"อันตราย" แม้ไม่ล้ม! "ป้ายหวิว-เตะตา" มองแล้วขับ "เสี่ยงชน"

เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ในกรุงเทพฯ รวมถึงในอีกหลายจังหวัด เริ่มให้ความสำคัญและเข้มงวดตรวจสอบ ป้ายโฆษณา ที่ปัจจุบันมีการติดตั้งกลาดเกลื่อน หลังเกิดเหตุ ล้ม ในกรุงเทพฯ...อีกครั้ง ซึ่งก็เป็นเหตุที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินทำให้มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตอยู่เนืองๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะในช่วง ฤดูฝน-มีพายุ ยิ่งล่อแหลม !!
อย่างล่าสุดหลังพายุฝนถล่มหนักในกรุงเทพฯ เมื่อบ่ายวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมาก็มีป้ายขนาดใหญ่ล้ม 2 ป้าย และป้ายขนาดเล็กอีก 23 ป้าย ซึ่งก็สร้างความเสียหายในลักษณะเดิมๆ ซ้ำๆ อีกครั้ง จนต้องมีการตีเกราะเคาะปี๊บมาตรการ ล้อมคอก กันอีกรอบ ดังที่ทราบๆกัน โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่รับผิดชอบของ กทม.
จากรายงานข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.-กรุงเทพมหานคร บอกว่า ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเห็นชอบร่วมกันที่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วม ภาครัฐและเอกชนภายใน 7 วัน ประกอบด้วยตัวแทนของ กทม. กรมโยธาธิ การและผังเมือง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักผังเมือง และกลุ่ม วิชาชีพ เช่น สมาคมโฆษณาธุรกิจ สมาคมผู้ผลิตป้าย สมาคมสถาปนิกสยาม สมาคมประกันภัย เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาป้าย
หลักใหญ่ใจความพุ่งเป้าที่ป้ายผิดกฎหมาย-ไม่แข็งแรง
เห็นว่าจะมีทั้งการรื้อถอน-การจับปรับกันจริงจังมากขึ้น
พร้อมกันนี้เห็นว่าคณะกรรมการร่วมจะร่วมกันผลักดันให้เกิดมาตรฐานในการ จัดระเบียบป้าย โดยกำหนดให้ป้ายทุกป้ายต้องได้รับการตรวจสอบและมีวิศวกรที่ปรึกษารับรองภายใน 3 เดือน และทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ซึ่งจะต้องตรวจสอบทุกปี ทางสมาคมผู้ผลิตป้ายจะติดสัญลักษณ์ของสมาคมไว้ที่โครงป้ายเพื่อรับรองว่าป้ายมีความแข็งแรง และรวมถึงมีข้อเสนอของทางสมาคมธุรกิจโฆษณาเกี่ยวกับการผลักดันให้มี พ.ร.บ.ป้ายโฆษณา ขึ้นมาบังคับใช้โดยเฉพาะ โดยไม่ต้องอิงกับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ที่เป็นคนละเรื่องกัน
รวมทั้งมีการเสนอให้มีการแบ่งพื้นที่และขนาดที่จะติดตั้งป้ายให้เหมาะสม เพื่อการจัดระเบียบป้ายในอนาคตด้วย ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบันว่าอย่างนี้ ซึ่งที่สุดแล้วจะยังไงก็ต้องรอดูกันไป
