จากละคร ทางผ่านกามเทพ ที่สร้างชื่อให้สาวน้อยนัยน์ตาใส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ แจ้งเกิดในทันที จนถึงวันนี้เธอวาดลวดลายความสามารถในบทบาทของนักแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ต่อแฟนๆ ละครได้อย่างดีทีเดียว
ล่าสุดกับบทราวินนา ในละคร รักนี้หัวใจเราจอง กำลัง ถูกพูดถึงอย่างมาก ถึงบทบาทที่เปลี่ยนไป และโดนใจใครหลายคนอยู่ในตอนนี้ ฮอตแบบนี้ "คม ชัด ลึก" ไม่พลาดจับเข่านั่งคุยกับเธอ อย่าช้าตามมาพร้อมๆ กันเลยดีกว่า
เสียงตอบรับจากละคร"รักนี้หัวใจเราจอง" เป็นอย่างไรบ้าง
คนชอบนะเพราะปกติคนจะเห็นเจนี่เล่นไม่เยอะขนาดนี้ เป็นกุ๊กกิ๊กเบาะๆ เรื่องนี้เล่นเยอะ แถมยังต้องไปทะเลไปป่า หลายกิจกรรม บวกกับองค์ประกอบอื่นๆ อีก เล่นแล้วเหมือนได้ปลดปล่อยปกติไม่เคยเล่นแบบนี้ ไม่ได้ห่วงสวย เพราะคงไม่ได้สวยไปมากกว่านี้แน่ๆ (ยิ้ม) ตอนแรกจับทางไม่ถูกว่าจะยังไง ผู้กำกับก็จะทำให้ดูก่อน พอเริ่มจับทางได้ก็เล่นไหลลื่น
เรียกว่าใส่เต็มที่กับเรื่องนี้
ชีวิตน่าจะมีโอกาสแค่ครั้งเดียวที่จะได้ทำอะไรแบบนี้ ถ้าไปเล่นละครเรื่องอื่น ก็ไม่อยากซ้ำแล้ว อยากใส่คาแรคเตอร์ให้มันเต็มที่ไปเลย จะได้ดูแปลก ดูเปลี่ยน อีกอย่างคาแรคเตอร์นี้เจนี่ชอบ นิสัยตัวละครใกล้กับตัวเองดี อย่าง เช่นความบ้าของตัวละคร เพราะตัวเองก็จะบ้าๆ บอๆ แบบนี้แหละ
จาก "ทางผ่านกามเทพ" จนมาถึงวันนี้พอใจกับสิ่งที่ได้รับมากน้อยแค่ไหน
พอใจมากอยู่แล้วเหมือนเราได้ทำอะไรในสิ่งที่เรารัก และอีกอย่าง คือมันค่อน ข้างเสมอต้นเสมอปลาย มีงานเข้ามาเรื่อยๆ แค่นี้ก็มีความสุข เจนี่ไม่เคยดัง ขึ้นสูงปรี๊ด ไปเรื่อยๆมากกว่า เหมือนเป็นอาชีพที่ได้เงินเดือนไม่ใช่ อาชีพที่ปรู๊ดปร๊าด งานที่เข้ามาโดยมาก ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะผ่านการคัดเลือก มาอย่างดีแล้ว ผ่านการกลั่นกรองที่ดีทั้งจากช่อง พี่ดา (หทัยรัตน อมตวณิชย์) และแม่ ทำให้ไม่เคยมานั่งคิดหรือกลุ้มว่าจะยังไงดี
โชคดีมากที่เกิดจากวงการแล้วมีพี่ดาซึ่งเป็น เหมือนแม่คนที่สอง อาจจะมีบ้าง ที่คิดอยากจะเล่นละครเรื่องนี้ดี หรือไม่ เล่นดี ซึ่งหลังๆ พี่ดาเห็นว่าโตแล้ว อยากให้เจนี่คิดเอง อยากให้เรามั่น ใจ
พอได้คิดหรือตัดสินใจที่จะเลือกด้วยตัวเองกลัวความผิดพลาดไหม
กลัวมากเลยแต่กลัวในที่นี้ เราก็ยังมีผู้ใหญ่ที่ดีที่คอยให้คำปรึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเจนี่ไม่เคยตัดสินใจอะไรพลาดเลย เพราะโชคดี ดวงดี (ยิ้ม) ได้บทที่ดีมาตลอดไม่เคยทำอะไรฝืนใจกับสิ่งที่ได้รับ อาจจะมีช่วงหนึ่งที่ฝืนตอนเล่นละคร "เทพธิดาขนนก" ว่าเอ๊ะ เราไม่ใช่คนร้องเพลงเก่ง แนวเพลงลูกทุ่งไม่ เหมาะกับเราเลย แต่ปรากฏว่า พอละครออกไปเสียงตอบรับก็ดีเหมือนกัน เพราะ หนึ่งคือในเรื่องเราไม่ต้องการร้องเพลงแข่งกับพี่เบนซ์ (พรชิตา ณ สงขลา) เราเพียงต้องการเอาชนะ สองคือการเปลี่ยนบทบาทจากนางเอกที่แสนดี เปลี่ยนเป็นนางเอกที่มีเหตุผลไปเป็นอีกแบบ ซึ่งอาจจะดูแรง
มีแม่และหทัยรัตน์คอยวางกรอบชีวิตให้แบบนี้เคยมีไหมที่เจนี่แอบเกเรหรือดิ้นออกนอกกรอบ
จะเหลือเหรอ(ยิ้ม) ประจำ แหม!!! คนเราก็ต้องมีนอกลู่นอกทางบ้าง เพื่อจะหาประสบการณ์ชีวิต ก็เหมือนวัยรุ่นคนหนึ่งที่อาจนอกลู่นอกทางบ้างแต่ถ้าเรา ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็ไม่เป็นไร
เรียนรู้หรือตักตวงอะไรบ้างกับวงการบันเทิง
เหมือนได้ประสบการณ์ทำงานที่ดีเพราะเจนี่ทำงานตั้งแต่เด็กๆ เริ่มนับจากศูนย์พอได้มาทำงานจริงๆได้เรียนรู้ความรับผิดชอบ การอยู่กับสังคมในโลกใบนี้มันก็เยอะพอสมควร ถ้าเราไม่รู้ผิด รู้ถูก ก็ไม่รู้จะยังไง อย่างที่บอกมีผู้ใหญ่ที่ดีก็เลยไม่เคยไปในทางที่ผิดไม่เคยเจอสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็ได้เห็นความ เปลี่ยนแปลงของวงการเยอะเหมือนกัน
หลักๆ ของความเปลี่ยนแปลงที่เห็นคืออะไร
ปาปาราซซี แต่ก่อนก็ไม่รุนแรงเท่านี้ เจนี่อยู่วงการมาตั้งแต่ยังไม่มี จนถึงยุคปาปาราซซีรุนแรง ตอนไม่มีเราก็มีชีวิตใสๆ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จนถึงปาปาราซซีรุนแรง เดี๋ยวนี้ไปไหนถึงขั้นวิตก คือไม่ได้แต่งตัวหวือหวา แต่บางทีเราควบคุมไม่ได้ อย่างไปเดินแบบไปงานโชว์ตัว ชุดที่เขาจัดมาให้อาจ วาบหวิวนิดหนึ่ง นั่งเรียบร้อยแล้วก็ยังถ่ายช้อนแล้วช้อนอีก เพื่อจะเอาภาพ นั้นไปขายในหนังสือของเขา บางครั้งมันอาจจะมากเกินไปจนน่าเกลียด
คือถ้าเกิดเจนี่ตั้งใจจะโชว์หรือจะให้เห็นคงไม่ คิดมาก แต่นี่เจนี่ไม่ได้มีเจตนาเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าคุณนำเสนอสิ่งนี้ให้ กับประชาชนรุ่นใหม่ได้เห็น เด็กๆ เขาก็อาจจะไปทำตาม
เจนี่ว่าการทำงานตรงนี้ก็ต้องช่วยเหลือกันและกัน เราก็เข้าใจ ว่าคุณก็อยากขายหนังสือของคุณ เอาภาพที่สวยไปขายดีกว่าไหม และ ประเทศไทยเราก็มีวัฒนธรรมที่ดีไม่ต้องสื่อไปในทางนั้นหรอก ถ้าพวกเราช่วยๆ กันอะไรๆ ก็น่าจะดีขึ้น อย่ามาแอบถ่ายให้น่าเกลียดเลย บางทีเห็นพี่ปาปารา ซซีเขานอนอยู่ที่พื้นแล้ว ขณะที่เราก็ต้องเดินไปโพสท่า ซึ่งก็เหมือนเรา เดินไปฆ่าตัวตาย บางทีอึดอัดนะ เพราะเราก็ต้องนำเสนอในงานของเรา และเจนี่ ก็ไม่มีอะไรจะโชว์ด้วย
