








ข่าว แปลก จากการที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นถูกฆ่าที่จังหวัดสุโขทัย จึงทำให้พ่อแม่ของเหยื่อต้องมาทำพิธีเชิญ วิญญาณ กลับบ้าน เพื่อจะได้ไปสู่สุคติ นั่นแสดงให้เห็นว่าชาวญี่ปุ่นก็มีความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับ วิญญาณ ที่ไม่ต่างจากชาวไทย

น.ส.โทโมโกะ ยามาชิตะ อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอทิ้งศพไว้ในพงหญ้าบนเนินเขา เขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อ.เมือง จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เป็นข่าวครึกโครมทั้งในไทยและต่างประเทศ
หลังเกิดเหตุ พ่อแม่ของ น.ส.โทโมโกะ เดินทางมาไทย ก่อนจะไปถึง จ.สุโขทัย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมกับทำพิธีเรียกวิญญาณผู้ตายกลับประเทศบ้านเกิด
ความเชื่อเรื่องการเรียกวิญญาณกลับบ้านไม่ได้มีแต่เฉพาะที่เมืองไทย แต่เป็นความเชื่อของคนในโลกตะวันออกทั่วไป
พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ศาสนาพุทธมีความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด วิญญาณหลังความตาย โดยเฉพาะหากผู้ตายประสบเหตุเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน วิญญาณจะล่องลอยและวนเวียนอยู่ ณ ดินแดนที่หมดลมหายใจ สิงสถิตอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ เป็นวิญญาณพเนจรจนกว่าจะมีคนมาแทนที่ตัวเอง จึงจะได้ไปสู่สุคติภพเบื้องหน้า
ส่วนใหญ่ญาติของผู้ตายจะมาประกอบพิธีเชิญวิญญาณกลับบ้าน ไม่ต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนและนำศพกลับไปประกอบพิธีกรรมให้ไปสู่สุคติด้วยความเป็นห่วง
พระธรรมกิตติเมธีกล่าวว่า พิธีเชิญวิญญาณหรือพิธีเรียกวิญญาณตามความเชื่อในคติพุทธศาสนานั้น แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ชุมชนท้องถิ่น พิธีเชิญวิญญาณจะดำเนินการในช่วงเวลาใดก็ได้ แต่ส่วนใหญ่นิยมประกอบพิธีในช่วงเช้า โดยนิมนต์พระสงฆ์ไม่จำกัดจำนวนรูป นิมนต์พระรูปเดียวก็ได้ ประกอบพิธีทำบุญ นำข้าวปลาอาหาร จัดตั้งโต๊ะปูผ้า สิ่งของเครื่องใช้
พระสงฆ์ใช้บทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ และบทสวดมาติกาบังสุกุล เสร็จแล้วแสดงพระธรรมเทศนา อนุโมทนาให้พร พ่อแม่ญาติพี่น้องบอกกล่าวกับดวงวิญญาณให้ติดตามกลับบ้าน
ทั้งนี้ระหว่างเดินทางกลับบ้านเป็นระยะทางไกล เมื่อผ่านถนนสี่แยก สามแยก หรือสะพาน คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าญาติของผู้ตายจะต้องโยนเศษเหรียญสตางค์เพื่อบอกทางให้วิญญาณไม่ให้หลงทาง
เมื่อถึงหน้าประตูบ้าน ให้ญาติจุดธูปบอกกับผีบ้านผีเรือนและศาลพระภูมิเจ้าที่ เพื่อขออนุญาตวิญญาณเข้าสู่เคหสถาน
คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นับถือศาสนาชินโตผสมกับพุทธศาสนานิกายมหายาน พิธีกรรมความเชื่อต่างๆ จึงคล้ายคลึงกับคนไทย เพราะตามคติของลัทธิชินโต ความตายคือการสิ้นสุดแห่งชีวิต ไม่รับรู้อีกต่อไป ขณะที่คติพุทธการตายคือการรอวันกลับมาเกิดใหม่
ข้อสังเกตก็คือพระในลัทธิชินโตจะเกี่ยวข้องกับประชาชนในพิธีกรรมต่างๆ เฉพาะมีชีวิตอยู่เท่านั้น ส่วนการทำพิธีเมื่อตายแล้วชินโตไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นในญี่ปุ่นพิธีกรรมเกี่ยวกับการเกิดมักทำโดยนักบวชชินโต ขณะที่พิธีกรรมเกี่ยวกับศพทำโดยพระในพุทธศาสนา
ชาวญี่ปุ่นจึงนับถือศาสนาชินโตและศาสนาพุทธรวมกัน เพราะแต่ละศาสนาแบ่งหน้าที่ในการทำพิธีกรรมให้รับช่วงกันได้เป็นคราวๆ ไป จนมีคำกล่าวว่า "คนญี่ปุ่นเกิดชินโต แต่ตายพุทธ"
พิธีเชิญวิญญาณหรือพิธีเรียกวิญญาณแบบญี่ปุ่นไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก นักบวชเจ้าพิธีแค่ทำตัวให้สะอาด แล้วเข้าไปโค้งคำนับตรงบริเวณที่วิญญาณสิงสถิตหรือตรงบริเวณสถานที่เกิดเหตุ เมื่อคำนับแล้วจะหลับตาตบมือเรียกดวงวิญญาณ เพื่อมารับกลับบ้าน
ส่วนเรื่องเครื่องบูชา นักบวชจะเป็นผู้จัดเตรียม ประกอบด้วย เหล้าสาเก ข้าวปั้น เกลือ ปลาสด ผลไม้ สาหร่ายทะเล และส้ม และในระหว่างทางจะมีการโปรยกระดาษหรือเหรียญสตางค์เป็นการบอกทางให้ดวงวิญญาณเช่นเดียวกัน









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
























































-ขอให้ไปที่ชอบๆๆๆๆๆนะค่ะ 

















































































































































































|