ศรีสุวรรณ ยื่นคำร้องจี้ กกต. เอาผิด ธนาธร หลังอ้างเป็นนักการเมืองคนแรกโอนหุ้นให้ Blind Trust ดูแล ที่จริงมีนักการเมืองในอดีตเคยทำแล้ว ชี้เป็นการทำเพื่อสร้างค่านิยม
โดยนายธนาธรได้กล่าวอ้างถึงกรณีการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองที่ถือหุ้นธุรกิจเครือซัมมิท มูลค่า 5 พันล้านบาท ว่าจะใช้แนวทาง Blind Trust คือโอนทรัพย์สินไปให้ Trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล ส่วนใหญ่จะให้ บริษัท Phatra Asset Management ทั้งหมดคือ หุ้นในบริษัทมหาชน ส่วนบ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่า วิธีการนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ Private Fund มาก่อน เป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นการทำให้ Blind ด้วยความสมัครใจโดยไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับ ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณะนั้น
![ศรีสุวรรณ ร้อง กกต. เอาผิด ธนาธร ศรีสุวรรณ ร้อง กกต. เอาผิด ธนาธร]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา
วันที่ 19 มีนาคม 2562 นายศรีสุวรรณ จรรยา
เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย
ได้โพสต์ภาพและข้อความขณะเดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) ให้ไต่สวนสอบสวนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 นายธนาธรได้เปิดแถลงข่าว
เพื่อเผยแพร่แนวทางการจัดการทรัพย์สินของตนเองในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง
โดยนายธนาธรได้กล่าวอ้างถึงกรณีการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองที่ถือหุ้นธุรกิจเครือซัมมิท มูลค่า 5 พันล้านบาท ว่าจะใช้แนวทาง Blind Trust คือโอนทรัพย์สินไปให้ Trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล ส่วนใหญ่จะให้ บริษัท Phatra Asset Management ทั้งหมดคือ หุ้นในบริษัทมหาชน ส่วนบ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่า วิธีการนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ Private Fund มาก่อน เป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นการทำให้ Blind ด้วยความสมัครใจโดยไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับ ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณะนั้น
ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ตามมาจำนวนมาก
มีทั้งนักวิชาการ ผู้รู้ ประชาชน สื่อมวลชน
และนักการเมือง ออกมาร่วมแสดงความเห็นในคำแถลง พอสรุปความได้ว่า
การอ้างว่าเป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้
เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหลายประการ
เนื่องจากในอดีตเคยมีนักการเมืองต่าง ๆ ได้เคยโอนหุ้นให้บริษัทกองทุนต่าง ๆ
ดูแลจัดการแล้วไม่ต่ำกว่า 15 คน
และการโอนหุ้นแบบนี้เป็นมาตรการบังคับตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
หาใช่ทำด้วยความสมัครใจแต่อย่างใจ
การแถลงเยี่ยงนี้อาจเป็นการสร้างความนิยมเพื่อตนเองและพรรคของตนเอง จึงอาจเข้าข่ายหลอกลวง
หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตามมาตรา 73
(5) ของ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 และอาจมีโทษตาม
ม.159 มีโทษจำคุก 1-10 ปี โทษปรับ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งถึง 20 ปีด้วย
ด้วยเหตุดังกล่าว
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความมาร้องเรียนต่อ กกต.
เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่ากรณี นายธนาธร แถลงข่าวโอนทรัพย์สินไปให้ Trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล โดยอ้างว่าวิธีการนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่
ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ Private Fund มาก่อน เป็นนวัตกรรมใหม่ และอื่น
ๆ เข้าข่ายความผิดตาม ม.73 (5) ของ
พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 หรือไม่

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา








