









ฮิตกันไปตาม"แฟชั่น"หรือคนไทย"ไร้ที่พึ่ง"เทรนด์ห้อยตุ๊กตาไว้ท้ายรถเพื่อป้องกันวิญญาณร้าย ประชาชนทั่วไปนิยมมาก แต่จิตแพทย์ชี้คนไทยมีนิสัยเชื่ออะไรง่าย
แต่สาเหตุสำคัญเพราะคนไทยขาดสัญชาตญาณเอาตัวรอด ขาดความมั่นใจก็หันหาเรื่องราวความเชื่อ
จากการสังเกตรถราที่ขับอยู่บนท้องถนนในปัจจุบัน และจากการตรวจสอบจากแหล่งข่าวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่ามีผู้นิยมนำตุ๊กตามาห้อยไว้ที่ท้ายรถด้านนอกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตามรูปคนหรือรูปสัตว์
โดยเหตุผลของการนำตุ๊กตามาห้อยนั้น ส่วนหนึ่งระบุว่า เป็นการแก้เคล็ดป้องกันวิญญาณของคนตาย โดยเฉพาะถ้ารถเราไปชนคนจนเสียชีวิต ก็จะต้องห้อยตุ๊กตาไว้ที่ท้ายรถ ไม่ให้วิญญาณของผู้เสียชีวิตมาสิงรถเรา เนื่องจากมีความเชื่อว่า วิญญาณคนตายจะกลับมาสิงอยู่กับรถที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นตาย หรือบางคนซื้อรถมือสองมาแล้ว เวลาขับพบเห็นสิ่งแปลกๆ ในรถ ก็จะนำตุ๊กตามาห้อยเช่นกัน เพราะบางทีผู้ซื้อไม่สามารถรู้ได้ว่ารถคันที่ซื้อมาเคยชนคนตายมาหรือไม่
แต่ก็ไม่เฉพาะคนที่มีความเชื่อเรื่องวิญญาณเท่านั้น เนื่องจากมีการห้อยตุ๊กตากันมากขึ้น บางกลุ่มจึงทำให้กลายเป็นแฟชั่น โดยห้อยกันในกลุ่ม อาจจะเป็นตุ๊กตาเหมือนกัน หรือบางคนเห็นว่าห้อยแล้วสวยดี ก็นำมาห้อยบ้าง ฮิตกันจนกลายเป็นแฟชั่น โดยเฉพาะวัยรุ่น โดยตุ๊กตาส่วนใหญ่จะเป็นตุ๊กตาหมี ตัวการ์ตูน หรือเป็นรูปยอดมนุษย์ ก็มีให้เห็น
นายอดิศร อัจฉริยะฉัตรชัย นักเล่นรถยนต์ กล่าวว่า ข้อมูลแฟชั่นตุ๊กตาติดท้ายรถยนต์มีจุดกำเนิดมาจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง The Fast and Furious : Tokyo Driftเนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นผู้ชายในเรื่องนิยมเล่นรถประดับยนต์ติดไฟติดเครื่องเสียง ซึ่งจากกระแสของหนังทำให้วัยรุ่นผู้หญิงมีความต้องการแต่งรถยนต์ส่วนบุคคล จึงนำตุ๊กตามาประดับไว้ท้ายรถ แต่โดยมากจะเป็นรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงสมัยใหม่
ทั้งนี้ยังมีภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง จำชื่อเรื่องไม่ได้ ที่ตัวเอกของเรื่องประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ฝ่ายผู้หญิงจึงได้นำตัวตุ๊กตาไว้ท้ายรถยนต์เช่นกันเพื่อที่จะให้วิญญาณผู้ตายได้ไปสู่ที่ชอบ ไม่ต้องย้อนกลับมาหาที่ได้จบชีวิต
นพ.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษาศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาบุคลิกภาพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร กล่าวว่า ตามปกตินิสัยของคนไทยแต่โบราณมาแล้วมีความเชื่อในเรื่องของไสยศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในรูปนามธรรมจะเชื่อภูติ ผี ปีศาจ สิ่งเร้นลับ วิญญาณ ส่วนในรูปธรรมก็จะเชื่อศาลเจ้า วัตถุมงคล อีกอย่างคือคนไทยไวต่อการรับรู้ เชื่ออะไรง่าย พอมีข่าวลืออะไร หรือกระแสที่แรงๆ ก็จะเชื่อ อย่างเรื่องตุ๊กตาห้อยท้ายรถก็เช่นกัน
"มีแต่โบราณมาแล้ว เวลาคนไทยจะซื้อบ้าน ซื้อรถ จะต้องมีการเจิม ซึ่งน่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกก็ว่าได้ แทนที่จะเชื่อมั่นในตัวเอง อย่างหลวงพ่อคูณเคยพูดว่า ถึงมีพระหลวงพ่อคูณ แต่ถ้าขับรถเร็วหลวงพ่อก็กระโดดลงแล้ว ในความเป็นจริงความปลอดภัยนั้นต้องอยู่ที่ตัวเรามากที่สุด
กรณีตุ๊กตาท้ายรถก็เช่นกัน คนไทยเชื่ออะไรง่าย พอรู้ว่าถ้าห้อยตุ๊กตาไว้ท้ายรถจะช่วยไม่ให้วิญญาณคนตาย หรือสิ่งชั่วร้ายเข้ามาสิงก็ทำกันตาม" จิตแพทย์ชื่อดังกล่าว
หมอวัลลภยังกล่าวด้วยว่า คนไทยตั้งแต่โบราณมาแล้ว จะเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่สมัยนี้คนรุ่นใหม่หาที่พึ่ง หรือเชื่อเรื่องแปลกๆ กันมากขึ้น เพราะว่าเราไร้ที่พึ่ง ซึ่งสิ่งนี้เกิดจากการเลี้ยงดูที่เปลี่ยนไป คือสมัยก่อนพ่อแม่จะเลี้ยงให้ลูกๆ อดทน ทำอะไรด้วยตัวเอง เด็กที่โตมาก็จะทำอะไรด้วยตัวเอง
แต่สมัยนี้พ่อแม่กลับเลี้ยงลูกแบบกลัวๆ คือคอยปกป้อง และตามใจเกินไป บางคนเกือบ 30 แล้วพ่อแม่ยังดูแลอยู่เลย ด้วยเหตุนี้ทำให้สัญชาตญาณในการอยู่รอดลดน้อยลง เกิดอะไรก็ต้องหาที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจ ซึ่งทางกายก็จึงพึ่งครอบครัว แต่ทางใจก็จะหันไปหาเรื่องราวความเชื่อต่างๆ
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|