








ข่าว รายงาน รมว.พลังงานระบุ หากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ราคาน้ำมัน เบนซินในไทยพุ่งถึงลิตรละ 60 บาท ย้ำรัฐไม่แทรกแซง ราคาน้ำมัน หันไปลุยสร้างขนส่งมวลชนแทน ขณะที่ สมคิด แนะรัฐบาลใหม่กำหนดเป้าหมายเศรษฐกิจ 5 ปีเพื่อให้ต่างชาติมั่นใจ

รมว.พลังงานระบุหากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ราคาน้ำมันเบนซินในไทยพุ่งถึงลิตรละ 60 บาท ย้ำรัฐไม่แทรกแซงราคา หันไปลุยสร้างขนส่งมวลชนแทน "สมคิด" แนะรัฐบาลใหม่กำหนดเป้าหมายเศรษฐกิจ 5 ปีเพื่อให้ต่างชาติมั่นใจ
หลังจากที่สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่าที่ประชุมสุดยอดผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปค) ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย มีมติเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ว่า โอเปคจะป้อนน้ำมันในระดับที่เพียงพอให้กับตลาดโลก พร้อมกับกระตุ้นให้โลกมีสันติภาพเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา นอกจากนี้ โอเปคจะต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน อย่างไรก็ตาม มติที่ประชุมไม่มีการพูดถึงการเพิ่มกำลังการผลิต
รายงานข่าวระบุว่า มติที่ประชุมโอเปคที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิต ทำให้ราคาซื้อขายน้ำมันดิบในตลาดเอเชียในวันที่ 19 พฤศจิกายน ขยับขึ้น โดยน้ำมันดิบไลต์สวีต กำหนดส่งมอบล่วงหน้าเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 1.15 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ 94.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ ไปอยู่ที่ 92.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนาชี้แจงรายละเอียดโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพว่า ในการประชุมกลุ่มโอเปคมีการพูดถึงว่าราคาน้ำมันดิบมีโอกาสจะพุ่งถึงระดับ 200 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรัก เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันส่งออกส่วนใหญ่ ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก อิหร่าน กาตาร์ คูเวต และซาอุดีอาระเบียจะไม่สามารถขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอมุดได้ ซึ่งน้ำมันที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวมีถึง 15 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ 20เปอร์เซนต์ ของปริมาณน้ำมันที่ใช้ทั่วโลก
"ถ้าเกิดสงคราม นอกจากราคาน้ำมันจะแพงแล้ว ยังจะเกิดปัญหาขาดแคลน เพราะปริมาณน้ำมันจะหายไปจากตลาดถึง 20เปอร์เซนต์ และถ้าราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 200 เหรียญ/บาร์เรล ราคาน้ำมันในไทยคงจะอยู่ที่ 60 บาท/ลิตร" นายปิยสวัสดิ์ กล่าวและว่า จากสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน สิ่งที่ต้องทำคือ หาแนวทางการลดการใช้น้ำมันมากที่สุด ต้องเป็นมาตรการที่เข้มข้น ไม่ใช่มาตรการเหลาะแหละเหมือนที่ผ่านมา การส่งเสริมประหยัด ช่วยได้นิดเดียว
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม รัฐไม่สนับสนุนการตรึงราคาน้ำมัน การลดเงินเข้ากองทุนน้ำมันก็เป็นมาตรการชั่วคราว ไม่เช่นนั้นคนไทยก็ต้องเสพติดน้ำมันต่อไป จะวนเวียนอยู่กับปัญหาราคาน้ำมันแพง สิ่งที่จะทำคือ เร่งสร้างระบบขนส่งมวลชน และคงหนีไม่พ้นพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงจึงจัดสรรเงินกองทุนน้ำมัน 70,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปี ไปลงทุนระบบขนส่งมวลชน และจัดสรรงบฯส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน โดยในปี 2551 จะเน้นการนำน้ำเสียและขยะมาแปรรูปเป็นพลังงานใช้แทนน้ำมัน แอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) และไฟฟ้า ใช้งบฯกองทุนอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 4,781 ล้านบาท ตั้งเป้าผลิตพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ 760 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี คิดเป็นมูลค่า 5,400 ล้านบาท/ปี
ภายใน 3-4 ปีนี้ ตั้งเป้าให้ไม่มีน้ำเสียในประเทศไทย เพราะนำมาผลิตเป็นพลังงานหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียจากฟาร์มหมู โรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานแป้งมัน โรงงานน้ำยางข้น เป็นต้น ซึ่งนอกจากเอกชนจะสามารถลดการใช้พลังงานได้แล้ว ยังจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายคาร์บอนเครดิตได้ด้วย นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวด้วยว่า อีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยลดการใช้น้ำมันได้ดี คือ การปล่อยให้ราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เห็นได้จากการตรึงราคาน้ำมันเมื่อปี 2547 ทำให้ยอดนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 10เปอร์เซนต์ แต่เมื่อลอยตัวราคาปี 2548 การนำเข้าน้ำมันลดลง 6เปอร์เซนต์ และลดลงเรื่อยๆ ในปีต่อๆ มา คือปี 2549 ยอดนำเข้าลดลง 5เปอร์เซนต์ และในช่วง 9 เดือนของปีนี้ยอดการนำเข้าน้ำมันลดลงแล้ว 6เปอร์เซนต์ วันเดียวกัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) จัดบรรยายพิเศษเรื่อง 'เศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง' โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้บรรยาย เนื่องในโอกาสที่ สอท.ครบรอบ 40 ปี
