









เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายสมพงศ์ อยู่เถาว์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา สำนักงานพื้นที่เขตการศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 (สารวัตรนักเรียน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี วัยรุ่นหญิงมีแฟชั่นใหม่ไม่สวมใส่กางเกงในและทำไฮไลต์ขนในที่ลับจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในขณะนี้ว่า
เรื่องนี้ตนทราบมาแต่ต้นปี แต่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์รถจยย.ของนักเรียนหญิงล้มกลางถนนจนกระโปรงเปิด และพบว่าเด็กนักเรียน 3 คนที่ขับขี่และซ้อนจยย.กันมานั้น ไม่สวมใส่กางเกงในแม้แต่คนเดียว เรื่องดังกล่าวพบในอ.ทุ่งสงเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เคยพบเห็นกับตาตนเอง
นายสมพงศ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ตนทำงานเกี่ยวการดูแลความประพฤติของเด็กเยาวชนในจ.นครศรีธรรมราชมานาน ติดตามพฤติกรรมมาตลอด สอบถามเด็กหญิงกลุ่มหนึ่งก็ยอมรับว่ามีจริง แต่ระยะหลังไม่ได้ติดตามเพราะไม่สามารถไปเปิดกระโปรงเด็กตรวจสอบดูได้ กระทั่งเกิดกระแสข่าวล่าสุดเล่าลือกันว่ามีปลัดอำเภอคนหนึ่งจากจ.กระบี่ ประสบเหตุเด็กนักเรียนหญิงขับรถจยย.ล้ม จนกระโปรงเปิดเห็นเด็กไม่สวมใส่กางเกงในจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในขณะนี้
นายสมพงศ์ กล่าวอีกว่า อยากฝากถึงผู้ปกครองที่อยู่ต่างอำเภอหรือต่างจังหวัดที่ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในตัวจังหวัด ไม่มีเวลาดูแลใกล้ชิด ขอให้เอาใจใส่ให้มากขึ้น เนื่องจากสังคมขณะนี้เปลี่ยนแปลงไป มีสิ่งยั่วยุมากมาย เด็กอยู่ในช่วงที่ขาดการยั้งคิด ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี บางครั้งทำตามกระแสในทางที่ผิด ทำให้เด็กเสียอนาคตได้
วันเดียวกันศ.น.พ.ปิติ พลังวชิรา ผอ.ศูนย์ผิวหนัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงวัยรุ่นไม่สวมกางเกงใน และทำไฮไลต์ขนบริเวณอวัยวะเพศว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของเด็ก และการที่สังคมมองว่าเด็กวัยรุ่นเหล่านั้นมีพฤติกรรมเช่นนั้น เป็นเพราะเด็กอยากมีเพศสัมพันธ์หรือยั่วยุให้ผู้ชายเกิดความรู้สึกทางเพศนั้น ตนมองว่าอย่ามองเด็กในภาพลบมาก อย่ามองในแง่เดียวว่าเด็กคิดแต่เรื่องเพศสัมพันธ์
การที่กระทรวงวัฒนธรรมคิดแต่เรื่องเหล่านั้นถือว่าหมกมุ่นมากเกินไป เราควรดูความคิดของเด็กว่าที่มีพฤติกรรมเช่นนั้นเป็นเพราะอะไร บางครั้งเด็กอาจมีความเคยชินและรู้สึกรำคาญในการใส่กางเกงใน หรือยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกมาก การมองเด็กเพียงด้านเดียวไม่ยุติธรรมสำหรับเด็ก และตีตราเด็กมากเกินไป
"ส่วนการไฮไลต์ขนบริเวณอวัยวะเพศนั้น เด็กจะทำเพราะแฟชั่น และคิดว่าเส้นผมบนศีรษะและเส้นขนบริเวณอวัยวะเพศนั้นเป็นลักษณะเดียวกัน ในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่ผิวบริเวณศีรษะแข็งแรงกว่าบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งจะมีความบอบบางกว่า ดังนั้น การย้อมสีขนบริเวณอวัยวะเพศ หรือทำไฮไลต์นั้น จะเสี่ยงต่ออาการแพ้ ซึ่งจะทำให้เกิดผื่นแดง แสบ คันได้ และท้ายที่สุดถ้าไม่ไปพบแพทย์จะเกิดอาการอักเสบและติดเชื้อ เท่าที่รักษาโรคผิวหนังมา ยังไม่เคยเห็นผู้ป่วยที่ทำไฮไลต์ขนบริเวณอวัยวะเพศ" ผอ.ศูนย์ผิวหนัง มศว กล่าว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




































































































































































































































|