

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ Newsy โพสต์โดยคุณ KARUNA CHIDCHOB สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม
ย้อนกลับไปสักหลายปีก่อน ถ้าถามว่านึกถึงอะไรในจังหวัดบุรีรัมย์ เชื่อว่าคนเกินครึ่งต้องนึกถึงภาพความงดงามของโบราณสถาน ปราสาทหินต่าง ๆ ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัด ขณะที่คนอีกจำนวนไม่น้อยก็ยังมองจังหวัดบุรีรัมย์เป็นเพียงเมืองผ่านทางในแถบอีสานใต้ เพียงแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...เท่านั้น
แต่ทว่าในช่วงไม่กี่ปีหลังที่ผ่านมา ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งถนนหนทาง ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าถามว่า อะไร? ทำให้บุรีรัมย์ในวันนี้เปลี่ยนไป... คำตอบเดียวที่ทุกคนพูดตรงกันก็คือ เป็นเพราะทีมปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่ง รายการ Newsy ในตอน "บุรีรัมย์ บียอน อันบีลิฟเอเบิล ..." ที่ออกอากาศทางบางอ้อ ชาแนล ช่อง CTH TV ได้นำเสนอมุมมองเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

การเกิดขึ้นของทีมปราสาทสายฟ้า ภายใต้การปลุกปั้นของ เนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้เปลี่ยนชีวิตของชาวบุรีรัมย์ไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อใดที่ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีนัดเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่แข่ง คนบุรีรัมย์จำนวนไม่น้อยจะเดินทางมาให้กำลังใจนักเตะจนแน่นสนาม ไม่เว้นแม้แต่คนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่น ๆ ที่บางคนต้องเดินทางมานับพันกิโล เพื่อมาชมฝีแข้งของนักรบปราสาทสายฟ้า พร้อมกับสัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของสนามนิว ไอ-โมบาย สเตเดียม ที่ว่ากันว่าได้มาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก
จากคนไม่สนใจฟุตบอล ไม่กล้าทำตัวเด่น แต่ความฟีเวอร์ของฟุตบอลก็ทำให้คนหลายคนสามารถแต่งองค์ทรงเครื่อง แต่งหน้า ทาสี สวมเสื้อสีน้ำเงินเข้มของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อมาเชียร์ทีมรักได้อย่างภาคภูมิใจ และหลอมรวมกับคนนับหมื่นในสนามได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว

ทุกวันนี้ นักเรียน ชาวนา ชาวไร่ พ่อค้า แม่ค้า หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุหลายคนจากที่ไม่เคยดูฟุตบอล ก็กลายมาเป็นแฟนบอลตัวยงได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อคนเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนตามไปด้วย เพราะฟุตบอลได้นำความคึกคักและความเจริญมาสู่จังหวัดบุรีรัมย์ ความเจริญเหล่านั้นนำมาซึ่งเม็ดเงินมหาศาลที่ช่วยขยายเศรษฐกิจในจังหวัด ทำให้ค่าครองชีพในจังหวัดสูงขึ้น และช่วยให้ชาวบุรีรัมย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่นนั้นแล้ว หากจะพูดว่า "กีฬา" สามารถขับเคลื่อน "เศรษฐกิจ" ได้ ก็คงไม่เกินจริงนัก
คนหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นประธานหอการค้า ผู้ประกอบการโรงแรม ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน พ่อค้าแม่ค้า ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สมัยก่อนคนจะเข้ามาเที่ยวที่ปราสาทหินพนมรุ้งเท่านั้น มาแล้วก็กลับ หรือผ่านไปที่อื่น หรือแม้กระทั่งคนต่างอำเภอก็จะไม่เข้ามาในอำเภอเมือง เพราะบุรีรัมย์ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่เมื่อคุณเนวิน ชิดชอบ ทำทีมฟุตบอลขึ้นมา ก็ได้ปลุกเมืองบุรีรัมย์ที่แต่เดิมมีนักท่องเที่ยวเพียงปีละ 8 แสนคน เพิ่มขึ้นมาสูงถึงปีละกว่า 1.4 ล้านคน ซึ่งตัวเลขนี้ยังเก็บข้อมูลไม่ครบด้วยซ้ำ หากครบน่าจะมากกว่านี้เป็นเท่าตัว ขณะที่คนต่างอำเภอก็ต้องเข้ามาในเมืองทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อดูฟุตบอล

จากเมืองที่พึ่งพาภาคเกษตรเป็นหลัก กลายเป็นเมืองที่ดึงดูดนักธุรกิจ นักลงทุน โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ มากมายเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนทำให้ค่า GDP ของจังหวัดที่แต่เดิมอยู่อันดับที่ 70 กว่า ๆ พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 33 ของประเทศ ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ขณะที่คนบุรีรัมย์ที่เคยออกไปทำงานในจังหวัดอื่นก็เริ่มกลับมาทำงานในบ้านเกิดมากขึ้น เพราะภาคอุตสาหกรรมเริ่มขยายตัว นำมาซึ่งความเจริญ และความสะดวกสบาย
ที่สำคัญก็คือ เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ก็ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นด้วย เห็นได้จากตัวเลขปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด ลดน้อยลง รวมทั้งปัญหาวัยรุ่นตีกันระหว่างหมู่บ้านที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกวันนี้ เด็กวัยรุ่นจะหันมาเล่นกีฬา และร่วมแรงร่วมเชียร์ทีมรักอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขฉาบอยู่บนใบหน้าของชาวบุรีรัมย์

