
db









สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวานนี้ (3 มิ.ย.) ที่ จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุระเบิดในสนาม โรงเรียนบ้านบือซู ต.บันนังสตา จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดนอนร้องโอดโอย 18 ราย จึงเร่งลำเลียงคนเจ็บไปยังโรงพยาบาล
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปัตตานี รายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่มีเครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชนเป็นแกนนำ และชาวบ้านรวมกว่า 1,000 คน ได้ชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 บริเวณมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ต่อมา กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้รถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียง เคลื่อนขบวนออกจากมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี โดยถือป้ายผ้ามีข้อความโจมตีนโยบายรัฐบาล ขับไล่ทหารออกนอกพื้นที่ ยกเลิกเคอร์ฟิว เดินเท้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่เสียชีวิตที่ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา แต่ทางฝ่าย จนท.ชุด รปภ.พื้นที่ได้ ปิดกั้นเส้นทางไว้ จึงได้มีการเจรจากันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ออกแถลงการณ์ ถึงการเจรจากันเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่า ที่ผ่านมาเป็นการเข้าใจผิด เพราะประเด็นหลักในการเจรจา ทางกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการรวบรวมปัญหาต่าง ๆ เสนอให้ภาครัฐนำไปพิจารณาแก้ไข มิใช่ประเด็นที่จะสลายการชุมนุมแต่อย่างใด ดังนั้นจึงยังไม่มีกำหนดการที่จะยุติการชุมนุม จนกว่าจะมีการตอบรับตามข้อเสนอ

ขณะที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เป็นเหมือนตาบอดคลำช้าง ขณะนี้ รู้แล้วว่า แนวร่วมกองกำลังคือใคร แต่ตัวองค์กรยังไม่รู้ เพราะยังไม่สามารถหาหัวขององค์กรได้ จึงใช้ตัวแทนสั่งการเหมือนระบบขายตรง ดังนั้น เมื่อจับได้แต่ลูกน้อง แต่จับตัวหัวหน้ากลุ่มไม่ได้เลยไม่รู้ว่า ตัวหัวองค์กรจริง ๆ คือใคร ตรงนี้ ถ้าไม่รู้ก็สาวไปไม่ถึง การแก้ปัญหาก็ยังทำไม่ได้
สำหรับกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกยึดมัสยิดกลาง จ.ปัตตานี เพื่อเรียกร้องให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ใช้มาตรการจากอ่อนไปแข็ง แต่อย่าให้เกิดเงื่อนไขขึ้นมา เพราะปัญหาซับซ้อน โดยเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ในพื้นที่มีความเข้าใจ ส่วนเงื่อนของผู้ชุมนุมที่ต้องการให้ถอนทหารออกจากพื้นที่และยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.) นั้น ต้องดูตามข้อเท็จจริง หากเงื่อนไขอะไรยอมได้ก็ยอม ยอมไม่ได้ก็ไม่ยอม ทุกคนต้องอยู่ในกรอบเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ต้องการให้เพิ่มทหารพรานที่เป็นคนในพื้นที่ลงไปอีกเพื่อให้อยู่กับชาวบ้าน และร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่เอง
ข้อมูลจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|