









ในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อแผนลดภาวะโลกร้อน ปี 2550-2555 ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดขึ้นที่สนามกีฬาเวสน์ 2 ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา วันนั้นมีตัวแทนชุมชน ผู้แทนสถาบันการศึกษา ตัวแทนผู้ประกอบการ ตัวแทน NGO ทั่ว กทม. เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน
บนเวทีนั้น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่า กทม.ได้ตั้งเป้าลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 15 ให้ได้ภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2555 เพราะขณะนี้เฉพาะใน กทม.มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึงร้อยละ 44.8 แต่ถ้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซได้ตามแผนแล้ว จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหลือเพียงร้อยละ 24.3 เท่านั้น
สำหรับแผนการลดภาวะโลกร้อน ที่ กทม.จะดำเนินการในช่วง 5 ปี ได้มีการพุ่งเป้าไปที่การลดปริมาณขยะมูลฝอย ด้วยการส่งเสริมให้มีการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ให้ได้มากที่สุด
นายนิคม ไวยรัชพานิช ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) บอกว่า ทุกวันนี้ กทม.จัดการกำจัดขยะที่มีวันละ 8,500 ตัน ด้วยวิธีฝังกลบ ขยะบางประเภทย่อยสลายยาก บางประเภทย่อยสลายง่าย แต่ที่แน่ๆ การฝังกลบทำให้เกิดการหมักหมมเกิดเป็นก๊าซมีเทนปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน และทำให้อุณหภูมิใน กทม.สูงขึ้น
"กระบวนการลดขยะของ กทม.จึงต้องทำให้เกิดการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ได้ (Recycle) เพื่อเป็นการช่วยลดปริมาณขยะ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่ กทม. จะรณรงค์ต่อเนื่องในวันที่ 9 ตุลาคม โดย กทม.จะจัดกิจกรรมรณรงค์การคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติค กล่องนม ฯลฯ กทม.ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ นำถังขยะขนาด 200 ลิตร 150 ถัง ไปวางตามจุดต่างๆ 119 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และที่ร้านสะดวกซื้ออีก 150 ถัง นอกจากนี้ จะคัดแยกขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ ถ่ายไฟฉาย ฯลฯ โดยติดตั้งถังคัดแยกขยะอันตราย ที่มีสัญลักษณ์ติดสติ๊กเกอร์สีแดง ตามสถานีบริการน้ำมัน และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จำนวนชุดละ 3 ถัง จำนวน 250 ชุดด้วย" นายนิคมกล่าว
น่าเป็นห่วงว่าที่กรุงเทพฯ มีอุณหภูมิร้อนขึ้น น่าจะมาจากการสะสมของขยะอันตรายด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ปัจจุบัน กทม.เก็บขยะอันตรายได้เพียง 600 กิโลกรัมต่อวัน ทั้งที่ความจริงแล้ว ควรจะเก็บขยะอันตรายได้ 6 ตันต่อวัน ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าประชาชนไม่มีแหล่งทิ้งขยะอันตราย จนเกิดเป็นแหล่งสะสมขยะอันตรายทั่วทุกมุมของ กทม.แต่ต่อไปนี้ กทม.รับปากว่าจะมีรถเคลื่อนที่เข้าไปเก็บขยะอันตรายถึงชุมชน ทุกวันที่ 1 และ 15 ของเดือน โดยสำนักงานเขตจะแจ้งช่วงเวลาการเก็บให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
นโยบายสวยหรู แต่หากถึงเวลาจะคัดแยกขยะจริง กทม.กลับมีถังขยะไม่เพียงพอ และไม่มีรถเข้าไปรับขยะในชุมชนอย่างทั่วถึงตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ ถึงเวลานั้น "กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่" ของผู้ว่าฯ กทม. อาจจะเปลี่ยนเป็น "กรุงเทพฯ เมืองที่ไม่มีใครอยากอยู่" ก็เป็นได้ และคงต้องจับดูกันต่อไปว่า การรณรงค์คัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ผลมากน้อยเพียงใด
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |























































































































|