








ข่าว รายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบ แก๊งตุ๋น เปิดสมุดหน้าเหลืองสุ่มโทร.หาเหยื่อ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารทวงหนี้ ก่อนหลอกคนใช้ว่าเจ้านายสั่งให้นำทรัพย์สินในบ้านมาชำระ หนุ่มใหญ่ขายประกันโดนไป 5 ล้าน เผย แก๊งตุ๋น นี้ทำมา 2 ปีก่อคดีกว่า 20 ครั้ง พบเหยื่อถูกหลอกระนาวทั้งนายตำรวจ นายทหาร ผู้พิพากษา พ่อค้าและนักธุรกิจ

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด
เมื่อเวลา 13.30 น. วานนี้ (10 พ.ย.) ที่ศูนย์สืบสวน บช.น. พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รองผบก. หน.ศส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายเอกราช หรือ "เก่ง" เกียรติปรากฏ อายุ 36 ปี น.ส.ธิชา หรือ "ปู" สอนประชุม อายุ 40 ปี และน.ส.เพียงใจ หรือ "กบ" ดีบุกคำ อายุ 39 ปี พร้อมด้วยของกลางธนบัตรไทยและธนบัตรต่างประเทศมูลค่า 200,000 บาท เครื่องประดับ อาทิ ทองรูปพรรณ แหวนเพชร แหวนทอง นาฬิกา สร้อยคอมุก รวมทั้งหมด 68 รายการ จับกุมได้ที่ห้างเซ็นทรัล พลาซ่า สาขาลาดพร้าว ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายใช้โทรศัพท์โทร.เข้าไปที่บ้านของนายธวัช ธรศานต์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่บ้านเมืองทองโครงการ 4 ถ.พัฒนาการ แขวงและเขตประเวศ กทม. พนักงานบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ขณะนั้นไม่อยู่บ้าน มีเพียงนางบุญมี สุดาเดช คนรับใช้อยู่ในบ้าน โดยคนร้ายโทร.แจ้งให้คนรับใช้ที่รับโทรศัพท์ว่า ขณะนี้นายธวัชกู้เงินกับทางธนาคาร ยู โอ บี และตอนนี้ทางธนาคารอนุมัติตามที่ยื่นเรื่องแล้ว แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย ต่อมานางบุญมีพยายามโทร.หานายธวัช เจ้านาย แต่ไม่สามารถโทร.ได้ เนื่องจากทางผู้ต้องหาไม่ได้วางหูโทรศัพท์
ระหว่างนั้นมีเสียงพูดผ่านทางสายโทรศัพท์ให้คนรับใช้ได้ยิน โดยอ้างเป็นเลขาฯ ของนายธวัช บอกนางบุญมีว่า ตอนนี้เจ้านายกำลังประชุมอยู่และทราบเรื่องหมดแล้ว และถ้ามีคนของธนาคารโทร.มาให้จัดการตามนั้น พร้อมทั้งกำชับว่าห้ามบอกให้ใครรู้โดยเด็ดขาด ระหว่างนั้นกลุ่มของคนร้ายบอกให้เตรียมเงินหรือของมีค่าที่บ้านเอาไว้จะมาเอา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่นายธวัชได้กู้เงิน นางบุญมีหลงเชื่อนำเอาทรัพย์สินเป็นเครื่องเพชร ทองรูปพรรณ รวมมูลค่า 5 ล้านบาทไปให้นายเอกราชที่นัดกันนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นควบคุมตัวนางบุญมีไว้สอบสวน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นนางนกต่อกับแก๊งนี้หรือไม่
ทางด้าน พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวว่า ภายหลังนายธวัชทราบเรื่องจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศ และเข้าร้องขอความช่วยเหลือในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาแก๊งนี้กับตน จึงได้สั่งการชุดสืบสวนทำการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ โดยเริ่มจากการตรวจสอบการติดต่อระหว่างคนรับใช้กับต้นสายที่คนร้ายโทร.มา จากการตรวจสอบพบว่า มีการใช้โทรศัพท์พินโฟนโทร.จากตู้สาธารณะในสนามบินดอนเมือง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณรอบตู้โทรศัพท์พบว่ามีกล้องวงจรปิดของสนามบินติดตั้งอยู่ใกล้ๆ จึงประสานขอภาพในวันดังกล่าวมาตรวจสอบพบว่า มีผู้ต้องหาทั้ง 3 คนต่างสลับเปลี่ยนกันเข้าไปโทร.เพื่อล่อหลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ
เมื่อทีมงานแกะรอยคนร้ายแก๊งนี้ได้ จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ พบคนร้ายเป็นชายมีใบหน้าชัดเจนจึงนำไปตรวจสอบจากทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบหน้าตามีหน้าตาคล้ายกัน จึงส่งกำลังไปตามหาที่บ้านใน อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี กระทั่งพบตัวนายเอกราชจึงเชิญตัวมาสอบสวนยอมรับว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ภาพวงจรปิดจับได้ ส่วนคนร้ายที่เหลืออีก 2 คนเป็นผู้หญิงคือ น.ส.ดวงใจ หรือ "ปู" เมืองทรัพย์ และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น น.ส.ธิชา สอนประชุม อดีตภรรยา และน.ส.เพียงใจ หรือ "กบ" ดีบุกคำ อาจารย์พิเศษโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง
"ชุดทำงานได้เฝ้าดูพฤติกรรมพบนางสาวปูเป็นคนมีฐานะ ปลูกบ้านหลังใหญ่ มีรถป้ายแดงขับแต่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร แต่มีรายได้ตกเดือนละ 5 แสนบาท ต่างกับนายเอกราชอยู่บ้านกับมารดาฐานะยากจน โดยนายเอกราชรับว่าตัวเองจะได้เงินจากการโทร.ไปหลอกในแต่ละครั้งประมาณ 3,000 - 4,000 บาท ส่วนที่เหลืออดีตภรรยาจะเป็นคนเอาไป แต่ละรายจะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับเหยื่อที่เอามาให้ โดยจะสุ่มเปิดจากสมุดหน้าเหลืองแล้วจะตามไปตรวจสอบบ้านว่ามีฐานะมากน้อยแค่ไหนก่อนจะลงมือโทรศัพท์ไปลวงเอาทรัพย์สิน" รองผบก.หน.ศส.บช.น. กล่าว
ข้อมูลจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |















































้เงินเท่าไหร่ ถึงต้องจ่ายค่า
้เป็นเครื่องเพชรมูลค่าห้าล้านบาท !! มีเงินขนาดนั้นไม่ต้อง
้แล้วมั้ง หรือว่าเจ้านาย
้ทีเป็นร้อยล้านอ่ะ 








วางหูไปเลย ...เซ็งเป็ด... 


























































































































|