
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ เจาะข่าวเด่น โพสต์โดย คุณ LadyBimbettes สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
จากกรณีที่ น้องฟ้า เด็กหญิงกอบลาภ เทียมเมือง ติดอยู่ในรถฟอร์จูนเนอร์ ขณะที่โจรได้ขโมยรถและขับขี่หนีไป เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยน้องฟ้าได้ตั้งสติ และหนีเอาตัวรอด พร้อมแจ้งตำรวจ จนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว ล่าสุดช่วงเย็นของวานนี้ (16 กรกฎาคม) รายการเจาะข่าวเด่น ได้พาน้องฟ้า พร้อม นางเกษม เทียมเมือง คุณแม่ และนายชำนาญ แซ่ตั้ง คุณน้า ผู้เป็นเจ้าของรถฟอร์จูนเนอร์ มาเล่านาทีระทึกขวัญในเหตุการณ์ดังกล่าวให้ได้ฟังกัน
โดยคุณน้าชำนาญ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนและครอบครัว พร้อมเพื่อนบ้านกำลังจะไปทำบุญ ที่วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี โดยตนนั่งเบาะคนขับ ภรรยานั่งข้าง ๆ ส่วนคุณแม่น้องฟ้า กับเพื่อนบ้านอีก 2 คนนั่งเบาะกลาง และน้องฟ้านอนฟุบอยู่ที่เบาะด้านหลังสุดท่อนที่ 3 ทั้งนี้ระหว่างทางก่อนจะไปถึงวัดพระบาทน้ำพุ ก็ไปเจอร้านขายเฟอร์นิเจอร์ข้างทางก็เลยสนใจเลยจอดลงไปดูกัน โดยทั้งหมดลงไปตัวเปล่า ๆ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ กระเป๋าถือ อยู่บนรถหมด ส่วนตนเป็นคนลงคนสุดท้าย แต่น้องฟ้าหลับอยู่ เลยไม่ได้ปลุกให้ลงด้วย
คุณน้าชำนาญ เล่าต่อว่า ตอนที่ตนลงไปนั้น ตนยืนหันหลังให้รถ เพราะกำลังยืนดูเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นประมาณไม่ถึง 5 นาที ก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถ และเสียงล้อฟรี ทุกคนรวมทั้งตนก็หันหลังกลับไป พบว่า รถล้อฟรีนั้นเป็นรถของตนเอง

ทางด้านคุณแม่ของน้องฟ้า เล่าเสริมว่า จังหวะนั้นตนตะโกนออกไปว่า "ฟ้าอยู่หลังรถ" ส่วนคุณน้าชำนาญ ก็ตะโกนพร้อมวิ่งตามรถว่า "มีเด็กอยู่ในรถ รถโดนลัก" จากนั้น คุณน้าชำนาญก็วิ่งตามรถอย่างสุดแรง (มาตรวจพบที่หลังว่า วิ่งจนกล้ามเนื้อฉีก) พร้อมตะโกนให้คนช่วย แต่ตอนนั้นรถติดไฟ ตนก็คิดว่าจับได้แล้ว เพราะรถอยู่ใกล้แค่เอื้อม ประมาณ 10 เมตร สุดท้ายโจรหักรถไปทางขวาปีนฟุตบาทเร่งเครื่องหนีออกไปเลย แต่เผอิญตนเห็นป้ายโรงพักพอดี เลยวิ่งไปโรงพักพร้อมแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับ
ขณะที่น้องฟ้า ซึ่งติดอยู่ในรถ เล่าให้ฟังว่า ตนรู้สึกตัวตั้งแต่ได้ยินเสียงปิดประตูแล้ว เพราะปิดดังมาก แต่ตนก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาดู เพราะเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เนื่องจากรถขับเร็วมาก คิดว่าไม่น่าจะใช่น้าชำนาญของตนแน่ ๆ แต่ก็ผงกหัวขึ้นมาดูแว้บนึงเพื่อความมั่นใจ ก่อนที่จะปิดเสียงโทรศัพท์ เพราะกลัวว่า ถ้าหากคนร้ายได้ยินตนจะเป็นอันตราย และเชื่อว่าคุณแม่ต้องโทรหาตนแน่ ๆ
ส่วนคุณแม่ เล่าต่อว่า ตอนนั้นโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ทุกอย่างอยู่ในรถหมด เลยขอยืมโทรศัพท์เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ แต่ตอนแรกไม่ได้โทรหาน้องฟ้า เพราะคิดว่าลูกคงถูกจับได้แล้ว จึงโทรหาญาติ และแจ้งตำรวจ จากนั้นเลยลองโทรหาน้องฟ้า ปรากฎว่าโทรติด ซึ่งตนดีใจมาก เลยสอบถามน้องฟ้าว่า ปลอดภัยหรือเปล่า ด้านน้องฟ้าก็ต้องกลับมาว่า ปลอดภัย แต่ก็พูดค่อยมาก ๆ ค่อยจนตนไม่ได้ยิน เลยตะโกนถามว่า รู้หรือเปล่าว่าคนขับรถไม่ใช่น้าชำนาญแต่เป็นโจร ทั้งนี้ น้องฟ้าก็ตอบกลับมาเสียงเบาจนตนจับใจความไม่ได้ และน้องฟาก็กดตัดสายไป
