








ทักษิณ ชินวัตร วางกลยุทธ์ให้ พจมาน ชินวัตร กลับไทยจริงหรือ นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย หลัง พจมาน กลับเมืองไทย อ่าน ข่าว ข่าวการเมือง เบื้องหลัง ผลการเลือกตั้ง ที่นี่

เมื่อมีข่าวว่าคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับไทยเมื่อวันที่ 8 มกราคม และพร้อมมอบตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสู้คดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษก จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมคุณหญิงพจมาน จึงรีบเดินทางกลับไทยมาในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่คาดกันว่าน่าจะเดินทางกลับไทยพร้อมๆ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงเดือนเมษายน หลังการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชน(พปช.) เป็นแกนนำแล้ว
เพราะถึงตอนนั้นเมื่อรัฐบาล พปช. สามารถกุมกลไกอำนาจรัฐ การแผ้วทางทางเพื่อเคลียร์คดีต่างๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) กล่าวหาคงทำได้ง่ายขึ้น
แต่คำถามดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ตอบผ่านแถลงการณ์ไปส่วนหนึ่งแล้วว่า เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อต่อสู้คดี และเพื่ออยู่กับครอบครัว ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อหาว่า
1. เป็นเรื่องสำคัญสำหรับครอบครัวชินวัตร และครอบครัวดามาพงศ์ จะต้องแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์...
ดังนั้นคุณหญิงจึงเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อจะได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะและถวายอาลัยพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ด้วยตัวเองในฐานะตัวแทนของผม ครอบครัวชินวัตร และครอบครัวดามาพงศ์
2. เพื่อมอบตัวต่อศาลยุติธรรม เพื่อต่อสู้คดี และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม
3. คุณหญิงพจมาน ในฐานะพสกนิกรที่มีความจงรักภักดีคนหนึ่งจึงปรารถนาที่จะเดินทางกลับสู่ประเทศไทยเพื่อใช้ชีวิตใต้เบื้องพระยุคลบาทโดยสงบร่วมกับครอบครัว และในฐานะของคนที่เป็นแม่จึงมีความรักและห่วงใยลูกๆ คุณหญิงพจมานจึงเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกๆ
แถลงการณ์ที่กล่าวอ้างถึงการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันการกษัตริย์นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ มักทำทุกครั้งที่มีโอกาสเพราะข้อกล่าวหาหนึ่งของคณะการปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.) หรือ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ในการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 คือ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของปวงชนชาวไทยอยู่บ่อยครั้ง (แถลงการณ์ คปค. กล่าวถึงเหตุการณ์ในการยึดอำนาจ)
ดังนั้นในช่วงที่มีพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระศพของสมเด็จพระพี่นางเธอ สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงความจงรักภักดีของครอบครัวชินวัตรด้วยการถวายสักการะพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
อย่างไรก็ตามคำถามที่ตามมาคือ การเดินทางกลับไทยของคุณหญิงพจมาน มีเพียงประเดียวหรือ
ในแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าเพื่อมอบตัวต่อศาลยุติธรรม เพื่อต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม
อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งหลายหนว่า จะเดินทางกลับมาสู้คดีหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล และบรรยากาศบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว
ดังนั้นการที่คุณหญิงพจมาน เดินทางกลับมาเพื่อมอบตัวต่อศาลยุติธรรม เพื่อต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม ก็แสดงว่าขณะนี้บ้านเมืองมีบรรยากาศเป็นประชาธิปไตยแล้ว