ประโยคที่ว่า "ละครก็เหมือนกับชีวิตจริง" แล้วชีวิตเจนี่ล่ะมีบ้างไหมที่เฉียดๆ หรือใกล้กับเรื่องราวในละครที่เคยเล่น
ก็อาจจะมีบางฉากบ้างที่เหมือนชีวิตเรา เราก็รู้สึกว่าบางอารมณ์ของตัวละครก็ มีรัก โลภ โกรธ หลง อย่าแค่เฉียดๆ เลย บางครั้งก็ใช่เลย แต่เวลาเราเล่น ละคร เราก็อาจจะไม่ได้คิดตรงนี้ แต่พอเล่นจบแล้ว ก็อาจจะมานั่งคิด ว่ามัน ก็ขำดีเนอะ ละครก็เหมือนชีวิตเราเลย
สังคมส่วนใหญ่มองว่าอาชีพนักแสดงได้เปรียบ ในฐานะนักแสดง คิดว่าตัวเองมีมุมเสียเปรียบที่อยากบอกสังคมไหม
คงเป็นเรื่องของชีวิตส่วนตัวพอได้ชื่อว่าเป็นดาราความเป็นส่วนตัวก็หายไปแล้ว จะทำอะไรคนก็มอง คือเมื่อเราเริ่มเข้ามาในวงการ เราก็เป็นอีกคนไปแล้ว ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัว มาทำงานตรงนี้ใครจะมาถ่ายรูป ทั้งๆ ที่ตอนนั้น อารมณ์ไม่อยากยิ้ม แต่เราก็ต้องยิ้ม เพราะคนที่เขามาเจอเรา เขาก็ไม่ได้เจอ เราบ่อยๆ อารมณ์ของเราก็ต้องเปลี่ยน แปรปรวนไปบ้าง แต่ในเมื่อทำงานตรงนี้ เราก็ต้องทำใจ ซึ่งมันก็ไม่ถึงกับขัดอะไรมาก เพราะปกติก็เป็นคนอารมณ์ แปรปรวนอยู่แล้ว (หัวเราะ)
ถามเพื่อนได้เลยเพื่อนจะบอกติงต๊องเพราะจริงๆ เจ นี่เป็นคนมีหลายสีในตัวเอง อยากจะดีก็ดี อยากจะหงอยก็หงอย หลายอารมณ์มาก เพียงแต่จะชัดกว่าคนอื่น เพราะเราเป็นนักแสดง บางครั้งเล่นละครเยอะ จนไม่ รู้ว่าอารมณ์ไหนแล้ว ทั้งนี้มันก็ไม่ได้มีผลเสียกับเรา
ข่าวไหนที่รบกวนจิตใจมากที่สุด
เอาจริงๆไม่มีนะ มีแต่เรื่องปาปาราซซีนี่แหละที่รบกวน แต่ถ้าเป็นข่าวไม่มี เพราะข่าวไม่ค่อยมีผลกระทบต่อจิตใจ ไม่ได้ทำให้อ่อนไหวไปกับข่าว หนึ่งคือ ทำใจได้แล้ว ว่าอยู่วงการนี้ยังไงก็ต้องมีข่าวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้อง เข้าใจ และอีกอย่างเจนี่เป็นคนโชคดี ที่เป็นคนไม่เครียด ไม่เอาอะไรมาใส่ใน หัวสมอง เหมือนเรารู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ข่าวมาวันเดียว อาทิตย์เดียว เดี๋ยวก็หายไป เหมือนเป็นการช่วยเหลือกันระหว่างนักแสดงกับ พี่ๆ นักข่าว พี่เขาจะเขียนอะไรไป ก็ไม่ต้องคิดมาก หน้าที่คือทำงานให้เต็ม ที่ ยิ่งตอนนี้หนังสือมีเยอะมาก ถ้าใส่ใจหมด มันก็จะทำให้ใจเราไม่ดีด้วย ปล่อยวางดีที่สุด เวลาเพื่อนโทรมาบอกว่ามีข่าว จะถามแค่อย่างเดียวว่ารูป สวยไหม (หัวเราะ)
ข่าวรักๆ เลิกๆ กับพี่บั๊ด (ลวรณ แสงสนิท) ยังมีให้เห็นตลอด
