กกต. มีมติส่งเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเพื่อจัดสรร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
วันที่ 11 เมษายน 2562 แนวหน้า รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าวโดยระบุว่า กกต.มีมติส่งเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเพื่อจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึ่งมีได้ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิฉัย โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้พิจารณาเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณจํานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ ตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560 ประกอบมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ตามที่สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอต่อที่ ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 แล้ว มีความเห็นดังนี้
1. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 วรรคสาม กําหนด หลักเกณฑ์วิธีการคํานวณและการคิดอัตราส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ได้กําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการคํานวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้
สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอผล การคํานวณจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการคํานวณตามแนวทางของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ได้จัดทําวิธีการคํานวณสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในชั้นพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แล้ว ปรากฏว่า การคํานวณดังกล่าวมีพรรคการเมืองหลายพรรคมีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ ในเบื้องต้นต่ำากว่าหนึ่งคน แต่เมื่อคํานวณต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 125 (5) แล้ว พรรคการเมืองที่มีผลการคํานวณจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะพึงมีได้ ในเบื้องต้นต่ํากว่าหนึ่งคนดังกล่าว สามารถได้รับการจัดสรรจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน
2. คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามข้อ 1 แล้วเห็นว่า
2.1 แม้การคํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่สํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งดําเนินการมานั้น สามารถจัดสรรจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่การคํานวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 125 (5) ดังกล่าวมีผลขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560 มาตรา 91 (2) และ (4) เนื่องจากมีผลให้พรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะพึงมีได้ตาม (2) ต่ำกว่าหนึ่งคน สามารถได้รับการจัดสรรให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้หนึ่งคน จึงอาจทําให้พรรคการเมืองบางพรรค มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 (1)
แต่หาก คํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 แล้ว จะทําให้ไม่สามารถจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน อีกทั้งหากไม่นําจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในเบื้องต้นของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนไปคิดคํานวณต่อตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 125 (๕) ก็ไม่สามารถคิดคํานวณจัดสรรได้ครบ 150 คนได้เช่นกัน จึงไม่มีวิธีการใดที่จะนํามาคิดคํานวณให้มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้จํานวน 150 คน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 83 ได้
2.2 การคํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามข้อ 1 ซึ่งเป็นการดําเนินการ คิดคํานวณตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ผลของการคํานวณจะไม่สามารถนําไปประกาศผลการเลือกตั้งได้ เพราะอาจขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 (4)
3. อาศัยเหตุผลทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงได้เสนอเรื่องตามข้อ 1 และข้อ 2 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ตามมาตรา 210 (1) และ (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ว่า กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งจะคํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อตามวิธีดังกล่าวข้างต้นแล้ว ไม่มีวิธีใดที่จะทําให้ได้จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายชื่อครบจํานวน 150 คนได้ มีเพียงการคํานวณตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ที่สามารถจะคํานวณให้ได้จํานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจํานวน 150 คนได้
ดังนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งจะคํานวณหา จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 124 โดยการคิดคํานวณดังกล่าวอาจทําให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ต่ํากว่าค่าเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนได้ จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน คณะกรรมการการเลือกตั้งจะสามารถดําเนินการได้หรือไม่ และการดําเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 หรือไม่
วันที่ 11 เมษายน 2562 แนวหน้า รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าวโดยระบุว่า กกต.มีมติส่งเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเพื่อจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึ่งมีได้ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิฉัย โดยมีรายละเอียดดังนี้
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้พิจารณาเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณจํานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ ตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560 ประกอบมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ตามที่สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอต่อที่ ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 แล้ว มีความเห็นดังนี้
1. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 วรรคสาม กําหนด หลักเกณฑ์วิธีการคํานวณและการคิดอัตราส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ได้กําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการคํานวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้
สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอผล การคํานวณจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการคํานวณตามแนวทางของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ได้จัดทําวิธีการคํานวณสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในชั้นพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แล้ว ปรากฏว่า การคํานวณดังกล่าวมีพรรคการเมืองหลายพรรคมีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ ในเบื้องต้นต่ำากว่าหนึ่งคน แต่เมื่อคํานวณต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 125 (5) แล้ว พรรคการเมืองที่มีผลการคํานวณจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะพึงมีได้ ในเบื้องต้นต่ํากว่าหนึ่งคนดังกล่าว สามารถได้รับการจัดสรรจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน
2. คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามข้อ 1 แล้วเห็นว่า
2.1 แม้การคํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่สํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งดําเนินการมานั้น สามารถจัดสรรจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่การคํานวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 125 (5) ดังกล่าวมีผลขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560 มาตรา 91 (2) และ (4) เนื่องจากมีผลให้พรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะพึงมีได้ตาม (2) ต่ำกว่าหนึ่งคน สามารถได้รับการจัดสรรให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้หนึ่งคน จึงอาจทําให้พรรคการเมืองบางพรรค มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ ซึ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 (1)
แต่หาก คํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 แล้ว จะทําให้ไม่สามารถจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน อีกทั้งหากไม่นําจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในเบื้องต้นของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนไปคิดคํานวณต่อตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 125 (๕) ก็ไม่สามารถคิดคํานวณจัดสรรได้ครบ 150 คนได้เช่นกัน จึงไม่มีวิธีการใดที่จะนํามาคิดคํานวณให้มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้จํานวน 150 คน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 83 ได้
2.2 การคํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามข้อ 1 ซึ่งเป็นการดําเนินการ คิดคํานวณตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ผลของการคํานวณจะไม่สามารถนําไปประกาศผลการเลือกตั้งได้ เพราะอาจขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 (4)
3. อาศัยเหตุผลทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงได้เสนอเรื่องตามข้อ 1 และข้อ 2 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาดอํานาจหน้าที่ตามมาตรา 210 (1) และ (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ว่า กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งจะคํานวณหาจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อตามวิธีดังกล่าวข้างต้นแล้ว ไม่มีวิธีใดที่จะทําให้ได้จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายชื่อครบจํานวน 150 คนได้ มีเพียงการคํานวณตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ที่สามารถจะคํานวณให้ได้จํานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจํานวน 150 คนได้
ดังนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งจะคํานวณหา จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 124 โดยการคิดคํานวณดังกล่าวอาจทําให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ต่ํากว่าค่าเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนได้ จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน คณะกรรมการการเลือกตั้งจะสามารถดําเนินการได้หรือไม่ และการดําเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 หรือไม่