ถ้าเช่นนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่เดินทางกลับมาสู้คดีพร้อมกัน
ในทางตรงกันข้ามถ้าบรรยากาศบ้านเมืองไม่เป็นไปอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าไว้ ทำไมจึงปล่อยให้เมียสุดที่รักมาเผชิญชะตากรรมในบ้านเมืองที่เป็นเผด็จการเพียงลำพัง และโอกาสที่จะไม่ได้รับความยุติธรรมมีอยู่สูงเล่า
ผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงกฎหมายให้ความเห็นว่า การที่คุณหญิงพจมาน เดินทางกลับมามอบตัวสู้คดีเพียงคนเดียว อาจเป็นการมาชิมลางหรือดูท่าทีของศาลและกระบวนการยุติธรรมว่าเป็นอย่างไร เพราะศาลฎีกาฯ อาจพิจารณาคดีไปโดยมีจำเลยเพียงคนเดียวได้ไม่รอ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจะทำให้ประเมินได้ว่ารูปคดีเป็นอย่างไร
ถ้ามีสัญญาณที่ดีจึงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมามอบตัว แต่ถ้าสัญญาณไม่ดี พ.ต.ท.ทักษิณ อาจเลื่อนเวลากลับออกไปอีก นอกจากนั้นการที่ตัวจริงเสียงจริงไม่อยู่นั้น ทำให้อำนาจต่อรองในกระบวนการต่างๆ ดูไร้น้ำหนัก
อย่าลืมว่าในช่วงที่ทำธุรกิจจนมีมูลค่านับแสนล้านบาท แม้ในทางสาธารณะ พ.ต.ท.ทักษิณ ดูเป็นผู้มีอำนาจเต็มแบบซีอีโอ แต่เบื้องหลังที่แท้จริงในการเจรจาต่อรองและล็อบบี้นั้นคือ คุณหญิงพจมาน
เพราะแม้แต่ในคดีซุกหุ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ยังโยนลูกว่า เป็นการกระทำของภรรยาเพียงคนเดียว ตนเองไม่รู้ไม่เห็น ช่างเป็นลูกผู้ชายที่กล้าหาญอย่างมาก
อาจมีคนแย้งว่า ถ้ารูปคดีเป็นผลเสียเท่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ เอาตัวรอด ปล่อยให้เมียสุดที่รักติดคุกแต่เพียงลำพัง
ลองย้อนดูว่ามีนักการเมืองใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลน้อยกว่าครอบครัวชินวัตรกี่คนที่เมื่อถึงเวลาตัดสินคดีถึงที่สุด ไม่ใช้วิชาล่องหนบ้าง
สุดท้ายที่บรรดาแวดวงการเมืองโจษขานกันอย่างมากว่าการเดินทางกลับมาของ "นายหญิง" ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นโดยเรียบร้อย ไม่มีใครสามารถแปลงสารคำสั่งจากฮ่องกงได้อีกต่อไป เพราะมีตัวจริงเสียงจริงเป็นผู้สั่งการเอง
ความขัดแย้งลึกที่มีอยู่มใน พปช. ย่อมถูกสยบลงโดยง่าย นอกจากนั้นจากประสบการณ์ในตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลข 1 ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีอำนาจต่อรองกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ อย่างมาก เก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญที่กำลังยื้อยุดชุดกระชากกันอยู่อาจสงบลงได้เร็ววัน
ที่สำคัญเป็นการส่งสัญญาณเตือนหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ว่าวันที่อำนาจหวนคืนใกล้เข้ามาเต็มที่แล้ว









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |










































































หมด คนขายชาติ มีอะไรก็ขายหมด ทั่วโลกเค้าสงสัยว่าทำไม ผู้นำทำผิดขนาดนี้ แต่ยังมีคนรักได้ คำตอบก็คือ เค้าใช้เงินซื้อ 












































แล้วจะให้ศาลตัดสินยังไงครับ ในเมื่อ จำเลย มันหนีอยู่ไม่มามอบตัว แล้วมันมีอย่างที่ไหน ที่ศาลเค้าตัดสิ้น ทั้งๆ ที่ไม่มีจำเลย มารับฟังคำพิจารณา ถ้าอยากจะเลีย ควรหัดเลียอย่างมีสมองครับ อย่าโง่ดักดานให้มันมากนัก ตลก ครับ 








































































































































































































































































ดีแต่สร้างข่าวเอาใจพวกหลงผิด
ไม่เห็นทำไรจริงเหมือนแมนๆซะบ้าง








