
เครือข่ายแรงงานไทย ค้าน มติคณะกรรมการสำนักงานประกันสังคม ปล่อยกู้ รัฐบาล 2 แสนล้านบาท ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศ หวั่นกระทบสิทธิ์ผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน ด้านปลัดกระทรวงการคลัง ยันไม่กระทบบำเหน็จบำนาญชราภาพแน่นอน
สืบเนื่องจากกรณีที่ มติคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ด สปส. มีมติเอกฉันท์ ในการร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
ความคืบหน้าล่าสุด ในวันนี้ (9 มิถุนายน 2558) นายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ในปีนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีงบประมาณในการลงทุนสูงที่สุดเป็นจำนวน 400,000 ล้านบาท ในการลงทุนในภาครัฐต่าง ๆ เช่น การก่อสร้างระบบรถไฟ ระบบบริหารน้ำ เป็นต้น โดยจะแบ่งงบประมาณในการลงทุนไว้จำนวน 200,000 ล้านบาทให้รัฐบาลสามารถกู้ได้ โดยมีข้อแม้ว่ารัฐจะต้องออกพันธบัตรเพื่อค้ำประกันให้กับ สปส.และมีดอกเบี้ยให้ ประมาณร้อยละ 3-3.5
ส่วนที่มีความเป็นห่วงว่าจะมีความมั่นคงและความคุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่นั้น ผลตอบแทนอาจจะไม่มากเท่ากับการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ แต่ได้ผลตอบแทนในอัตราที่คุ้มค่า ส่วนเรื่องของความมั่นคงนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะมีรัฐบาลเป็นประกัน ตนขอยืนยันว่าการปล่อยให้รัฐบาลกู้ จะไม่กระทบต่อการจ่ายเงินกรณีบำเหน็จและบำนาญชราภาพแน่นอน
อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่เป็นมติของ บอร์ด สปส. ที่ต้องการนำเงินไปลงทุนในประเทศ
ด้าน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ทาง คสรท. ขอคัดค้านการนำเงิน สปส. ไปให้รัฐบาลกู้เงินจำนวน 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของกองทุนและอนาคตของผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน เนื่องจาก สปส. จะต้องทยอยจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ หากนำเงินไปลงทุนจำนวนมากโดยไม่มีหลักประกัน อาจกระทบต่อการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าว
ทั้งนี้ บอร์ด สปส. ไม่ได้มีการสื่อสารและชี้แจงรายละเอียดการลงทุนกับผู้ประกันตนที่เป็นเจ้าของเงิน ดังนั้นภายในเดือนมิถุนายนทางเครือข่ายจะขอเข้าพบ พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือคัดค้าน และสอบถามรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว
ภาพจาก ครอบครัวข่าว 3
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






