
db










ทำไม ฮวาง จิน-ยี จึงมีกำหนดฉายในปี 2007?
มีวีรบุรุษและวีรสตรีมากมายที่บรรลุถึงความยิ่งใหญ่และทิ้งชื่อให้เป็นที่เลื่องลือในประวัติศาสตร์ แต่ ฮวาง จิน-ยี มิได้ถูกรวมอยู่ในบรรดาพวกเขาเหล่านั้น เธอมิใช่แม่ทัพหรือราชินีผู้ยิ่งยง มิใช่บัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่ เป็นแต่เพียง คีแซง สามัญคนหนึ่ง สิ่งนี้นี่เองที่ก่อให้เกิดคำถามว่าเหตุใดเธอจึงถูกค้นพบอีกครั้งในปี 2007 นี้ หลังกาลล่วงเลยมากว่า 500ปี
ยุคสมัยแห่งเล่ห์เพทุบาย: ข้าจะต้องเป็นสามัญชน
ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ปัจจุบันนี้ที่ทั่วทั้งประเทศต่างต้องทนทุกข์จากราคาอสังหาริมทรัพย์และภาค การศึกษาเอกชนที่สูงลิบลิ่วเพราะทุกคนต่างหวังว่าจะมั่งมียิ่งขึ้น สะดวกสบายยิ่งขึ้น และได้รับการนับหน้าถือตายิ่งขึ้น ในสมัยโชซอน (Chosun) ยุคที่สถานะทางสังคมเป็นตัวกำหนดทุกสิ่ง ความไม่เสมอภาคฝังลึกถึงกระดูก สภาพการณ์อาจเลวร้ายกว่าในปัจจุบันมากมายนัก ถึงกระนั้น ฮวาง จิน-ยี กลับเลือกที่จะย่างเท้าลงบนหนทางที่ต่ำต้อยที่สุด เธอตัดสินใจใช้ชีวิตเป็น คีแซง โดยไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแทนที่การเป็นคุณหนูของตระกูลผู้ดี นั่นคือการประกาศสงครามต่อยุคสมัยของความปลิ้นปล้อนลวงหลอกที่เธอมีชีวิตอยู่
ยุคสมัยแห่งการกดขี่: ข้าจะไม่ยอมแพ้แม้เพียงเสี้ยวของนาที
การจะมีชีวิตรอดจากกฎหมายที่มิได้จารึก กฎหมู่ คือการเผชิญกับความอยุติธรรมและเหยียบย่ำผู้อื่นลงไป กระนั้น ฮวาง จิน-ยี ก็แตกต่างออกไป เธอที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีในฐานะบุตรีผู้ล้ำค่าของตระกูลผู้สูงศักดิ์ คีแซง คนอื่นต่างเหยียดหยามเธอ อีกทั้งบุรุษเพศต่างปฏิบัติต่อเธอด้วยความหยามหมิ่น แต่ไม่มีสักเสี้ยวเวลาที่เธอยอมจำนนให้กับความอยุติธรรมและไม่เคยสูญเสียความภาคภูมิในตนเอง เธอเป็นอิสระและต่อสู้กับการกดขี่ทั้งปวงของยุคสมัย
ยุคสมัยของอคติ: เดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างกับความรัก
ในยุคใหม่ การแต่งงานคือหนทางยกฐานะทางสังคมของผู้คนและความรักได้รับการพิจารณาเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง ในสมัยโชซอนผู้หญิงไม่มีสิทธ์ในเรื่องความรักโดยสิ้นเชิง การแต่งงานคือการจัดการของผู้ใหญ่และผู้หญิงแทบจะไม่เคยได้เห็นหน้าฝ่ายชาย ผู้หญิงในชนชั้นล่างแทบจะไม่มีโอกาสได้แต่งงานเลย กระนั้น ฮวาง จิน-ยี กลับสลัดคู่หมั้นหนุ่มซึ่งเป็นชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งทิ้งโดยปราศจากความเสียใจแม้เพียงสักนิด แม้จะได้รับความชื่นชมอย่างมากมายในฐานะที่เป็น คีแซง แห่งยุคแต่เธอไม่เคยสนใจบุรุษผู้มาจากชนชั้นที่มีอำนาจและอิทธิพลเลย เธอกลับเลือกที่จะมอบหัวใจให้กับ นอม-ยี ชายหนุ่มอันตรายผู้ซึ่งเคยเป็นทาสของเธอและต่อมาเป็นอาชญากรที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เพราะรักเธอจึงวางหัวใจของเขาและเธอเอาไว้เหนือสิ่งอื่นใด เพราะรักเธอจึงมอบกายถวายชีวิตเพื่อรักษาความรักนั้นไว้ ในยุคที่เต็มไปด้วยความลำเอียงและอคติ เธอเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับความรัก
ฮวาง จิน-ยี มีชัยเหนือความหลอกลวง การกดขี่ และความลำเอียงทั้งปวง บัดนี้ในปี 2007 เธอจะแสดงให้เราเห็นถึงตัวตนของสตรีผู้ซึ่งเข้มแข็งเกินกว่าที่ช่วงเวลาของเธอจะทัดทานและรักมั่นคงที่ยืนยงเหนือโชคชะตา...
ความคาดหวังที่จะแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาอันน่าหลงใหลมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ฮวาง จิน-ยี สร้างจากเรื่องจริงของสตรีนางหนึ่งที่มีชื่อว่า ฮวาง จิน-ยี ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่ในสมัยโชซอนในศตวรรษที่ 16 ภาพยนตร์เกาหลีหลังจากที่กวาดรางวัลมากอย่างมากมายจากงานเทศกาลภาพยนตร์ต่าง ๆ อาทิ คานส์ เบอร์ลิน และเวนิซและได้แพร่หลายไปทั่วโลก ขณะนี้มีความมั่นใจที่จะแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิในประวิติศาสตร์ของชนชาติ ประวัติศาสตร์ที่แตกต่างจากจีนและญี่ปุ่น
ฮวาง จิน-ยี นำพาเอาความงามสง่าและความงดงามของประวัติศาสตร์ชนชาติของเราสู่สายตาชาวโลก
ภาพยนตร์ที่ร้อยรวมชาวเกาหลีไว้เป็นหนึ่ง
ฮอง ซุค-จุง (HONG Suk-joong) นักเขียนชาวเกาหลีเหนือและ จาง ยุน-ฮุน (JANG Yoon-hyun) ผู้กำกับการแสดงชาวเกาหลีใต้ร่วมงานกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดการแบ่งแยกประเทศ ภาพยนตร์มีต้นกำเนิดจากเกาหลีเหนือและถ่ายทำที่ภูเขาเคียม-กัง (Keum-gang) ภาพยนตร์เรื่องนี้โดยความสมบูรณ์แบบของตัวภาพยนตร์เองเป็นเหมือนสะพานทอดสู่หัวใจของชาวเกาหลีเหนือและใต้ ให้มีโอกาสได้ชื่นชม ดังเช่นที่ ฮวาง จิน-ยี เอาชนะภยันตรายต่าง ๆ ฮวาง จิน-ยี จะเป็นภาพยนตร์ที่ผู้คนในเกาหลีเหนือและใต้เลือกสรรด้วยความภาคภูมิและความหวัง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ควรปล่อยให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เลยผ่านไป









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

















































































































































































































































|