ความในใจเจ้าหน้าที่ กกต. หลังเจอด่ายับเรื่องหยุดนับคะแนน ชี้ต้องมานับมือกันใหม่

           ความในใจเจ้าหน้าที่ กกต. ที่ต้องเสี่ยงคุก แถมโดนด่ายับเรื่องหยุดนับคะแนน แจงไม่ได้หยุดนับ แต่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกรอกคะแนนผิด ๆ ถูก ๆ จึงยกเลิก Rapid report เปลี่ยนเป็นนับมือ ทำให้ไม่ได้แถลงนับคะแนนเรียลไทม์
กกต
ภาพจาก Ch3 Thailand News

          เป็นประเด็นดราม่าอีกเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดนโจมตี กรณียกเลิกแถลงข่าวผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ทำให้โดนวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกต. หยุดการนับคะแนนเลือกตั้ง จนมีการล่ารายชื่อถอดถอน กกต. เกิดขึ้น เนื่องจากไม่พอใจในการทำงานของ กกต. ชุดนี้

          ล่าสุด (26 มีนาคม 2562) เฟซบุ๊ก ทนายตัวแสบ : Badass Attorney เผยความในใจจาก เจ้าหน้าที่ กกต. ท่านหนึ่ง ที่เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง แถมยังโดนประชาชนด่ายับเรื่องการหยุดนับคะแนน ซึ่งที่จริงแล้วเป็นความเข้าใจผิด ไม่ได้มีการหยุดนับแต่อย่างใด โดยอธิบายว่า ตัวเลขคะแนนแบบเรียลไทม์มาจากโปรแกรม Rapid report ซึ่งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วย ที่เป็นข้าราชการท้องถิ่นนั้น ๆ จะเป็นผู้กรอกตัวเลขลงในระบบ กรอกถูกกรอกผิด เพราะไม่ได้ผ่าน กกต. จังหวัด จนทำให้ตัวเลขมันย้อนแย้ง


          ทางประธาน กกต. เลยขอยุติการแถลงผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ซึ่งสื่อก็นำไปพาดหัวจนคนเข้าใจผิดว่า หยุดการนับคะแนน ความจริงแล้วไม่ได้หยุด กลายเป็นว่าแต่ละเขตต้องมานับมือใหม่หมด ไม่เอา Rapid report แล้ว ตัวเลขจึงนิ่งไปตอนดึก ๆ

          หลังนับมือเสร็จ แต่ละจังหวัดต้องส่งยอดมาที่ กกต. ซึ่งก็ส่งยอดเข้ามาไม่พร้อมกัน กว่าตัวเลขจะนิ่งก็ช่วงสาย ๆ วันที่ 25 มีนาคม ถึงจะนำมาคำนวณปาร์ตี้ลิสต์กันได้อย่างถูกต้อง แต่อธิบายไปก็เท่านั้น ถือซะว่าบ่นแล้วกัน

กกต

          อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก โดยระบุว่า ความคิดของ กกต. ที่ว่าอธิบายไปก็เท่านั้น หรือไม่จำเป็นต้องอธิบาย นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้โดนด่า เพราะคุณคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ควรชี้แจงรายละเอียดทุกอย่าง เพื่อไม่ให้มีข้อกังขามากกว่าเดิม แต่กลายเป็นสร้างช่องโหว่ สร้างพิรุธให้คนคอยจับผิดอยู่ตลอดเวลา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก เฟซบุ๊ก ทนายตัวแสบ : Badass Attorney
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ความในใจเจ้าหน้าที่ กกต. หลังเจอด่ายับเรื่องหยุดนับคะแนน ชี้ต้องมานับมือกันใหม่ อัปเดตล่าสุด 26 มีนาคม 2562 เวลา 16:14:46 9,898 อ่าน
TOP
x close