
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
กิตติรัตน์ สั่งแบงก์ชาติทำค่าเงินบาทอ่อนลง บอกเถียงให้น้อย ๆ แล้วจะดีเอง ด้านประสาร ค้าน ไม่ควรแตะค่าเงินบาท หวั่นเงินดอลลาร์ยิ่งทะลัก ทำเสียหายเหมือนปี พ.ศ.2540
วานนี้ (28 มีนาคม) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตนได้ส่งสัญญาณให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำค่าเงินบาทให้อ่อนลง เพราะต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เนื่องจากขณะนี้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศไทยมาก ซึ่งกรณีนี้จะทำให้นักลงทุนต่างชาติมองว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น และจะเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาทเพิ่มขึ้น ซึ่งตนไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้ จึงอยากเห็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงให้มากกว่าในอัตราปัจจุบัน
"ผมเป็น รมว.คลัง และในฐานะดังกล่าว ต้องการส่งสัญญาณอยากเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่ามากกว่านี้ ผมมีหน้าที่บริหารเศรษฐกิจของประเทศ ทุกฝ่ายต้องฟังผม ธปท.เองก็ต้องฟังผม เถียงให้น้อย ๆ ลงหน่อย แล้วทุกอย่างก็จะดีเอง ผมยืนยันต้องการเห็นเงินบาทอ่อนค่าลงอีก ใครจะมาฟาดปากผมก็ไม่แคร์ เพราะมันเป็นความต้องการของผม" นายกิตติรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ เคยระบุว่า ต้องการเห็นค่าเงินบาทที่ปัจจุบันอยู่ที่ 30-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงอยู่ที่ 32-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และต้องการให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ที่ 3% ต่อปีลงให้มากกว่านี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยที่มีปัญหารุนแรงจากน้ำท่วมปลายปี 2554 ที่ผ่านมา
ขณะที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบันถือว่าเหมาะสมกับภาพรวมเศรษฐกิจ และไม่ได้เป็นอุปสรรคในการค้าขายของประเทศไทย
นายประสาร กล่าวต่อว่า ธปท.ไม่มีนโยบายจะเข้าไปแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนที่มากเกินไป แต่ดูแลเท่าที่จำเป็น โดยปัจจุบันไทยดำเนินนโยบายเปิดเสรีเงินทุนเคลื่อนย้าย และใช้ดอกเบี้ยในการกำหนดนโยบายการเงิน แต่ปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี แต่หากเข้าไปดูแลควบคุมมากเกินไป จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนบิดเบือนไปจากที่ควรจะเป็น และอาจทำให้เกิดความเสียหายขึ้นเหมือนเมื่อปี พ.ศ.2540 ที่เกิดความผันผวนของค่าเงินเป็นอย่างมาก
ผู้ว่า ธปท. ยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันค่าเงินบาทควรอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากใครไปทำให้อยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์ จะยิ่งทำให้ต่างชาตินำดอลลาร์เข้ามาในประเทศมากขึ้น เพราะรู้ว่าเป็นดุลยภาพเทียม ดังนั้น เวลาที่ต่างชาติจะนำเงินดอลลาร์ออกไปก็ได้กำไร 3 บาท ยิ่งกดดันให้บาทแข็งกว่าเดิม กลายเป็นภาระของ ธปท.ต่อไปอีก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก







