











บทความ เกี่ยวกับ สมเด็จพระพี่นางฯ สมเด็จพระพี่นางเธอฯ ที่ได้ช่วยเปิดโลกกว้างให้แก่ปวงชนชาวไทยด้วยภาพ ข่าวในพระราชสำนัก ในขณะที่ สมเด็จพระพี่นางฯ สมเด็จพระพี่นางเธอฯ ได้ทรงเสด็จเยือนประเทศต่างๆ โดยภาพเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อชาวไทยยิ่งนัก

โลกกว้างของคนไทยได้เปิดขึ้นกับภาพข่าวพระราชสำนักช่วงสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยือนนานาอารยประเทศทั้งตามคำกราบทูลเชิญของประเทศต่างๆ และการเสด็จทัศนศึกษาส่วนพระองค์
ซึ่งพระภารกิจเจริญสัมพันธ์ไมตรีไปทั่วโลกแต่ละครั้ง ผู้ร่วมขบวนเสด็จหลายคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ "ทรงเป็นนักทัศนศึกษา" โปรดประเทศรุ่มรวยศิลปวัฒนธรรม ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา แอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง
เมื่อเสด็จไปเยือนประเทศใดก็จะทรงจดบันทึกเรื่องราวที่ทรงประสบพบเห็นอย่างละเอียดและโปรดการถ่ายภาพด้วยพระองค์เองอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีพระดำรัสสั่งให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม โดยทรงเป็นบรรณาธิการและทรงรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศที่ได้ไปท่องเที่ยวเป็นพระนิพนธ์หลายๆ เล่ม เช่น 1 โหลในเมืองจีน, ยูนนาน, สายธารอารยธรรมจีน, จากโคริโอสู่โคเรีย, ภูฏานเกาะเขียวบนแผ่นดินจีน, ตุรกีดินแดนจักรพรรดิโรมัน และสุลต่านออตโตมัน, ที่ไซบีเรียหนาวไหม, จินเซียงและกานซูเป็นต้น
...ผลงานพระนิพนธ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสาระและภาพถ่ายที่งดงามยิ่งนัก...
พิไลพรรณสมบัติศิริ กก.ผจก.บริษัทโรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด คือผู้หนึ่งที่มีโอกาสตามเสด็จยังต่างประเทศหลายครั้งหลายครา เช่น ประเทศโมร็อกโก จอร์แดน อิสราเอล ไปจนถึงดินแดนแปลกตาอันเร้นลับในทวีปอเมริกาใต้ เช่น เกาะกาลาปากอส หมู่เกาะภูเขาไฟในมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ของประเทศเอกวาดอร์ เป็นต้น
"เวลาตามเสด็จ ดิฉันทำหน้าที่เป็นคุณข้าหลวงรับใช้แล้วแต่ตามรับสั่ง เรื่องใหญ่ๆ ที่มีรับสั่ง คือ ให้ช่วยเรื่องการเขียนสคริปต์ข่าวการเสด็จไปทัศนศึกษาซึ่งออกอากาศในช่วงข่าวพระราชสำนัก ดิฉันจึงต้องโน้ตเรื่องต่างๆ ที่ไกด์บอกเล่าอย่างละเอียด นอกจากความภาคภูมิใจที่ได้รับใช้เบื้องยุคลบาทแล้วเราก็ได้ความรู้ด้วย
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระปรีชาสามารถมาก ทรงสอนให้เราอ่านประวัติศาสตร์ของประเทศที่เราจะไปว่ามีความเป็นมาอย่างไรเพื่อเราจะได้เข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนั้นมากขึ้น แล้วก่อนไปก็จะทรงกล่าวสรุปให้ข้าราชบริพารทุกคนฟังว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง หรือว่าประเทศนั้นเขามีอะไรต้อนรับเป็นพิเศษไหม แต่ส่วนใหญ่แล้วท่านเสด็จเป็นการส่วนพระองค์มากกว่าเพราะพระองค์ท่านไม่อยากไปทำให้รัฐบาลหรือเจ้าของประเทศลำบากมาก แทบทุกครั้งขบวนเสด็จจึงเป็นการเดินทางไปอย่างธรรมดามาก" พิไลพรรณ กล่าว
ส่วนประเทศที่ประทับใจมากที่สุดพิไลพรรณ ขอเลือกประเทศในแถบตะวันออกกลาง คือ จอร์แดน และอิสราเอล "ขบวนเสด็จไปในช่วงมีการเซ็นสัญญาสันติภาพ จากการเป็นคู่พิพาทก็งดสงครามและความเป็นศัตรูต่อกัน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเป็นเจ้านายพระองค์แรกของโลกที่ทรงพระดำเนินข้ามสะพานแม่น้ำจอร์แดนเข้าสู่ประเทศอิสราเอล แล้วนักท่องเที่ยวก็เดิมตามกันเป็นขบวน นับเป็นประวัติศาสตร์ของโลกก็ว่าได้"
การเสด็จเยือนต่างประเทศแต่ละครั้งพิไลพรรณบอกว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะทรงย้ำกับเหล่าข้าราชบริพารทุกครั้งว่า นี่คือการไปทัศนศึกษา เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาแล้วก็จะต้องรู้ว่าประเทศนี้เป็นอย่างไร
"การได้มีโอกาสตามเสด็จ ทำให้ได้เห็นว่าทรงเป็นเจ้านายผู้ใหญ่ที่แสนประเสริฐที่สุด เราสงสัยอะไรก็ทูลถามท่านได้ เพราะทรงเน้นย้ำเหลือเกินว่าเราไปในฐานะธรรมดา เพื่อไปศึกษาหาความรู้ จึงทรงเป็นเจ้านายที่เดินทางเยอะมาก
ประเทศที่ไปเยือนแล้วคณะขบวนเสด็จต่างบอกกันว่าสนุกมากคือ ทวีปอเมริกาใต้ การเดินทางเริ่มที่ประเทศเม็กซิโก เปรู บราซิล "ประเทศเปรูได้ไปดู 'มาชูปิชู' ตอนนั้นยังไม่ถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก พระองค์ทรงพระดำเนินตลอดภูเขาลูกนี้เลย ส่วนที่บราซิลได้ไปล่องแม่น้ำแอมะซอนตอนกลางคืน ได้ลงเรือไปดูจระเข้ สนุกสนานผจญภัยกันมาก
ซึ่งเมื่อสมัยก่อนคุณพ่อของดิฉัน (พินิจ สมบัติศิริ-อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ก็มีโอกาสตามเสด็จไปเกาะกาลาปากอส ทรงทราบว่าพ่อเคยไปก็มีรับสั่งให้พ่อเป็นไกด์นำไปให้หน่อย เพราะไปยาก พ่อก็บอกท่านน่ารัก ลุย และทรงมีพระเมตตาสูงเหลือเกิน ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะบางทีเราปีนขึ้นไปที่สูงมากๆ ท่านก็มีรับสั่ง 'ระวังนะ' คือทรงดูแลเราดีมากแล้วไม่ใช่เพียงเท่านี้ ทรงดูแลผู้ติดตามทุกคน ทรงพระดำเนินมาตรวจดูที่ห้องพักว่าอยู่กันสะดวกสบายหรือไม่ มีใครเจ็บป่วยหรือเปล่า" พิไลพรรณ เล่า
การเดินทางคือส่วนหนึ่งของพระภารกิจที่ทรงนำความรู้ใหม่ๆ มาสู่พสกนิกรชาวไทย และประเทศสุดท้ายที่เสด็จเยือน คือ ประเทศอียิปต์ เมื่อ ปี 2546 "ตอนประเทศอียิปต์ พระชนมายุ 82 พรรษาแล้ว และทรงมีปัญหาเรื่องปวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) แต่ก็เสด็จเยือนอเล็กซานเดรีย (เมืองหลวงประเทศอียิปต์) เพราะทรงมีหัวใจเป็นนักเดินทาง คณะข้าราชบริพารทุกคนบอกว่าไปกับพระองค์ท่านสนุกเหลือเกินแต่ต้องสำนึกว่าเราไม่ได้ไปกับทัวร์ เพราะฉะนั้นจึงควรรู้ว่าควรปฏิบัติตัวและมีมารยาทอย่างไร หรือควรแต่งตัวแบบไหนเพื่อให้ถูกกาลเทศะ ซึ่งบุคคลที่สอนเราก็คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระองค์ทรงเป็น 'ครู' ที่เยี่ยมมาก แล้วถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดก็ทรงดุทันที เพราะฉะนั้นอะไรที่สมควรต้องทำเพื่อพระเกียรติของพระองค์ เราต้องทำแน่นอนเพราะพระองค์ท่านเลือกเราแล้ว เราก็ต้องถวายความเคารพตรงนี้"
การได้รับใช้เบื้องยุคลบาทพิไลพรรณบอกสามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันคือ ความมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้ความสำคัญมากที่สุดเวลาเดินทาง "พระองค์เป็นเจ้านายที่ทรงตรงต่อเวลามาก เวลาตื่นบรรทม เวลาเสวย พระองค์ไม่เคยให้ใครรอหรือผิดเวลาที่กำหนดไว้เลย นอกจากนั้นรายละเอียดในชีวิตประจำวันก็ยังเตรียมทุกอย่างด้วยพระองค์เองทั้งหมด แล้วเมื่อต้องพบปะใครก็ทรงเตรียมของขวัญไว้เสมอ สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความมีน้ำพระทัย และระเบียบวินัย ซึ่งสร้างนิสัยที่ดีให้ผู้ตามเสด็จได้จัดระเบียบตัวเองไปด้วย" พิไลพรรณ บอกเล่าทิ้งท้าย









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















































พระองค์ทรงเป็นพระองค์เจ้าหญิงที่ฉลาดเก่งและแสนจะเมตตาต่อประชาชนถ้าพูดภาษาชาวบ้านนั้นคือเป็นผู้หญิงที่เก่งฉลาดและมี่ความสามารถมาก ๆ ๆ จนไม่มี่คำที่จะบรรยาย ขอให้พระองค์จงไปสวรรค์ 






















|