ด้านน้องฟ้า กล่าวต่อว่า ที่ตนตัดสายไปนั่นเป็นเพราะเสียงคุณแม่ลอดออกมานอกโทรศัพท์ ตนกลัวว่าคนร้ายจะได้ยิน เลยเปลี่ยนวิธีเป็นส่งข้อความแทน โดยตนส่งไปบอกว่า ตนปลอดภัยดี และคนร้ายยังไม่รู้ว่าตนติดอยู่ในรถ และอีกข้อความคือ หนูกลัว แม่ช่วยหนูด้วย ส่วนคนร้ายก็ขับรถเร็วมาก ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเขาพาตนไปไหน แต่สุดท้ายเขาก็จอดรถ ทั้งนี้ ตอนนั้นตนคิดว่าคงไม่รอดแล้ว เขาต้องมาเปิดประตูหลัง แล้วพบว่าตนนอนอยู่แน่นอน
น้องฟ้า กล่าวต่ออีกว่า แต่แล้วคนร้ายก็ไม่ได้เปิดประตูด้านหลัง ตนได้ยินเสียงแต่เปิดประตูด้านหน้าคนขับเท่านั้น หลังจากนั้นผ่านไปสักระยะ ตนก็ได้ชะโงกหน้ามาดู ก็ไม่เห็นคนร้ายแล้ว จึงรีบเปิดประตูออกมา พอลงจากรถมาพบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นร้านค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน เลยโทรหาคุณแม่ ซึ่งคุณแม่บอกว่า ให้ไปอยู่ในที่ที่มีคนเยอะ ๆ แล้วขอความช่วยเหลือจากเขา โดยตนได้เดินไปหาแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว และบอกว่า โจรขโมยรถน้าหนูมา หนูติดอยู่ในรถแต่เขาไม่รู้ จากนั้นเขาก็แจ้งตำรวจให้ และอีกไม่กี่นาทีต่อมา ตำรวจก็ยืนล้อมรถไว้แล้ว

คุณน้าชำนาญ กล่าวเสริมว่า ตอนที่น้องฟ้าลงรถได้ทุกคนก็คลายกังวล เพราะมีแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวคอยดูแลแล้ว จึงบอกให้น้องฟ้าเอากุญแจสำรองที่อยู่ในเก๊ะ แล้วล็อกเบรกมือเอาไว้ เพราะถ้าหากคนร้ายกลับมา จะได้ช่วยชะลอเวลาในการขับหลบหนี
พร้อมกันนี้ น้องฟ้า กล่าวว่า พอตำรวจมาล้อมรถ สักพักก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินมา พอเจอตำรวจเขาก็ชะงัก ตำรวจเห็นว่ามีพิรุธเลยเดินตามไป และขอค้นตัว จึงพบกุญแจรถ และคนร้ายก็ถูกจับกุมในที่สุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการสอบสวนคนร้าย ทราบชื่อว่า นายสัมพันธ์ องศ์ประยูร อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 296/66 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ลูกครึ่งไทย-เบลเยี่ยม โดยนายสัมพันธ์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นขโมยรถของนายชำนาญไปจริง โดยเพื่อนขับรถมาส่งที่จุดดังกล่าว พอเห็นว่ารถคันนี้สตาร์ทเครื่องอยู่ เลยเข้ามาขับออกไป ทั้งนี้ ตนจะนำรถไปขายที่เต้นท์รถในกรุงเทพฯ เนื่องจากต้องการนำเงินไปจ่ายหนี้ และซื้อยาเสพติด ส่วนที่ตนลงรถนั้น เพราะตนเดินไปถอดเสื้อคลุมทิ้ง เพื่อป้องกันการถูกจับได้
ส่วนทางด้านน้องฟ้า เมื่อได้เจอคุณแม่ และคนอื่น ๆ ก็โผกอดพร้อมกล่าวว่าดีใจมาก ๆ ที่รอดมาได้ พร้อมกับฝากบอกไปยังเพื่อน ๆ ทุกคนว่า หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไร ควรตั้งสติให้ดี ๆ เพราะสติสำคัญที่สุด ส่วนที่ตนคิดหาวิธีเอาตัวรอด โดยไม่โวยวายนั้น เป็นเพราะตนชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ที่มักมีเหตุการณ์คล้าย ๆ ลักษณะนี้บ่อย ๆ ตนจึงหาทางเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณได้อย่างสำเร็จ





