









สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
เมื่อวานนี้ (18 พ.ค.) นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) กล่าวว่า จากการที่ คตส. มีคำสั่งอายัดเงินจากการขายหุ้นชินฯ ใน 21 บัญชี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา การตรวจสอบของคณะกรรมการติดตามเส้นทางของเงิน พบว่าเงินมีการไหลจาก 21 บัญชีไปยังบัญชีของสถาบันการเงินอื่นอีก 7 บัญชี ระหว่างวันที่ 4-11 มิ.ย. เป็นจำนวนเงินเพิ่มเติมกว่า 8 พันล้าน ที่ประชุมใหญ่ คตส.จึงมีมติให้มีคำสั่งอายัดบัญชีเงินฝากเพิ่มเติมอีก 7 บัญชีดังกล่าว คือ
1. ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ ชื่อบัญชี บริษัทเอสซีออฟฟิต พลาซ่า จำกัด
2. ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ ชื่อบัญชี บริษัทพีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด
3. ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ ชื่อบัญชี บริษัทเวิร์ล ซัพพลาย จำกัด
4. ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ ชื่อบัญชี บริษัท โอไอเอ แมเนจเม้น จำกัด
5. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารัชดาฯ ชื่อบัญชี น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์
6. บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์
7. ธนาคารกรุงเทพ สาขารัชดาฯ-ลาดพร้าว ชื่อบัญชีที่ปรึกษากฎหมายธีระคุปป์
นายสักกล่าวว่า การอายัดเงินทั้ง 7 บัญชีนี้เป็นการอายัดเฉพาะจำนวนเงินที่ไหลเข้าบัญชีในระหว่างวันที่ 4-11 มิ.ย. ที่ไหลจาก 21 บัญชีที่ คตส.สั่งอายัดไปเท่านั้น ไม่รวมเงินที่เคลื่อนย้ายมาจากบัญชีอื่น
ทั้งนี้ คตส.สั่งให้ทุกธนาคารส่งรายการรายละเอียดของทั้ง 7 บัญชีมาให้คณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งจะอายัดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเพื่อสืบหาเจ้าของบัญชีที่แท้จริง หรือให้เจ้าของทรัพย์ยื่นคำร้องถอนอายัดทรัพย์ ภายใน 60 วันต่อคณะกรรมการพิจารณาถอนอายัด เพื่อนำหลักฐานมายืนยันว่าทรัพย์ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ ส่วนเงินอีกกว่า 2 หมื่นล้านบาทที่หายไปก่อนที่คตส.จะมีมติอายัด ขณะนี้กำลังติดตามเส้นทางการเงินการโยกย้ายดังกล่าวอยู่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คตส. มีมติสั่งอายัดทรัพย์ ครอบครัวชินวัตร ทุกบัญชี
ข้อมูลจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|