่างนี้ แต่พลอยก็ได้เล่นหนังอิตาเลียน "Wherever You Are" นี่คะ
พลอย : ตอนไปแคสติ้งหนัง พลอยจะไม่พยายามมากจนเกินไป เพราะหนังเป็นสิ่งที่เรารักและทำมันอยู่แล้ว แต่แม้ไม่ได้หวังมากพลอยก็ต้องไปแคสติ้งถึง 5 ครั้งด้วยกัน ซึ่งแต่ละครั้งจะมีการทดสอบเรื่องแอ็กติ้ง อิมโพรไวส์หรือเอาเราไปอยู่กับทีมนักแสดงชาวอิตาเลียนว่ากลมกลีนมั้ย มันยากจริงๆ ที่จะพรีเซนต์ให้เขาเห็นว่าคุณควรจะเลือกฉัน พอรอบที่ 3 เริ่มท้อ เพราะพลอยต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเพื่อไปแคสติ้งที่สิงคโปร์ พอครั้งที่ 5 เริ่มตัดใจ เผอิญวันปีใหม่พลอยขับรถไปเที่ยวภูเก็ตกับเพื่อน แล้วพี่อั๊ตก็เมสเซจมาว่ามีของขวัญให้นะ คือยูได้งานแล้ว เตรียมตัวมาถ่ายช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนด้วย พลอยกรี๊ด...ดีใจมากๆ น้ำตาเกือบไหล คือไม่เคยได้อะไรยากขนาดนี้มานานแล้วหลังจากนั้นก็บินไปแล้วเริ่มงานที่โน่น
การทำงานระดับอินเตอร์แบบนี้เขาทำงานต่างกับคนไทยไหมคะ
พลอย : เช็ตหนังเป็นแผนกค่อนข้างชัดเจน จะมีทีมอิตาลีและทีมสิงคโปร์ผสมกัน แต่มันค่อนข้างจะเหงาคือไม่มีใครยุ่งกับใครเลย แต่ละแผนกก็จะทำงานๆ จนกว่าจะเลิกงานถึงจะมาคุยกัน ของพลอยก่อนถ่าย หลังถ่าย ระหว่างถ่ายต้องอยู่ในรถเทรนเนอร์ของตัวเองตลอด รถนี้นักแสดงมีกันคนละคัน กินอาหารทำอะไรก็อยู่ในนี้ เวลาเรียกจะได้ตามตัวง่ายๆ มันก็แปลกดีพอถึงเวลาช่างแต่งหน้าก็มาแต่ง ถึงเวลาทานข้าวเขาก็จะเอาอาหารมาให้ พลอยรู้สึกว่าเขาปฏิบัติกับเราอย่างเป็นนักแสดงจริงๆ แล้วทำให้เราต้องตั้งใจเต็มร้อยในการทำงาน
ปัญหาต่างวัฒนธรรมกับมีบ้างไหมคะ
พลอย : ฝรั่งค่อนข้างจะตรงเวลา จะว่าอะไรก็ว่าตรงๆ อย่างพลอยมีผู้จัดการฝรั่งคนหนึ่งที่จะมาดูแลแทนเวลาพี่อั๊ตไม่ว่าง ถ้าเขายุ่งอะไรเกินไปทีมงานอิตาเลียนจะว่าตรงๆ เลยว่า Shut up แม้เขาไม่ได้ว่าพลอยโดยตรง แต่พลอยถือว่าเขาเป็นคนดูแลพลอย แล้วจะมาโดนอย่างนี้ได้ไง พลอยก็จะแข็งขึ้นมาเลย พลอยก็ไปคุยกับพี่อั๊ต พี่อั๊ตก็เมล์ไปหาทุกคนในกองถ่าย จนเขาต้องขอโทษผู้จัดการส่วนตัวของพลอยและตัวพลอย เขาบอกว่าจะพยายามปรับตัว แต่ฝรั่งดีอย่าง จบก็คือจบ ไม่มีอะไรต่อกันอีก ซึ่งปกติคนอิตาเลียนเป็นคนน่ารักมาก แล้วก็อบอุ่นมากๆ ด้วยค่ะ
ถามถึงหนังแล้วขอถามถึงเรื่องถ่ายแฟชั่นบ้างค่ะ
พลอย : จริงๆ พลอยได้งานถ่ายแบบก่อนนะคะ ซึ่งที่ผ่านมาพลอยก็ถ่ายมาแล้วหลากหลายลุค แต่นักข่าวคนไทยกลับคิดว่าเราถ่ายแต่งานเซ็กซี่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร Lisa ฉบับวันพุธที่ 8 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2551
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ดาราเดลี่