นอกจากนี้ ไล่เลี่ยกันทาง คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต. สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ระบุว่า ในวันที่ 27 ก.ค. ที่จะถึงจะมีการหารือร่วมระหว่างตัวแทนจาก สคบ. กทม. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง เกี่ยวกับแนวทางจัดระเบียบและควบคุมป้ายโฆษณาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางพื้นที่ไม่เป็นระเบียบ ที่สำคัญยังมีการมอบหมายให้ส่วนท้องถิ่นและกรมสรรพากรพิจารณาปรับเพิ่มภาษีป้าย เพื่อให้ป้ายที่ไม่พึงประสงค์ติดตั้งได้ลำบากขึ้น
มาตรการภาษีเป็นหนึ่งในวิธีที่รัฐบาลต้องการควบคุมป้ายโฆษณาพร้อมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาการกำหนดช่องความห่างของการตั้งป้าย เพราะ บางพื้นที่หนาแน่นจนรกหูรกตาและบดบังความสวยงามของทัศนียภาพ รวม ทั้งกำหนดขนาดของป้าย ขณะที่ สคบ. จะดูแลเรื่องความปลอดภัย และข้อความโฆษณาที่ห้ามเกินจริง และเข้าข่ายเชิงลามก เป็นต้น คุณหญิงทิพาวดีระบุ
ทั้งนี้ กรณีหลัง โดยเฉพาะเรื่องรกรุงรัง บางคนจะคุ้นๆว่ามีการพูดถึงมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว โดย ผมจะเรียกบริษัทติดตั้งป้ายโฆษณาทั้งหลายมาพูดคุย เพราะดูแล้วเลอะเทอะ เป็นมลพิษทางสายตาหากยังพูดคุยกันไม่รู้เรื่องจะดำเนินการโดยวิธีการอื่นต่อไป นี่เป็นคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2547 เมื่อครั้งยังเป็นนายกรัฐมนตรี พูดตอนที่ตรวจปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน...เรื่องมั่นคงแข็งแรงก็ประเด็นหนึ่ง
และเรื่อง มลพิษทางสายตา ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ
ประเด็นหลังนี่ มิใช่แค่ดูแล้วรกรุงรัง มองแล้วรำคาญตา เหมือนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยพูด และก็มิใช่แค่บดบังความสวยงามของทัศนียภาพ หรือแค่ดูลามก อย่างที่ รมต.สำนักนายกฯ รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐบาล ปัจจุบันบอก แต่ป้ายโฆษณาที่สร้างมลพิษทางสายตานี้ยังหมายรวมถึงเรื่อง ความปลอดภัย ด้วย
ต้องไม่ลืมว่า...ทั้งป้ายในพื้นที่รับผิดชอบของ กทม. ที่ล่าสุดมีการแจกแจงว่ามีอยู่ประมาณ 1,410 ป้าย แบ่งเป็นป้ายบนดิน 887 ป้าย และป้ายบน อาคาร 523 ป้าย และป้ายในจังหวัดอื่นๆ ส่วนใหญ่ติดตั้งริมถนน-ใกล้ถนนเพราะการโฆษณาก็ย่อมหวังผลดึงดูดและให้มีคนเห็นมากที่สุด จุดนี้อาจเกิดผลกระทบ โดยเฉพาะป้ายที่ติดตั้งใกล้ ทางแยก-ทางเบี่ยง-ทางโค้ง
ป้ายโฆษณาที่มีสีสัน-รูปแบบเด่นสะดุดตาอาจสร้างปัญหา อุบัติเหตุ โดยเฉพาะป้ายที่มีข้อความไม่เหมาะสม-ใช้รูปภาพหวือหวา...จะมิใช่แค่กระทบ ต่อศีลธรรมอันดีงาม ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่รถบนท้องถนนให้ความสนใจกับป้ายมากๆ สมาธิการขับขี่จะลดลงจนเกิด เฉี่ยว-ชน ได้ ซึ่งก็ไม่ต่างจาก โทรฯ แล้วขับ ที่กำลังผลักดันให้มีกฎหมายห้ามกันอยู่ ดังนั้นหากจะจัดระเบียบกันจริงจัง-จริงๆ ก็น่าจะให้ความสนใจจุดนี้ด้วย
หากจะเข้มงวดกันในแง่ อันตราย ก็ไม่ควรจะมองข้าม
ป้ายหวิว-หวือหวา ก็ เสี่ยง ไม่แพ้ป้ายล้ม ?!?!?
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต