นานาจิตตังนะครับ
จุดที่ค้าน....มองในแง่การโปรโมท ผิดจริง
ควรจะเจาะจงไปเลยว่าแนวไหนเพราะมีเพื่อนผมหลายคนที่ไปดูมา(ที่ไม่ได้เป็นเกย์) กลับมาก้อบ่นว่าหนังดว่ามันคือหนังเกย์ มันก้อเงียบ นี่คือตัวอย่างของการมองอะไรแค่ภายนอก อย่างผิวเผิน แต่ก้อเข้าใจเพื่อนครับว่ายังไงๆๆก้อตามคงจะให้เขามาเข้าใจความรักของเกย์อย่างลึกซึ้ง ไปเพื่ออะไร จริงไหมครับ...แต่ง่ายๆครับ ลองนึกถึงตัวเองว่ารักแฟนตัวเองแค่ไหนรูปแบบก้อเหมือนกันแตกต่างกันแค่เพศครับ
ส่วนเพื่อนผมที่เป็นผู้หญิงบางคนก้อบอกรับไม่ได้ บางคนก้อบอกว่าน่ารักดี อันนี้อยู่มที่ความ สนใจในประเด็นของหนังครับว่าหนังพยายามให้อะไรกับเรา ไม่ใช่ให้คุณเสียเงินเพื่อไปโฟกัสกับฉากจูบเท่านั้น แสดงว่าเวลาคุณเสียเงินไปดูหนังก้อคงคิดแค่........
จุดที่ค้าน....ฉากจูบ ส่วนตัวผมก้อยังคิดว่าฉากจูบมันทำเอาผมเขินไปด้วยเหมือนกัน มันจำเป็นไหมเนี่ย...... หรือแค่หอมแก้มพอหรือว่ากำลังจะจูบแล้วแม่มาเห็นก่อน หรือว่า รู้สึกว่าผิดเองเลยไม่จูบ ตรงนี้ผมก้อยอมรับว่ามากไปนิดนึง
จุดที่เห็นด้วย.....หลังจากออกจากโรงหนังมา สิ่งที่ผมได้รับแน่ๆเลยคือ
การรักไม่ใช่การครอบครอง ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน แค่นึกถึงก้อเป็นสุขใจแม้จะทำอะไม่ได้เลย "ความสุขจะอยู่กับเราเพียงไม่นานแต่ความทรงจำที่ดีจะอยู่กับเราตลอดไป" จริงไหมครับ
เราเองก้อต้องยอมรับความจริงครับว่าปัจจุบันเกย์เยอะแค่ไหนลองนึกดู หากมัวแต่คิดแบ่งเขาแบ่งเรา เพื่ออะไรครับ มองสังคมอย่างความเป็นจริงและยอมรับน่าจะดีกว่า เหมือนฉากที่แม้ให้โต้งเลือกว่าจะติดตุ๊กตามาห้อย
"ถ้าลูกคิดว่าสิ่งไหนดีก้อทำไปเถอะ"
ฝากนิดนึงครับ เกย์ไม่ได้อยากจะเป็นก้อเป็นได้เลยเหมือนกดปุ่มคีย์บอร์ดครับ มันต้องมีพื้นฐานครับ
"แบ่งปัน"แต่"ไม่แบ่งแยก"นะครับ เพื่อสังคมไทยน่าอยู่ครับ