นายสมคิด กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2550 จะไม่ค่อยดี ตามที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ระบุว่า มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำที่สุดในเอเชีย และยังมีมรสุมราคาน้ำมันแพงก็ตาม ขอทุกคนอย่ากลัวอะไร แม้ว่าไทยจะเสียโอกาสโหนกระแสการเติบโตของการค้าโลก และปล่อยให้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ กระโดดข้ามไทยไปหลายก้าว เพราะทั้งหมดเป็นแค่ตัวเลข การที่ไทยขยายตัวได้ 4.3เปอร์เซนต์ ก็โชคดีมากแล้ว
นายสมคิด ยังกล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจในอนาคต คือสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และการแข็งค่าของเงินบาท ที่น่าจะต่อเนื่องจนถึงปี 2551 แต่อย่าคิดหวังว่ารัฐบาลจะสามารถแทรกแซงค่าเงินบาทได้เช่นในอดีต
การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ถือเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แม้จะมีระยะทางยาว และบิดเบี้ยวแต่ก็เป็นแสงแห่งความหวังว่าความอึมครึมทางการเมืองจะลดลง ความชัดเจนต่างๆ จะมากขึ้น ผมเชื่อว่าไม่ว่าพรรคใดหรือใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะสามารถสร้างกำลังใจให้คนไทยและเศรษฐกิจด้วยการเลือกคนดี มีความสามารถร่วมคณะรัฐมนตรี หากคนคนนั้นไม่อยากเป็นรัฐมนตรีได้ ก็สามารถดึงเข้ามาเป็นคณะทำงานได้ นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลควรจะต้องประกาศนโยบายทิศทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน (Economic Framework) มีเป้าหมายดัชนีเศรษฐกิจต่างๆ ในระยะ 5 ปี ให้ชัดเจน เพื่อให้ต่างประเทศรับรู้และติดตามได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจด้านงบประมาณที่จำเป็นจะต้องอัดฉีดเงินเข้าระบบ ผ่านโครงการด้านการเกษตร และชลประทานให้กับรากหญ้า โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นโครงการที่ทำให้เกิดความสุรุ่ยสุร่าย เพราะถ้ามีระบบที่ดีเงินถึงรากหญ้าแน่นอน
นายสมคิด กล่าวว่า ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรเร่งนำร่องโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้เดินหน้า โดยไม่ต้องกลัวว่าจะขาดดุลงบประมาณ และควรจะกล้าที่จะประกาศต่อสาธารณะเลยว่าประเทศไทยจะขาดดุลงบประมาณอย่างน้อย 3 ปี เพื่อนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรากฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศ แต่หากรัฐบาลเลือกที่จะทำงบประมาณสมดุลก็คงเหมือนคนเป็นลม แต่จะให้เขาไดเอ็ต (ลดความอ้วน) ต่อไป
ด้านนายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยว่า พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อศึกษาต้นทุนค่าขนส่งของรถโดยสารทุกประเภทเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบัน ให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปรับขึ้นค่าโดยสารให้กับผู้ประกอบการเดินรถ ขณะที่ประชาชนจะต้องไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจนเกินไป
นอกจากนี้ มีรายงานว่า เครือข่ายคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ จำนวน 10 คน เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางต่อ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาล ประธานเครือข่าย กล่าวว่า ขณะนี้มีการให้ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับการขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ เนื่องจากรถสาธารณะกว่าร้อยละ 50 ได้ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งมีต้นทุนต่ำลง การอ้างราคาน้ำมันมาขึ้นค่าโดยสารจึงไม่สะท้อนความเป็นจริง รวมทั้งรถร่วม บ.ข.ส.ขึ้นค่าโดยสารเกินกว่าที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง อนุมัติให้ขึ้นกิโลเมตรละ 3 สตางค์ แต่ไปขึ้น 6 สตางค์ เครือข่ายจึงฟ้องศาลปกครอง
ขณะที่ นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.จะทบทวนประมาณการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ในวันที่ 27 พฤศจิกายน โดยคาดว่าจะเติบโตไม่ถึง 4.5เปอร์เซนต์ ตามประมาณการณ์เดิม เนื่องจากผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง
"เดิมคาดไว้ที่ 4.5เปอร์เซนต์ ตอนนี้ไม่น่าจะถึงแล้ว เพราะปัจจัยตอนนี้เปลี่ยนไปหลายอย่าง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง" นางพรรณี กล่าวและว่า ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้ไม่น่าจะเกิน 64 - 68 เหรียญต่อบาร์เรลที่คาดไว้เดิม แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นมาก แต่ต้นปีราคาอยู่ในระดับต่ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "ไข่" นายกฯสุรยุทธ์ ขยับขึ้น คละหน้าฟาร์มฟองละ1.90 บาท
- จ๊าก "ไข่แอ้ด" พุ่ง ฟองละ 3 บาทแล้ว
- ขสมก.- บขส. 300 คันปิด ก.คมนาคม ขอขึ้นค่าโดยสาร
ข้อมูลและภาพประกอบจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

































































น่าเห็นใจคนไทย...ปลูกพืชปลูกผักริมรั้วไว้กินเด้อ
รับรองไม่อดตาย..สงสารแต่ผู้ไม่ทันโลก...เดินไม่เป็น..ขี่จักรยานไม่เป็น...ไปสามวาต้องนั่งรถเครื่อง..ตอนเย็นประเคนรถให้ลูกขี่เล่าะบ้าน..(หาเรื่อง) 












ราคาสินค้าขึ้น น้ำมันขึ้น ทุกอย่างขึ้นหมด แล้วเงินเดือนจะขึ้นไหมครับ









อยู่แล้ว น้ำมันของอีรักเป็นของมันไปแล้วต่อไปก็อีห
นี่คือการยึดครองโลกอย่างแท้จริง เพราะยึดแหล่งพลังงานให้หมด แต่แหล่งพลังงานของมันเองใช้น้อยมาก บางส่วนยังไม่ได้ใช้ คิดดูแล้วกัน ต้องฆ่าบูช สถานเดียว 































































































































































































หรือ อิรัก กันแน่ง่ะงง คับเห็นหัวข้ออิห
แต่เนื้อข่าว อิรัก






















































รวยอ่ะมีไรป่ะมีรถก็ใช้ให้คุ้มเสียตังซื้อมาแล้วใครจนก็ไปหาทางออกกันเอง ขับเฟอรารี่ว่ะโทดทีพ่อแม่รวยคนมีอันจะกินสงสารพวกคนจนจิงๆว่ะ555 


























นักร้องดาราอย่างสบาย คิดให้ดีครับทุกเสียงมีค่าใครซื้อเสียงรับเงินมามาเรยครับเงินฟรี แล้วเลือกพรรคที่เราชอบอย่าไปกลัวมันเพราะมันตรวจสอบไม่ได้กระดาษที่คุณกาเค้าจะนำไปเผาทิ้งอย่าไปกลัวมันครับ สู้เพื่อตัวเราเองจะได้สบายไม่ใช่เราเลือกที่ใครให้เงิน น้ำมันลิตร60บาทเมื่อไหร่คุณกลับมาแก้ไขไม่ได้แล้ว(เมื่อเดินไปถึงปลายทาง แต่อยากกลับมาจุดเริ่มต้นแสงสว่างมันก็หายไปแล้ว) 





