การพลิกฟื้นเมืองบุรีรัมย์ได้อย่างทุกวันนี้ หากไม่มีเขา..."เนวิน ชิดชอบ" ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็คงไม่เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้น ชายผู้นี้บอกว่าตัวเองรักฟุตบอลมาตั้งแต่สมัยเรียน แต่เมื่อวันนี้ร่างกายไม่ได้แล้ว จึงตัดสินใจเข้ามาพัฒนาวงการฟุตบอลให้พัฒนาขึ้น โดยในชีวิตตั้งเป้าหมายในเรื่องฟุตบอลไว้ 3 อย่างคือ อยากจะทำให้ทีมบุรีรัมย์ฯ ติดท็อปเท็นใน 5 ปี ติดท็อปไฟว์ใน 10 ปี และอยากสร้างทีมบุรีรัมย์ฯ เพื่อผลักดันให้เด็กไทยไปเล่นในลีกยุโรปให้ได้ภายใน 10 ปี เขาจึงทุ่มเทให้กับทีมอย่างไม่มีวันหยุด
"95% พี่อยู่กับทีม ทั้งการซ้อม การแข่ง พี่ต้องอยู่กับนักฟุตบอล พี่ไม่เหมือนเจ้าของทีมคนอื่น เพราะเรารักมันจริง ๆ ถ้าไม่รักจริง ไม่บ้าจริง คงอยู่กับมันมา 4 ปีแบบนี้ไม่ได้ พี่เชื่อว่าบนความบ้าแบบนี้ มันทำให้แฟนบอลรักทีมและศรัทธาทีมมากขึ้น คนทั้งประเทศอยากเห็นทีมฟุตบอลดี ๆ แบบนี้ นั่นคือสิ่งที่แม้เราไม่ใช่นักการเมือง แต่เราก็สามารถทำประโยชน์ให้กับเมือง และประเทศนี้ได้ วันนี้บุรีรัมย์เกิดขึ้นได้เพราะภาคเอกชนจับมือกัน เรายืนอยู่บนขาของเรา และจะอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืน" เนวิน พูดถึงทีมรักที่เขาปลุกปั้นขึ้นมาด้วยสองมือ

ประธานสโมสรบุรีรัมย์ฯ บอกด้วยว่า นี่เป็นการให้ความสุขแก่คนทั่วประเทศ หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาเชียร์บุรีรัมย์ฯ และคนเหล่านั้นก็อยากให้เขาสร้างความสุขให้ ซึ่งเขาก็คิดเสมอว่าการให้ความสุขกับคนอื่นนั้นดีกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
นอกจากการสร้างทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมาถึงจุดหนึ่งแล้ว เนวิน ชิดชอบ ก็ยังเดินหน้าสร้างสนามมอเตอร์สปอร์ต เพื่อแข่งรถ ซึ่งเขาจะพยายามผลักดันให้ประเทศไทยได้จัดการแข่งขันระดับโลกให้ได้ โดยตั้งเป้าหมายว่าอีก 5 ปี จังหวัดบุรีรัมย์จะต้องเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน ในเรื่องฟุตบอลและมอเตอร์สปอร์ต ที่เขาเชื่อว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้อีกมหาศาล

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า เพียงแค่สโมสรฟุตบอลทีมเดียวจะสร้างโอกาสมหาศาลให้เกิดขึ้นภายในเมืองบุรีรัมย์ได้อย่างมากมาย จึงไม่แปลกใจที่คนจะพูดกันว่า "BURIRAM BEYOND UNBELIEVABLE" เพราะคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ปรากฏการณ์ฟุตบอลฟีเวอร์จะดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างมาให้จังหวัดบุรีรัมย์ได้มากถึงเพียงนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากความกล้าที่จะฉีกกรอบของผู้ชายคนหนึ่ง และเขาก็กล้าที่จะทำความฝันที่มีต่อเมืองบุรีรัมย์...บ้านเกิดของเขาให้เป็นจริง ดังที่เขาลั่นวาจาไว้ว่า...
"บุรีรัมย์ จะต้องเป็นเมืองเป้าหมาย 1 ใน 5 ของเมืองท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในโปรแกรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก"
"เมื่อพระเจ้าไม่ได้ให้ภูเขา ทะเล ที่ท่องเที่ยว ความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำกับพวกเรา เหมือนที่คนจังหวัดอื่น ๆ ได้รับ คนบุรีรัมย์ก็ต้องสร้างด้วยมือของเราเอง ผมพร้อมที่จะร่วมมือกับคนบุรีรัมย์ทุกคน สร้างเมืองของเรา บ้านของเรา ด้วยตัวของเราเอง ด้วยกำลังของเราเอง"
"เราจะไม่หวังพึ่งพากลไกของรัฐ ไม่รอให้ใครมาช่วยเหลือ คนบุรีรัมย์จะสร้างทุกอย่างขึ้นมา ด้วยมือของเรา ด้วยหัวใจของเรา..."






