สวัสดีปีหนูนักษัตรแรก บอกเล่าเรื่องราวความหมาย หนู
บทความ เกร็ดความรู้ รับ ปีใหม่ วันปีใหม่ วันนี้ เราก็มีเรื่องดีๆ มาฝากเพื่อนๆ กันอีกเช่นเคย นั่นคือ บทความ เกร็ดความรู้ เรื่อง สวัสดีปีหนูนักษัตรแรก บอกเล่าเรื่องราวความหมาย หนู ว่าแล้วเราไปอ่าน บทความ เกร็ดความรู้ รับ ปีใหม่ วันปีใหม่ ปีหนู ปีนักษัตร หนู พร้อมๆ กันเลย

วันขึ้นปีใหม่เป็นอีกวันหนึ่งที่มีสีสันความหมายซึ่งในหลายประเทศมีความเชื่อสอดคล้องตรงกันถึงการเป็นวันเริ่มต้นรับสิ่งดีงามสิ่งใหม่ๆ ในวันนี้แม้จะเลยผ่านวันขึ้นปีใหม่มา แต่ด้วยที่ว่ายังอยู่ในบรรยากาศของความสุขของเทศกาลปีใหม่
ปีหนู โอกาสนี้เลยขอรวบรวมนำเรื่องราวสีสันความหมายที่เกี่ยวเนื่องกับหนูมาบอกเล่าซึ่งในการนับปีด้วยปีนักษัตรกล่าวกันว่ามีมายาวนานและในปีนี้ตรงกับปีชวดซึ่งสัตว์ประจำปีนักษัตรนี้ก็คือ หนู ซึ่งในช่วงเวลานี้ มีให้เห็นหลากหลายรูปแบบทั้งที่เป็นของที่ระลึก สื่อมอบความสุขส่งความปรารถนาดีในช่วงเทศกาล
หนู เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ทั้งที่อาศัยตามบ้านเรือน ในธรรมชาติและจากลักษณะนิสัยของหนูที่ชื่นชอบการกัดแทะ สะสมอาหารทำให้เกิดความสกปรก เสียหาย ฯลฯหนูที่พบในบ้านเรือน ตามท่อระบายน้ำจึงไม่เป็นที่พึงประสงค์ชื่นชอบ แต่อีกมุมหนึ่งของหนูบางชนิดซึ่งมีความพิเศษ น่ารักกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อนคู่ใจ ฯลฯ
นอกจากนี้ในความน่าสนใจของหนูยังมีปรากฏสร้างความประทับใจรูปแบบของนิทาน ตัวการ์ตูนอมตะและเป็นคำเปรียบเปรยในสำนวนไทย ไพฑูรย์ ปานประชา นักวิชาการวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรม
การวัฒนธรรมแห่งชาติให้ความรู้เล่าให้ฟังว่า วงรอบปีหรือปีนักษัตรน่าจะเป็นเรื่องของการสังเกตธรรมชาติซึ่งปีชวดเป็นนักษัตรแรกของสิบสองนักษัตร ส่วนการที่นำสัตว์มาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนู จากการพูดคุยศึกษาข้อมูลที่กล่าวกันนั้นไม่มีความเป็นมาแน่ชัดว่ามีมาแต่เมื่อไหร่ แต่ก็อาจสันนิฐานได้ว่ามาจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การทำนาปลูกข้าวซึ่งสิ่งที่ต้องระวังไม่ให้ผลผลิตถูกทำลายเสียหายโดยเฉพาะหนูที่ชอบกัดแทะนั้นหากนำสิ่งที่เป็นอุปสรรค์ อันตรายมาพูดถึงไว้ก็อาจช่วยสร้างขวัญกำลังใจ อาจช่วยลดความรุนแรงลงได้บ้างและก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
นักษัตรการนับเวลาหรือชื่อรอบเวลาจึงเป็นวัฒนธรรมของคนในเอเชียอาคเนย์ซึ่งสัตว์ต่างๆที่ปรากฏไม่ว่าจะเป็น หมู วัว แพะ งูฯลฯที่หมุนเปลี่ยนเวียนมาเป็นสัญลักษณ์ก็ล้วนแต่มีให้เห็นเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินชีวิต
"คนในเอเชียผูกพันกับสัตว์ต่างๆก็จะนำสิ่งที่ใกล้ชิดเกี่ยวข้องเหล่านี้มาบันทึกไว้ แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด อาจเป็นเรื่องของความเชื่อ ความจำเป็นอย่างการเรียกขาน ปีหนูทอง หนูไฟ หนูซุกซนฯลฯก็เป็นเรื่องการคาดหมาย แต่ทั้งนี้ทั้งก็มีแง่มุมการเตือนสติ สร้างขวัญกำลังใจทำให้สิ่งต่างๆเหล่านั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้นและไม่ว่าจะทำสิ่งใดหากมีกำลังใจ จิตใจที่ดีแล้วก็จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น"
ส่วนในสำนวนไทยที่เกี่ยวกับหนูก็มีอยู่ไม่น้อย อย่าง หนูตกถังข้าวสาร เป็นการเปรียบเปรยการมีชีวิตคู่ การมีคู่ครองซึ่งสำนวนนี้แสดงให้เห็นถึงความช่างคิดช่างเปรียบของคนโบราณ สะท้อนภาพธรรมชาติของหนูชัดซึ่งหนูกับข้าวเป็นสิ่งที่คู่กัน
อีกสำนวนหนึ่งซึ่งมีขึ้นในช่วงหลังมีความร่วมสมัย อย่างคำว่า หนูทดลอง สะท้อนให้เห็นภาพชัดมีความน่าสงสารอยู่ไม่น้อย หนูติดจั่น คำเปรียบเปรยที่อธิบายถึงอากัปกิริยาขยายอาการเดินให้เห็นภาพของการเดินไม่หยุดนิ่ง เดินไปเดินมา ส่วน หนูถีบจักร เป็นอีกคำที่กล่าวถึงความขยันไม่หยุด ขณะเดียวกันลักษณะอาการของหนูถีบจักรยังเปรียบให้เห็นถึงความสาระวนวุ่นวายฯลฯ
นอกจากสำนวนไทยในมุมของนิทานหลายต่อเรื่องได้สะท้อนถึงบุคคลิกเรื่องราวของหนูไว้อย่างโดดเด่นอย่าง ราชสีห์กับหนู นิทานอมตะที่มีที่มาจากต่างประเทศ นิทานอีสปเรื่องนี้พูดถึงสัตว์เล็กที่มีน้ำใจช่วยเหลือสัตว์ใหญ่ในยามคับขัน ไม่เพียงความสนุกสนานนิทานสั้นที่ผูกใจคนอ่านมามายาวนานเรื่องนี้ยังฝากคติเรื่องของความมีน้ำใจ ความไม่ประมาทฯลฯ
ในส่วนนิทานพื้นบ้านของไทยที่มีเนื้องเรื่องเกี่ยวกับหนูที่กล่าวขานชวนจดจำก็มี นิทานเกาะหนูเกาะแมว เป็นภูมิปัญญาการผูกเรื่องซึ่งพยายามอธิบายถึงภูมิศาสตร์บริเวณหาดสมิหรา สถานที่พักผ่อนท่องเที่ยวมีชื่อของจังหวัดสงขลาไว้อย่างมีสีสัน ว่ากันว่ามีเรือสำเภาจีนเข้ามาค้าขายซึ่งชาวจีนได้ซื้อแมวและสุนัขส่งลงเรือมาด้วย ต่อมาสัตว์ทั้งสองเจอเข้ากับหนูที่อยู่ในเรือสำเภอซึ่งทั้งหมดกลายมาเป็นเพื่อนรักกัน
วันหนึ่งสุนัขกับแมวคิดถึงบ้านอยากกลับบ้าน หนูซึ่งอยู่มานานก็บอกว่าเจ้าของเรือมีลูกแก้ววิเศษทำให้ไม่จมน้ำ จากนั้นหนูได้ไปคาบลูกแก้วมาแล้วก็ชวนกันโดดลงน้ำ ระหว่างว่ายน้ำเข้าฝั่งหนูและแมวต่างหมดแรงจมน้ำตายไปเป็นเกาะหนูซึ่งอยู่ข้างหน้า เกาะแมวอยู่ข้างหลัง ส่วนสุนัขมีแรงดีหน่อยก็ว่ายขึ้นฝั่งแต่ท้ายที่สุดก็ตายกลายเป็นภูเขา ลูกแก้วที่คาบในปากหนูก็ตกหล่นลงไปแตกกระจายกลายเป็นหาดทรายแก้วสวยงามของหาดสมิหราฯลฯ
นอกจากหนูในรูปแบบนิทานหากพูดถึงหนูในลักษณะของตัวการ์ตูน หนูที่มีชื่ออมตะครองใจมายาวนานต้องยกให้กับ มิคกี้เมาส์และมินนี่เมาส์ ตัวการ์ตูนโด่งดังที่มีเอกลักษณ์ความน่ารัก ซึ่งก็มีแนวคิดคล้ายกันถึงความอันตราย ไม่เป็นที่ชื่นชอบจึงนำมาปรับบุคลิกใหม่ให้เป็นสัตว์ใจดี ชอบช่วยเหลือซึ่งก็เป็นที่ชื่นชอบสร้างความประทับใจเช่นเดียวกับ ภาพยนตร์การ์ตูน ทอมกับเจอรี่ ที่กล่าวขานกันมายาวนานฯลฯ
และจากการเปลี่ยนแปลงวันขึ้นปีใหม่ของไทยซึ่งมีขึ้นหลายครั้ง จนกระทั่งในปีพ.ศ.2483 ได้มีการประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคมตามสากลและเริ่มใช้กันมานับแต่ปีพ.ศ.2484 จวบปัจจุบันตามสากล ซึ่งส่วนหนึ่งนี้คือเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับหนูและปีหนู
ขณะที่
วัน เดือน ปี หมุนเวียนเปลี่ยนไปและไม่ว่าจะเป็นปีใด การดำเนินชีวิตคงต้องตั้งมั่นด้วยสติ ไม่ประมาทใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมพอดี มีเหตุและผลซึ่งไม่เพียงสร้างภูมิคุ้มกัน หากแต่ยังมีความหมายความสำคัญเป็นเข็มทิศทำทางชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้า พบกับความสุขความรุ่งเรือง
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
ทีมวาไรตี้ (พงษ์พรรณ บุญเลิศ)