"เด็กหาย" จากสายโทรศัพท์

จากครอบครัวที่อบอุ่น แต่ชีวิตกลับต้องเปลี่ยนแปลงภายในชั่วข้ามคืนหลังจากเข้าไปใช้บริการแชทไลน์ 02 ตามคำชักชวนของเพื่อน ดังเช่นกรณีของ น้องเอ เด็กหญิงวัย 12 ปี ได้ทดลองเข้าไปเล่นแชทไลน์ 02 เพราะต้องการเพื่อนคุย ทำให้น้องเอได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง จนกระทั่งมีนัดเจอกัน สุดท้ายผู้ชายคนดังกล่าว ได้ชักชวนน้องเอให้หนีออกจากบ้าน
แต่ปัญหาไม่ได้หยุดแค่ที่ น้องเอหายออกจากบ้านเท่านั้น เพราะน้องเอได้มีเพศสัมพันธ์กับชายคนดังกล่าว จนทำให้ทางครอบครัวเป็นกังวลอยู่นาน เนื่องจากกลัวว่า น้องเอจะต้องตั้งครรภ์ ซึ่งหากน้องเอตั้งครรภ์จริง นั่นย่อมทำให้เด็กสาวคนหนึ่งต้องหมดอนาคตทันที
แชทไลน์ 02 คือ การสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งไม่มีการระบุอายุของผู้ที่เข้ามาใช้บริการ และสามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะ หรือโทรศัพท์บ้าน ซึ่งเป็นของบริษัท ทรู รวมถึงโทรศัพท์บ้านพกพา (พีซีที) โดยพฤติกรรมของผู้ที่เข้าไปใช้บริการส่วนใหญ่นั้น จะมีการพูดคุยในเรื่องส่วนตัว แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัดจึงทำให้คู่สนทนาแลกเบอร์ส่วนตัวกัน เพื่อที่จะได้มีโอกาสพูดคุยกันต่อ
ล่าสุด พ.ต.อ.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้กำกับการศูนย์สวัสดิภาพเด็กเยาวชนและสตรี (ผกก.ศดส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน ศดส. ได้ช่วยเหลือน.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งทราบว่า นายเอ เป็นผู้ล่อลวง น.ส.บี ไปอยู่ที่ บ้านพัก ภายในซอยวัดส้มเกลี้ยง ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงเข้าทำการจับกุมนายเอ
จากการสอบสวนทราบว่า นายเอ มีพฤติการณ์ล่อลวงหญิงสาววัยรุ่นเพื่อกระทำการข่มขืน และกระทำอนาจารมาแล้วหลายครั้ง โดยใช้วิธีติดต่อหาเหยื่อทางโทรศัพท์แชทไลน์ เบอร์ 02-900-9006 ซึ่งเสียค่าบริการเพียง 3 นาที ต่อ1 บาท เมื่อโทรศัพท์เข้าไปแล้วจะเลือกหาเหยื่อซึ่งเป็นหญิง สาววัยรุ่นที่ชอบพูดคุยในแชทไลน์ ก่อนจะขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อเหยื่อแล้วล่อลวงไป ทำการข่มขืน หรือมีเพศสัมพันธ์กัน ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีที่ สภ.อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
พ.ต.อ.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้กำกับการศูนย์สวัสดิภาพเด็กเยาวชนและสตรี (ผกก.ศดส.) กล่าวว่าแชทไลน์ 02 นั้น ถือว่าได้เป็นสื่อกลางในการหาเพื่อนของกลุ่มวัยรุ่นที่มีราคาถูก จึงไม่แปลกที่จะมีเด็กจำนวนมากเข้าไปใช้บริการดังกล่าว ซึ่งนอกจากเด็กแล้ว ยังมีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งได้อาศัยช่องทางนี้เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กที่ยังขาดวุฒิภาวะในการตัดสินใจ
ทำให้เหล่ามิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาล่อลวงเด็กไปเพื่อกระทำทางเพศ นอกจากนี้ ทางผู้ให้สัมปทานแชทไลน์ 02 ก็ควรจะเข้ามาสอดส่องดูแลการทำงานของผู้รับสัมปทานว่า ได้ทำถูกต้องตามข้อตกลงหรือไม่ และเมื่อมีผู้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนเรื่องความไม่เหมาะสมของการให้บริการแชทไลน์ 02 แต่ยังทำนิ่งเฉย ไม่มีการเข้าไปตรวจสอบการให้บริการ รวมถึงการลงโทษผู้รับสัมปทานที่ทำผิดข้อสัญญา โดยการเพิกถอนสัมปทาน หรือตักเตือน
การป้องกันเด็กที่เข้าไปใช้บริการแชทไลน์ 02 นั้น คงไม่สามารถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครอบครัวอย่างเดียว เพราะเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีหน้าที่เข้ามาสอดส่องดูแลการทำงานของผู้รับสัมปทาน รวมถึงการชี้ให้เด็กได้เห็นถึงภัยที่เกิดจากการนัดเจอบุคคลแปลกหน้า พ.ต.อ.วรวัฒน์ กล่าวว่า
หากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังปล่อยปะละเลยเรื่องนี้เหมือนเช่นที่ผ่านมา สุดท้ายปัญหานี้คงกลายเป็นปัญหาที่ไม่สามารถเยียวยาได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บุกจับ "เซ็กส์โฟน" ย่านรัชดาฯ แชตไลน์สายด่วน 1900
- จิตแพทย์ชี้พวกชอบ "เซ็กซ์โฟน" ป่วยเป็นโรค "พารามีเลีย"
- มหาภัย "แชตไลน์" แค่ถูกลวง "ข่มขืน" ยังโชคดี
ข้อมูลจาก
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา
ข่าวโดย : นางสาวธิติมา หมีปาน
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์