นับเป็นเรื่องเศร้าสลดใจจริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ "น้องเพชร" หรือ ด.ช.ณรงค์กร บุญเกื้อ อายุ 1 เดือน ซึ่งพ่อแม่อุ้มพาไปทำบุญที่วัดแล้วประสบอุบัติเหตุผ้าขนหนูที่ห่อตัวเด็ก เกิดหลุดเข้าไปพันในล้อรถมอเตอร์ไซค์ ดึงร่างหนูน้อยเข้าไปพันกับล้อบดขยี้อย่างน่าสยดสยอง โซ่บดกับเฟืองจนท่อนขาเหนือหัวเข่าขาดโดยที่แพทย์ไม่สามารถต่อให้ได้ดังเดิม หนูน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียง 1 เดือน กลายเป็นเด็กพิการอย่างน่าสลด!!
เหตุการณ์ครั้งนี้เล่นเอาคนเป็นพ่อแม่หัวใจแทบสลาย นึกไม่ถึงว่าลูกชายจะ มาประสบเหตุร้ายแบบนี้ ตั้งใจจะไปทำบุญแต่กลับต้องมาประสบเหตุร้ายแบบไม่คาดฝัน
เกิดจากความเผลอพลั้งเพียงเสี้ยววินาที!!
เหตุการณ์ ครั้งนี้เกิดขึ้นตอนเช้าตรู่วันที่ 21 ส.ค. ร.ต.อ.กิตติ ไชโย ร้อยเวร สภ.อ.เมือง จ.ราชบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุเด็กทารกติดอยู่ในล้อรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดที่หน้าโรงเรียนดรุณาราชบุรี ถนนคฑาธร เขตเทศบาลเมืองราชบุรี หลังรับแจ้งเหตุจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมรา ชานุสรณ์ จ.ราชบุรีรุดไปตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึงทุกคนต้องตะลึงงันเมื่อพบว่าตรงนั้นมีร่างของน้องเพชร ลูกชายนายสุทิน คันถม อายุ 32 ปี และนางบุญมา บุญเกื้อ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118/2 หมู่ 3 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ร่างถูกห่อด้วยผ้าขนหนูติดอยู่กับล้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว ทะเบียน บธต 449 ราชบุรี ในสภาพขาขวาเหนือหัวเข่าถูกสายโซ่พันบดกับเฟืองจนเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดไหลโกรกร้องไห้จ้าอย่างน่าเวทนา เ
จ้าหน้าที่ต้องช่วยกันตัดโซ่นำร่างหนูน้อยออกมาได้อย่างทุลักทุเล ในสภาพขาขวาถูกโซ่พันจนขาดวิ่น ก่อนรีบนำส่งร.พ.ศูนย์ราชบุรีเพื่อให้น.พ.รณาวุธ กล่ำสมบัติ ทำการผ่าตัดต่อขา แต่ผลปรากฏว่าแพทย์ไม่สามารถต่อขาให้ได้ เนื่องจากเส้นเลือดฉีกขาด ขาขาดออกจากกัน แพทย์ทำได้เพียงเย็บปิดปากแผลดูแลความสะอาดไม่ให้แผลติดเชื้อเท่านั้น
หนูน้อยคงต้องพิการไปตลอดชีวิต
นาย สุทินผู้เป็นพ่อย้อนเหตุการณ์เสียงสั่น ว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมอเตอร์ไซค์พาภรรยานั่งซ้อนท้ายอุ้มลูกไปทำบุญที่วัด
ขากลับเมื่อมาถึงถนนคฑาธร หน้าโรงเรียนดรุณาราชบุรี รู้สึกว่ารถสะดุดเหมือนมีอะไรมาพันอยู่ที่ล้อ เลยรีบจอดก้มลงไปดูเห็นผ้าขนหนูที่ห่อร่างลูกชายหลุดเข้าไปพันในล้อดึงร่าง น้องเพชรเข้าไปติดอยู่ในนั้น ท่อนขาขวาติดอยู่กับโซ่บดขยี้จนเนื้อหลุดออกมา เห็นแล้วแทบเป็นลม ไม่รู้จะช่วยลูกได้อย่างไร เพราะนาทีนั้นมือไม้สั่นไปหมด เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ทำให้ลูกต้องเป็นแบบนี้ แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกับลูกแน่ๆ
"ถ้าเจ็บแทนกันได้พ่อแม่ขอเจ็บปวดแทนลูกดีเสียกว่า"
นายสุทินเล่าประวัติครอบครัวให้ฟังว่า ตนเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงมาจากที่ราบสูงใกล้อำเภอสวนผึ้ง ยึดอาชีพ เป็นคนชำแหละหมูอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในอ.ปากท่อ ฐานะทางบ้านยากจน เช่าบ้านไม้เก่าๆ อยู่ริมแม่น้ำแม่กลองในเมืองราชบุรี ทุกวันจะขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานรับจ้าง ฆ่าชำแหละหมูได้เงินตัวละ 150 บาท พออยู่พอกินไปวันๆ แต่ก็ต้องมาแบ่งกับเพื่อนอีก 2 คนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน
เมื่อมาเกิดเหตุกับลูกแบบนี้ ชีวิตต้องลำบากแน่ๆ เพราะทางโรงพยาบาลแจ้งว่ามีค่ารักษาเป็นเงินถึงหลักหมื่นบาท ลำพังค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็แย่อยู่แล้ว ไหนยังจะหาเงินมารักษาลูกอีกคงต้องลำบากมากขึ้น ถึงอย่างไรก็จะหาเงินมารักษาลูกให้ได้
แต่ก็ดูเหมือนว่าภาระอันหนักหน่วงของนายสุทินพอจะทุเลาลงไปได้บ้าง
เมื่อนางวิไลพร สวัสดิ์พาณิชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรีและคณะได้เดินทางไปเยี่ยม อาการ "น้องเพชร" ถึงโรงพยาบาลพร้อมมอบเงินไว้ให้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังประสานไปยังผู้ประกอบการโรงงานที่พ่อน้องเพชรทำงานอยู่ เพื่อขอให้มาช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม อย่างน้อยก็ขอให้เห็นแก่ชีวิตเด็กตาดำๆ
สำหรับอาการของน้องเพชร หลังแพทย์เย็บตบแต่งบาดแผลเสร็จ แพทย์ให้พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู อาการทั่วไปดีขึ้นมากเป็นลำดับ ไม่มีโรคแทรกซ้อน มีนายแพทย์นราวุธ กล่ำสมบัติ แพทย์เจ้าของไข้คอยดูแลอาการเป็นอย่างดี
ถึงแม้อาการของน้องเพชรจะปลอดภัย และมีเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรีมาคอยให้ความช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่าย แต่นายสุทินก็ยังหนีไม่พ้นปัญหาใหญ่ เพราะเรื่องนี้เป็นคดีอุบัติเหตุที่ต้องมีคนรับผิดชอบชีวิตหนูน้อย นายสุทินในฐานะคนขับมอเตอร์ไซค์ จึงถูกตั้งข้อหาทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ
เครียดเรื่องลูกแล้วยังต้องเครียดเรื่องคดีตัวเองอีกด้วย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นอุทาหรณ์สอนใจพ่อแม่และบรรดาคนขับมอเตอร์ไซค์และคนซ้อนท้ายได้เป็นอย่างดี
น.พ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาฯมูลนิธิเมาไม่ขับ ออกมาแสดงทรรศนะเรื่องนี้ ว่า ปัจจุบันมีความนิยมใช้รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความสะดวกสบาย แต่ในทางกลับกันอาจเกิดโทษร้ายแรงได้หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือไม่ระมัดระวัง โอกาสที่จะมีอะไรเข้าไปพันติดล้อรถจักรยานยนต์มีสูงมาก
เคยมีข่าวสุภาพสตรีที่ไว้ผมยาวมาก แล้วผมเข้าไปพันติดกับล้อรถจักรยานยนต์จนเกือบเสียชีวิตมาแล้ว เพราะฉะนั้น เวลาจะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ต้องเก็บชายเสื้อ-กระโปรงให้เรียบร้อย ไม่รุงรัง และนั่งให้ทะมัดทะแมง หากนั่งคร่อมอานรถจักรยานยนต์ได้ควรนั่งคร่อม ไม่ควรนั่งหันข้าง แต่สิ่งที่สำคัญ คือ
คนไทยมักมีกระแสความตื่นเต้นต่อเมื่อเกิดเรื่องราวนั้นๆ ในช่วงใหม่ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมักจะละเลย เพราะไม่เคยสนใจภาพรวมของความปลอดภัย ว่าต้องทำอย่างไรให้เคยชิน ซึ่งผู้ประกอบการควรออกมามีส่วนรับผิดชอบสังคมในเรื่องนี้ ไม่ควรรอแต่ภาครัฐเพียงอย่างเดียว ควรออกมารณรงค์และแนะนำวิธีขับขี่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการเตือนสติผู้บริโภคเป็นระยะตลอดเวลา จะทำให้เรื่องน่าเศร้าเหล่านี้ลดน้อยลงไปได้
เพื่อความปลอดภัยต้องตั้งสติและไม่ประมาท
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ดุสิต ลิมปวัฒนางกูร มนตรี จิรพรพนิต เรื่อง/ภาพ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
-
ผ้าพันล้อ-ฉุดร่างเด็ก ตัดขาขาด สยอง-ซ้อนท้ายจยย.
ข้อมูลและภาพประกอบจาก