เป็นปกติอยู่แล้วที่คนอยากรู้เรื่องของเรา เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือตอบ ตอบ ได้แค่ไหนก็ตอบแค่นั้น เราไม่ได้ลำบากใจที่จะตอบ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่ากันอีกที แต่ส่วนมากคนไม่เชื่อ ไม่รู้ทำไม นี่ขนาดเราอุตส่าห์ตอบแล้วนะ ตอนนี้เลยอยู่ที่คนทั่วๆ ไปแล้ว ถ้าไม่ตอบก็โดนว่า เพราะฉะนั้นมันต้อง เป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ลำบากหรือทำให้เจ็บก็ตอบไปเถอะ
รวมถึงข่าวสาวหล่อที่ยังมีมาเป็นระลอก
ใช่อาจจะเป็นเพราะเพื่อนในกลุ่มเป็นแบบนี้หมดเลย แต่ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวง หรือรบกวนจิตใจ ในเมื่อเพื่อนเราเป็นแบบนี้ จะให้เลิกคบเพื่อนก็ไม่ใช่ และ อีกอย่างเจนี่ทำงานเป็นคนของประชาชน ไปไหนมาไหนก็ไปกับเพื่อนพวกนี้ และเขา ก็เป็นเพื่อนที่รักเจนี่ด้วยความจริงใจด้วย เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหา ยาก ไม่ว่าเราจะยังไง ใครจะรังแกเพื่อนพวกนี้เขาก็อยู่ข้างเรา คนที่เขา นินทาเราเขามาช่วยเราไหม ไม่มีหรอก
แม่มีส่วนช่วยในการตัดสินใจเรื่องความรักอย่างไรบ้าง
แม่เขาตามใจเราอยู่แล้วเขารู้ว่าตัดสินใจเองได้ ส่วนมากแม่อยู่ด้วยเขาไม่ค่อย กล้าพูดอะไรหรอก (ยิ้ม) เขาจะตามใจมากกว่า ไม่มาบังคับจิตใจ
คบกับพี่บั๊ดมานานแล้วความกุ๊กกิ๊กลดลงบ้างไหมเนี่ย
ก็อาจลดลงไปบ้างเพราะเจนี่ถ่ายละครเยอะมาก ตอนนี้เหมือนผู้ใหญ่คบกับผู้ใหญ่เลย เพราะความรับผิดชอบของแต่ละคนเยอะขึ้น ด้วยหน้าที่การงานด้วย ถ้าความ กุ๊กกิ๊กมันดูเป็นวัยรุ่น เราอยู่ตรงนี้เราไม่ต้องคิดมาก ขอแค่ใจเราเข้าใจ กันได้ก็พอแล้ว
ความไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน
จริงๆ ไว้เนื้อเชื่อใจกันอยู่แล้ว เหตุผลหนึ่งคือ พี่บั๊ดเป็นคนของประชาชนด้วย เพราะเดี๋ยวนี้พี่บั๊ดไปไหน ไปเชียร์ใครก็มีข่าว (หัวเราะ) เจนี่ก็เลยสบาย เพราะมีพี่ๆ นักข่าวคอยเฝ้าระวัง และอีกอย่างพี่บั๊ดเป็นคนดี เขาเสมอต้น เสมอปลายกับเจนี่มาตลอด
สรุปความสัมพันธ์รักอีกครั้ง
ความรักดีมีความสุข และครอบครัวพี่บั๊ดน่ารักกับเจนี่มากด้วย คือเรารู้จักพี่ บั๊ดและครอบครัว เรารู้ว่าอะไรมันมากกว่าคำว่ารัก มันคือความผูกพัน อย่างวันแม่ทุกปี เจนี่จะกราบแม่ตัวเอง กราบพี่ดา และก็ต้องไปกราบแม่พี่บั๊ด คือในชีวิตเหมือนมีแม่ถึง 3 คน เพราะฉะนั้นเจนี่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า นี้แล้ว แค่นี้ก็มีความสุขในชีวิต ได้รับความอบอุ่นเต็มที่ ไม่จำเป็นต้อง ดิ้นรนหาอะไร เพียงแต่มีหน้าที่ทำงานอย่างเดียวก็จบ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก