
พระพี่นาง พระพี่นางเธอ สมเด็จพระพี่นาง สมเด็จพระพี่นางเธอ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจหลากหลายด้าน อย่างมิทรงรู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อยังประโยชน์สุขแก่พสกนิกรชาวไทย ซึ่งล้วนเป็นความสุขในพระหฤทัย พระพี่นาง พระพี่นางเธอ สมเด็จพระพี่นาง สมเด็จพระพี่นางเธอ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ อย่างยิ่ง ติดตามอ่าน ข่าว พระพี่นาง ประวัติพระพี่นาง ประวัติพระพี่นางเธอ ได้ที่นี่ค่ะ

ความสุขของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มิเพียงแต่จะบังเกิดขึ้นจากการอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจหลากหลายด้าน อย่างมิทรงรู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อยังประโยชน์สุขแก่พสกนิกรชาวไทย แต่รอยพระสรวลของพระเชษฐภคินีแห่งจักรีวงศ์ ยังปรากฏทุกครา เมื่อได้ทรงทำนุบำรุงกิจการด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างถ้วนทั่วทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการประพันธ์ การแสดงละคร การถ่ายภาพ กีฬา และดนตรี ซึ่งล้วนแต่เป็นศิลปะแขนงสำคัญที่ทรงสนพระทัยอย่างยิ่ง
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสนพระทัย ในดนตรีคลาสสิกเป็นพิเศษ ขณะที่ทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทรงเรียนเปียโน พร้อมกับพระอนุชาทั้งสองพระองค์ แต่ด้วยระยะต่อมาไม่มีเวลาฝึกซ้อมจึงทรงเลิกเรียน ถึงกระนั้น ก็โปรดที่จะทอดพระเนตรและฟังอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งก่อนเสด็จทอดพระเนตรดนตรี จะทรงศึกษาเนื้อหา ประวัติของผู้เขียนและผู้แต่ง ตลอดจนแนวทางการนำเสนออย่างละเอียด สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ยังทรงมีพระดำริที่จะพัฒนาวงการดนตรีคลาสสิกของไทยให้ก้าวหน้าขึ้น เนื่องจากทรงทราบว่าในประเทศไทยมีนักดนตรีคลาสสิกที่มีฝีมือจำนวนไม่น้อย แต่ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
นับได้ว่าวงการคลาสสิกของเมืองไทย ได้รับพระอนุเคราะห์จากพระองค์ท่านอย่างอเนกอนันต์ ทรงให้การสนับสนุนวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ วงซิมโฟนีออร์เคสตร้าแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในปี พ.ศ.2547 ได้ทรงจัดตั้ง ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ฯ โดยทรงเป็นองค์ประธานและองค์อุปถัมภ์ เพื่อส่งเสริมดนตรีคลาสสิกและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทุนการศึกษาแก่นักดนตรีไทยเพื่อศึกษา แข่งขัน ตลอดจนแสดงดนตรี ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

ในด้านการอ่านและการเขียน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงให้ความสนพระทัยมาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงศึกษาในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ที่โรงเรียนราชินี ได้ทรงอ่านหนังสือภาษาไทยเท่าที่จะทรงหาได้ แต่ในเวลานั้นหนังสือสำหรับเด็กยังมีน้อย จึงทรงอ่านหนังสือพิมพ์ เมื่อทรงศึกษาชั้นมัธยม ศึกษา ที่โรงเรียนนานา ชาติเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ทรงอ่านหนังสือ วรรณคดีมาก และทรงพบว่า การอ่านมีส่วนช่วยให้ภาษาฝรั่งเศสดีขึ้น เมื่อทรงงานเป็นอาจารย์วิชาภาษาฝรั่งเศส ณ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เพื่อศึกษาค้นคว้าด้านการสอน ได้ทรงอ่านหนังสือด้านภาษาศาสตร์ จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังทรงอ่านและศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมโบราณคดี และประวัติศาสตร์ มาอย่างต่อเนื่อง ในการเสด็จเยือนประเทศต่างๆจะทรงแสวงหาหนังสือ และเอกสารเกี่ยวกับประเทศนั้นๆมาศึกษาอย่างละเอียดยิบล่วงหน้าด้วย
สำหรับด้านการเขียน เมื่อพระชนมายุเพียง 9 ชันษา ได้ทรงริเริ่มออกวารสาร รื่นรมย์ เป็นครั้งแรก โดยทรงชักชวนพระสหายในวังสระปทุมเขียนเรื่อง ทรงทำหน้าที่บรรณาธิการ และทรงเขียนบทความลงวารสารนี้ด้วย พระปรีชาด้านการนิพนธ์เป็นที่ประจักษ์จากผลงานพระนิพนธ์ทั้ง 27 เรื่อง เป็นพระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ 12 เรื่อง พระนิพนธ์แปล 3 เรื่อง พระนิพนธ์สารคดีเชิงท่องเที่ยว 10 เรื่อง และพระนิพนธ์บทความทางวิชาการ 2 เรื่อง ในการนิพนธ์หนังสือแต่ละเรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จะทรงรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยทรงตรวจสอบจากหนังสืออ้างอิงจำนวนมาก บางครั้งยังทรงศึกษาค้นคว้าในหอสมุดแห่งชาติด้วยพระองค์เอง
อีกหนึ่งกิจกรรมโปรด ที่ทรงให้ความสนพระทัยมาอย่างต่อเนื่องคือ การถ่ายภาพและการเดินทางท่องเที่ยว โดยทุกครั้งที่เสด็จเยือนโบราณสถานและสถานที่สำคัญทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จะทรงศึกษาข้อมูลพื้นฐานล่วงหน้า พร้อมบันทึกภาพที่สนพระทัยด้วยพระองค์เองเสมอๆ โปรดให้นักวิชาการที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ตามเสด็จ และประทานกระดาษที่กำหนดหัวข้อต่างๆให้ทำการบ้านทุกวัน ภายหลังการเสด็จจะทรงตรวจการบ้านของทุกคน และประทานคำแก้ไขให้เข้าใจถูกต้อง หากทรงพระนิพนธ์หนังสือ ผู้ตามเสด็จจะมีส่วน ในการเขียนให้ที่ประชุมวินิจฉัยความถูกต้องและสำนวนการเขียน เมื่อเสด็จยังโบราณ สถานในประเทศ ทรงมักจะประทานคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ ทรงห่วงใยแนวทางการบูรณะโบราณสถาน ที่ต้องทำอย่างรอบคอบรัดกุม ไม่ทำลายหลักฐานความเป็นจริง เพราะเป็นมรดกของชาติที่มีความสำคัญยิ่งต่ออนุชนรุ่นหลัง

เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสนพระทัยและทรงเล่นกีฬาหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกีระหว่างที่ทรง ศึกษาชั้นประถมในโรงเรียนเมียร์มองต์ ขณะนั้น ทรงเริ่มเล่นสกี แต่ไม่สม่ำเสมอ เพราะทรงห่วงการศึกษา จนกระทั่งพระชันษา 16 ชันษา จึงทรงสกีอย่างจริงจัง ส่วนแบดมินตันนั้น ได้ทรงตามอย่างสมเด็จพระบรมราชชนนี นอกจากทรงร่วมเล่นด้วย ยังทรงสนับสนุนนักแบดมินตันให้เข้าแข่งขันระดับนานาชาติ
ความสุขของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ยังเกิดขึ้นจากการเลี้ยงสุนัข ดังที่เคยรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า ครั้งหนึ่งเคยเลี้ยงสุนัขมากถึง 40 ตัว ซึ่งมีทั้งผู้นำมาถวาย และทรงซื้อด้วยทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่บางครั้งทรงพบเห็นสุนัขจรจัด ก็ทรงพระเมตตานำมาเลี้ยงดูไว้ด้วย ขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด 31 ตัว ในหลายสายพันธุ์ ทั้งชิสุ บูลเทอร์เรียส์ ลาบราดอร์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ และบางแก้ว
เหล่านี้คือ ที่มาแห่งรอยพระสรวลอันแสนอบอุ่น ดุจแสงรุ่งอรุณในวันฟ้าใส ซึ่งยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศตราบนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระปรีชาสามารถมาก ทรงสอนให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จอ่านประวัติศาสตร์ของประเทศที่เราจะไปเยือนว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อเราจะได้เข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนั้นมากขึ้น แล้วก่อนไปก็จะทรงกล่าวสรุปให้ข้าราชบริพารทุกคนฟังว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง หรือว่าประเทศนั้นเขามีอะไรต้อนรับเป็นพิเศษไหม แต่ส่วนใหญ่แล้วท่านเสด็จเป็นการส่วนพระองค์มากกว่าเพราะพระองค์ท่านไม่อยากไปทำให้รัฐบาลหรือเจ้าของประเทศลำบากมาก แทบทุกครั้งขบวนเสด็จจึงเป็นการเดินทางไปอย่างธรรมดามาก
โลกกว้างของคนไทยได้เปิดขึ้นกับภาพข่าวพระราชสำนักช่วง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยือนนานาอารยประเทศทั้งตามคำกราบทูลเชิญของประเทศต่างๆ และการเสด็จทัศนศึกษาส่วนพระองค์ ซึ่งพระภารกิจเจริญสัมพันธ์ไมตรีไปทั่วโลกแต่ละครั้ง ผู้ร่วมขบวนเสด็จหลายคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ "ทรงเป็นนักทัศนศึกษา" โปรดประเทศรุ่มรวยศิลปวัฒนธรรม ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา แอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง
เมื่อเสด็จไปเยือนประเทศใดก็จะทรงจดบันทึกเรื่องราวที่ทรงประสบพบเห็นอย่างละเอียด และโปรดการถ่ายภาพด้วยพระองค์เองอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีพระดำรัสสั่งให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม โดยทรงเป็นบรรณาธิการและทรงรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศที่ได้ไปท่องเที่ยวเป็นพระนิพนธ์หลายๆ เล่ม เช่น 1 โหลในเมืองจีน, ยูนนาน, สายธารอารยธรรมจีน, จากโคริโอสู่โคเรีย, ภูฏาน เกาะเขียวบนแผ่นดินจีน, ตุรกี ดินแดนจักรพรรดิโรมัน และสุลต่านออตโตมัน, ที่ไซบีเรียหนาวไหม, จินเซียงและกานซู เป็นต้น
...ผลงานพระนิพนธ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสาระและภาพถ่ายที่งดงามยิ่งนัก...
พิไลพรรณ สมบัติศิริ กก.ผจก.บริษัทโรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด คือผู้หนึ่งที่มีโอกาสตามเสด็จยังต่างประเทศหลายครั้งหลายครา เช่น ประเทศโมร็อกโก จอร์แดน อิสราเอล ไปจนถึงดินแดนแปลกตาอันเร้นลับในทวีปอเมริกาใต้ เช่น เกาะกาลาปากอส หมู่เกาะภูเขาไฟในมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ของประเทศเอกวาดอร์ เป็นต้น
เวลาตามเสด็จ ดิฉันทำหน้าที่เป็นคุณข้าหลวงรับใช้แล้วแต่ตามรับสั่ง เรื่องใหญ่ๆ ที่มีรับสั่ง คือ ให้ช่วยเรื่องการเขียนสคริปต์ข่าวการเสด็จไปทัศนศึกษาซึ่งออกอากาศในช่วงข่าวพระราชสำนัก ดิฉันจึงต้องโน้ตเรื่องต่างๆ ที่ไกด์บอกเล่าอย่างละเอียด นอกจากความภาคภูมิใจที่ได้รับใช้เบื้องยุคลบาทแล้วเราก็ได้ความรู้ด้วย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระปรีชาสามารถมาก ทรงสอนให้เราอ่านประวัติศาสตร์ของประเทศที่เราจะไปว่ามีความเป็นมาอย่างไรเพื่อเราจะได้เข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนั้นมากขึ้น แล้วก่อนไปก็จะทรงกล่าวสรุปให้ข้าราชบริพารทุกคนฟังว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง หรือว่าประเทศนั้นเขามีอะไรต้อนรับเป็นพิเศษไหม แต่ส่วนใหญ่แล้วท่านเสด็จเป็นการส่วนพระองค์มากกว่าเพราะพระองค์ท่านไม่อยากไปทำให้รัฐบาลหรือเจ้าของประเทศลำบากมาก แทบทุกครั้งขบวนเสด็จจึงเป็นการเดินทางไปอย่างธรรมดามาก พิไลพรรณ กล่าว
ส่วนประเทศที่ประทับใจมากที่สุด พิไลพรรณ ขอเลือกประเทศในแถบตะวันออกกลาง คือ จอร์แดน และอิสราเอล ขบวนเสด็จไปในช่วงมีการเซ็นสัญญาสันติภาพ จากการเป็นคู่พิพาทก็งดสงครามและความเป็นศัตรูต่อกัน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเป็นเจ้านายพระองค์แรกของโลกที่ทรงพระดำเนินข้ามสะพานแม่น้ำจอร์แดนเข้าสู่ประเทศอิสราเอล แล้วนักท่องเที่ยวก็เดิมตามกันเป็นขบวน นับเป็นประวัติศาสตร์ของโลกก็ว่าได้
การเสด็จเยือนต่างประเทศแต่ละครั้ง พิไลพรรณบอกว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะทรงย้ำกับเหล่าข้าราชบริพารทุกครั้งว่า นี่คือการไปทัศนศึกษา เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาแล้วก็จะต้องรู้ว่าประเทศนี้เป็นอย่างไร
การได้มีโอกาสตามเสด็จ ทำให้ได้เห็นว่าทรงเป็นเจ้านายผู้ใหญ่ที่แสนประเสริฐที่สุด เราสงสัยอะไรก็ทูลถามท่านได้ เพราะทรงเน้นย้ำเหลือเกินว่าเราไปในฐานะธรรมดา เพื่อไปศึกษาหาความรู้ จึงทรงเป็นเจ้านายที่เดินทางเยอะมาก
ประเทศที่ไปเยือนแล้วคณะขบวนเสด็จต่างบอกกันว่าสนุกมาก คือ ทวีปอเมริกาใต้ การเดินทางเริ่มที่ประเทศเม็กซิโก เปรู บราซิล ประเทศเปรูได้ไปดู มาชูปิชู ตอนนั้นยังไม่ถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก พระองค์ทรงพระดำเนินตลอดภูเขาลูกนี้เลย ส่วนที่บราซิลได้ไปล่องแม่น้ำแอมะซอนตอนกลางคืน ได้ลงเรือไปดูจระเข้ สนุกสนานผจญภัยกันมาก ซึ่งเมื่อสมัยก่อนคุณพ่อของดิฉัน (พินิจ สมบัติศิริ-อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ก็มีโอกาสตามเสด็จไปเกาะกาลาปากอส ทรงทราบว่าพ่อเคยไปก็มีรับสั่งให้พ่อเป็นไกด์นำไปให้หน่อย เพราะไปยาก พ่อก็บอกท่านน่ารัก ลุย และทรงมีพระเมตตาสูงเหลือเกิน ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะบางทีเราปีนขึ้นไปที่สูงมากๆ ท่านก็มีรับสั่ง ระวังนะ คือทรงดูแลเราดีมาก แล้วไม่ใช่เพียงเท่านี้ ทรงดูแลผู้ติดตามทุกคน ทรงพระดำเนินมาตรวจดูที่ห้องพักว่าอยู่กันสะดวกสบายหรือไม่ มีใครเจ็บป่วยหรือเปล่า พิไลพรรณ เล่า
การเดินทางคือส่วนหนึ่งของพระภารกิจที่ทรงนำความรู้ใหม่ๆ มาสู่พสกนิกรชาวไทย และประเทศสุดท้ายที่เสด็จเยือน คือ ประเทศอียิปต์ เมื่อ ปี 2546 ตอนประเทศอียิปต์ พระชนมายุ 82 พรรษาแล้ว และทรงมีปัญหาเรื่องปวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) แต่ก็เสด็จเยือนอเล็กซานเดรีย (เมืองหลวงประเทศอียิปต์) เพราะทรงมีหัวใจเป็นนักเดินทาง คณะข้าราชบริพารทุกคนบอกว่าไปกับพระองค์ท่านสนุกเหลือเกินแต่ต้องสำนึกว่าเราไม่ได้ไปกับทัวร์ เพราะฉะนั้นจึงควรรู้ว่าควรปฏิบัติตัวและมีมารยาทอย่างไร หรือควรแต่งตัวแบบไหนเพื่อให้ถูกกาลเทศะ ซึ่งบุคคลที่สอนเราก็คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระองค์ทรงเป็น ครู ที่เยี่ยมมาก แล้วถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดก็ทรงดุทันที เพราะฉะนั้นอะไรที่สมควรต้องทำเพื่อพระเกียรติของพระองค์ เราต้องทำแน่นอนเพราะพระองค์ท่านเลือกเราแล้ว เราก็ต้องถวายความเคารพตรงนี้
การได้รับใช้เบื้องยุคลบาทพิไลพรรณบอกสามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน คือ ความมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้ความสำคัญมากที่สุดเวลาเดินทาง พระองค์เป็นเจ้านายที่ทรงตรงต่อเวลามาก เวลาตื่นบรรทม เวลาเสวย พระองค์ไม่เคยให้ใครรอหรือผิดเวลาที่กำหนดไว้เลย นอกจากนั้นรายละเอียดในชีวิตประจำวันก็ยังเตรียมทุกอย่างด้วยพระองค์เองทั้งหมด แล้วเมื่อต้องพบปะใครก็ทรงเตรียมของขวัญไว้เสมอ สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความมีน้ำพระทัย และระเบียบวินัย ซึ่งสร้างนิสัยที่ดีให้ผู้ตามเสด็จได้จัดระเบียบตัวเองไปด้วย พิไลพรรณ บอกเล่าทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- น้อมรำลึก เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ... เชษฐภคินี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
- ตามรอยสมเด็จเจ้าฟ้าเผยแผ่พระไตรปิฎก
- ด้วยรักและผูกพัน ระหว่างพระเชษฐภคินี และพระอนุชา แห่งราชจักรีวงศ์
- ทรงเปิดโลกกว้าง ประจักษ์สู่สายตาปวงไทย
- มูลนิธิแพทย์อาสาฯ แบบฉบับรักษาฟรีทุกโรค
- พระพี่นาง เมื่อวัยเยาว์ ทรงพระสิริโฉมเลิศล้ำ
- เวลาเป็นของมีค่า พระนิพนธ์ของพระพี่นาง สอนคนไทยมีสติ - อย่าปล่อยเวลาสูญเปล่า
- ตุ๊กตาหมีย้อนวัยเยาว์ในหลวง - พระพี่นาง
- พระราชประวัติ พระพี่นางฯ
- พระองค์ทรงเป็นครูตัวอย่างตั้งพระทัยสอนและรักษาระเบียบวินัย
- เผยเรื่องราวที่ พระพี่นางฯ สนพระทัย ทรงโปรดกีฬาและทรงบินเดี่ยว
- ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาองค์เดียว
- สำนักพระราชวังประกาศ การถวายสักการะพระศพ
- พระพี่นางฯ สิ้นพระชนม์ ประกาศให้ประชาชนร่วมไว้ทุกข์ 15 วัน
- พระราชประวัติ พระพี่นางฯ
- ลำดับพระอาการประชวร พระพี่นาง
- บองมาร์เช่-ตลาดพระพี่นางเงียบ หลังทราบข่าวสิ้นพระชนม์
- เผยเรื่องราวที่ พระพี่นางฯ สนพระทัย ทรงโปรดกีฬาและทรงบินเดี่ยว
- พระองค์ทรงเป็นครูตัวอย่างตั้งพระทัยสอนและรักษาระเบียบวินัย
- สื่อเทศชั้นนำยกย่องสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
- ในหลวง-พระราชินีเสด็จ สรงน้ำพระศพพระเจ้าพี่นางฯ
- นายกฯประธานอำนวยการ จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิง
- เผยแสตมป์ที่ระลึก พระพี่นางฯ ชุดสุดท้าย
- กำหนดการพระราชพิธีถวายน้ำสรง-เส้นทางเคลื่อนพระศพ พระพี่นางฯ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()
|
|
|||||||||||||
|