









นายกฯยืนยันไม่ประกาศเคอร์ฟิวตราบใดที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ระบุไม่กลัวถูกลอบสังหารเหตุอายุมากแล้วถึงเวลาก็ต้องไป
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเปิดบ้านพิษณุโลก โดยขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมนุมให้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย และหันกลับมาช่วยบริหารบ้านเมือง พร้อมได้ย้ำว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่ต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตราบใดที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ไม่เคลื่อนย้ายหรือบุกรุกสถานที่ราชการ หรือทำสิ่งวุ่นวาย
ส่วนข่าวลือที่ระบุว่าจะมีการลอบสังหาร นั้นนายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่กลัวตาย เพราะอายุมากแล้ว แต่ในส่วนตัวยังไม่เคยได้ยินข่าวนี้ และให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยดำเนินการตามที่เห็นสมควร
ทางด้านคดีอายัดทรัพย์'พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร' นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าคตส.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งถือว่าอยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ได้มีอยู่แล้ว เมื่อมาถึงวันนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายในแง่ทางด้านกฎหมายได้มีการศึกษาและหาทางที่จะแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต คงตอบได้แค่นั้น
ถามว่าอดีตนายกฯจะกลับมาเมืองไทยเร็วกว่าที่ควรไหม พลเอกสุรยุทธ์กล่าวว่าขึ้นอยู่กับการดำเนินคดี อย่างในปัจจุบันนี้ที่ คตส. ได้ประกาศไปแล้วว่า ขอให้มาแก้ข้อกล่าวหาภายใน 60 วัน ได้ทราบว่าในส่วนนี้สามารถตั้งผู้แทนได้ จากที่ คตส. ได้ชี้แจงมาแล้ว นั่นเป็นทางเลือกที่ผู้ถูกกล่าวหานั้นสามารถที่จะตั้งผู้แทนมาชี้แจงได้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาว่าคงจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วในส่วนของผู้ถูกกล่าวหา
ส่วนเรื่องปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พลเอกสุรยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่สามารถจะทำในลักษณะที่ลงไปในพื้นที่เองได้ เพราะว่ามีขั้นตอนหลาย ๆ ช่วงที่จำเป็นจะต้องมอบให้กับผู้ที่รับผิดชอบพื้นที่จริง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้อย่างที่เห็นคงเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ กอ.รมน. ดำเนินการ กอ.รมน.จะมอบให้กับแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งถือว่าเป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นภายใน ภาค 4 เป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะทำงานคู่ขนานไปกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะให้การสนับสนุน เช่น ต้องการงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับคน อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีความจำเป็น เราจะจัดให้ นั่นเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำ
ในเรื่องของส่วนงานที่ถือได้ว่ารัฐบาลอาจจำเป็นจะต้องให้นโยบาย เช่น ในเรื่องของเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ รัฐบาลต้องลงไปดูร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการศึกษา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ทุ่มเทลงไปดูว่า เราจะปรับในเรื่องการศึกษาอย่างไรบ้าง กระทรวงสาธารณสุข ลงไปดูว่าจะเพิ่มขีดความสามารถของการดูแล พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร ทางกระทรวงแรงงานลงไปดูว่ามีการว่าจ้างแรงงานในลักษณะใดบ้าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงไปดูว่าผลผลิตทางการเกษตรที่ออกมาจะแก้ไขปัญหาอะไรอย่างไร แต่ทั้งหมดนี้จะไปรวมศูนย์อยู่ที่ ศอ.บต. เพราะว่าส่วนของข้าราชการ พลเรือนทั้งหมด จะไปรวมอยู่ตรงนั้น เพื่อให้มีการประสานงานกันในรายละเอียด ผอ.ศอ.บต. จะเป็นผู้ที่ทราบรายละเอียดการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถ ตัดสินใจได้ในเบื้องต้น ในท้องถิ่น ว่าจะทำอย่างไร









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|