หากเลือกได้ ผู้หญิงทุกคนคงไม่อยาก "ท้อง" โดยที่ไม่มี "พ่อ" ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ไม่ใช่เพียงเพราะเธอคนนั้นยังไม่พร้อมที่จะมีดูแลชีวิตอีกหนึ่งชีวิต แต่ยังมี "บทลงโทษ" จากทัศนคติของสังคมอีกด้วย แม้จะรับรู้กฎเหล็กของสังคม แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อผิดพลาด
ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ จึงมักเกิดความเครียด และสิ้นหวัง หลายครั้ง หลายครา จึงพบข่าวการ "หนี" ปัญหาด้วยการทำแท้ง หรือฆ่าตัวตาย...
"ผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อ เป็นเรื่องร้ายแรงมาก โดยเฉพาะกับผู้หญิงตามชนบท เพราะคนในหมู่บ้านยังคงไม่ยอมรับเรื่องนี้ ที่สำคัญ หากพ่อแม่รู้ก็ยังคงใช้วิธีซ้ำเติม ซึ่งนั่นไม่ช่วยให้แก้ปัญหา ตัวผู้หญิงเองก็มีความเครียดมากพออยู่แล้ว"
ศรัญญา สุขโท นักสังคมสงเคราะห์ บอกเล่าความกดดันของผู้หญิงที่ต้องตกอยู่ในภาวะแห่งความยากลำบาก ซึ่งเป็นที่มาของการก่อตั้ง "บ้านดอกไม้ป่า" บ้านพักชั่วคราวแก่หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2548 โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากองค์กรแมรีโนลล์ ของนางเอลิซาเบธ นายไมเคิล ชาวอเมริกัน และนายไทบิงห์ ชาวเวียดนาม
ที่นี่...ต้อนรับผู้หญิงอายุระหว่าง 20-24 ปี ที่ประสบปัญหาท้องไม่มีพ่อทุกคน โดยผู้หญิงทุกคนจะได้รับการดูแล และเรียนรู้ถึงคุณค่าของตนเอง สร้างความมั่นใจว่า ไม่ว่าจะเคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายเพียงใด แต่คุณค่าของคนมิได้อยู่เพียงแค่การเสียความบริสุทธิ์ หรือการตั้งครรภ์
์
กระบวนการช่วยเหลือนักสังคมสงเคราะห์บอกว่า แรกเริ่มเจ้าหน้าที่จะถามก่อนว่า ต้องการให้ช่วยเหลือด้านใด การศึกษาต่อ หรือประกอบอาชีพมีความถนัดอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่จะติดต่อไปยังสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ส่วนคนใดที่ต้องการเรียนสายอาชีพ เจ้าหน้าที่จะประสานงานกับโรงเรียนสารพัดช่าง โดยที่บ้านดอกไม้ป่าจะเป็นผู้ออกทุนการศึกษาให้ทั้งหมด
"บ้านดอกไม้ป่า เป็นที่พักพิงแต่ไม่ถึงขนาดเป็นระบบเหมือนบ้านพักฉุกเฉิน เราเน้นความเป็นบ้าน เป็นครอบครัว สภาพแวดล้อมคือ เราเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวเดียวกัน ดูแลซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ก่อนคลอดบุตร จนกระทั่งหลังคลอด ใครอยากเรียนก็ไปเรียน ส่วนลูกก็ฝากให้เพื่อนๆ ช่วยกันเลี้ยง ส่วนใครที่ยังไม่พร้อม ที่บ้านก็จะมีกิจกรรม เช่น ทำงานในสวน รดน้ำต้นไม้ เย็นก็กลับมาที่บ้าน"
ศรัญญาบอก ด้วยว่า การทำบรรยากาศให้เหมือนบ้านมากที่สุดนี้ จะช่วยพัฒนาและฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้หญิงที่มาใช้บริการในระยะยาว เพราะการที่จะทำให้เขาคิดว่า ยังมีคนที่บ้านพร้อมรับฟังปัญหาของเขา ทำให้เขากล้าพูด กล้าระบายในสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ ซึ่งเป็นยาขนานเอกในการเยียวยาจิตใจให้แข็งแกร่งพร้อมที่จะเผชิญปัญหาต่อไป อนาคตได้อย่างมีสติ และดูแลตัวเอง หลายกรณีมีความพร้อม กล้าไปเผชิญหน้ากับพ่อแม่ กลับไปอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวได้อีกครั้งหนึ่ง
"เป้าหมายของเราคือ ไม่ต้องการช่วยเหลือตลอดไป ที่นี่จะพยายามทำให้เขาสามารถต่อสู้และยืนหยัดด้วยตัวเอง ต้องให้เข้าใจว่าหากคุณไม่แข็งแกร่งสู้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ แล้วใครจะดูแล ผู้หญิงหลายคนที่มาขอรับความช่วยเหลือจากเรา สามารถกลับไปเรียนต่อจนจบมัธยมปลาย มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต จากที่เราให้ทุนการศึกษา ขณะที่เจ้าหน้าที่บ้านเองก็ดูแล สอนเขาเรื่องทักษะชีวิต การเลี้ยงลูก ส่งเสริมลูกในทางที่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่จะเป็นผลดีต่อเขาในอนาคต"
แม้ "บ้าน" แห่งนี้ จะเป็นสถานที่เล็กๆ เพราะมีเพียงเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์เพียง 2 คน กับผู้หญิง 40 คน แต่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มิได้อยู่ที่ปริมาณ แต่อยู่ที่คุณภาพของการให้ความช่วยเหลือ
"จากที่พวกเขาไม่เคยรู้ ภาษาไทยมาก่อน เพราะส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ แต่เมื่อมาอยู่กับเรา มีอี-เมล์ เป็นของตัวเอง และสามารถค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้ บางคนจบหลักสูตรนวดแผนไทยทำงานที่ร้านนวดแผนไทย และทุกคนรู้ภาษาไทยเพียงพอที่จะสามารถเขียนเรียงความง่ายๆ เป็นสิ่งที่เราภูมิใจ"
เพียงแค่มีความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจกัน ทุกที่ก็สามารถเป็น "บ้าน" ได้
ข้อมูลและภาพประกอบจาก





