









สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวกรวม 5 คน ได้ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวม 3 คน เพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาเพิกถอน พ.ร.ฎ.กำหนดอำนาจสิทธิประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2544 และ พ.ร.ฎ.กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544 เนื่องจากกระบวนการในการตรากฎหมาย 2 ฉบับเพื่อแปรรูปการปิโตรเลียมแห่ง
ทั้งนี้หลังจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาสาระได้ครอบคลุมกิจการพลังงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ท่อก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจน้ำมัน รวมทั้งได้มีการแยกเรื่องของนโยบายกับการกำกับดูแลกิจการพลังงานออกจากกัน
โดยเฉพาะกรณีของ ปตท. ที่จากนี้ไปการกำกับดูแลเรื่องท่อก๊าซธรรมชาติที่หลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดการผูกขาดจาก ปตท. ก็จะมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) มาทำหน้าที่ดูแลการออกใบอนุญาต การกำหนดอัตราค่าบริการ การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การดูแลท่อก๊าซธรรมชาติของ ปตท.โอนไปอยู่ที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวทั้งหมด รวมถึงการออกใบอนุญาต การกำหนดอัตราค่าบริการ การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การดูแลท่อก๊าซของ ปตท.ไปอยู่ที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวแทนที่จะเป็นของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 จะมีผลบังคับใช้แล้ว และมีผลให้ท่อก๊าซตกไปอยู่ในการกำกับดูแลของเรคกูเรเตอร์ แต่กระทรวงพลังงานก็ยังไม่วางใจ ต้องเตรียมรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เพราะไม่แน่ใจว่าผลการตัดสินของศาลปกครองจะออกมาในรูปแบบใด ทั้งนี้ ปตท.ได้มีการเตรียมแนวทางรองรับไว้หลายแนวทาง โดยประเมินสถานการณ์ตั้งแต่ดีสุดไปจนถึงแย่สุด เหมือนกับกรณีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดย ปตท.รวมแนวทางเหล่านั้นไว้กับแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัท
แนวทางดังกล่าวที่กระทรวงพลังงานเตรียมไว้ประกอบด้วยหลายแนวทาง เช่น 1. หากศาลปกครองสูงสุดยกฟ้อง ก็เท่ากับว่า ปตท. ก็จะดำเนินการต่อไป และจะเร่งดำเนินการจัดตั้งบริษัทท่อก๊าซ เพื่อแยกการบริหารให้เกิดความชัดเจน 2. หากศาลเห็นชอบตามที่โจทก์ยื่นฟ้อง ปตท.จะทำเรื่องขอโอนที่ดินจำนวน 32 ไร่ ที่ได้มาจากการรอน สิทธิที่ดินเพื่อรองรับการวางท่อก๊าซธรรมชาติในอนาคต ไปให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล ซึ่งจะทำให้ อำนาจการบริหารต่างๆ ตกเป็นของรัฐ พร้อมทั้งมอบให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติ (เรคกูเรเตอร์) เป็นผู้ดูแลต่อไป จากนั้น ปตท.ก็จะ มีสถานะเป็นผู้เช่าพื้นที่ 32 ไร่ และต้องจ่ายค่าเช่าให้กับกรมธนารักษ์









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

























|