












ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้อาคารไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์ (ห้างโตคิวเก่า) ของบริษัททีซีซี แลนด์ ในเครือบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด เป็นอาคารคู่ อาคารเอ ความสูง 51 ชั้นและอาคารบี สูง 47 ชั้น ตั้งอยู่ในซอย 10 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง เหตุเกิดเมื่อ 03.10 น. วันที่ 9 ม.ค. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 1 ชม. จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าแผ่นกระจกและอะลูมิเนียมที่ติดตั้งไว้ด้านนอกอาคารได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด
ต่อมาเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนางภาวิณี อามาตย์ทัศน์ ผอ.เขตห้วยขวาง เดินทางไปร่วมประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัททีซีซี แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เจ้าของอาคาร โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้น เดินตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุพร้อมรับฟังรายงานสรุปเหตุการณ์จากเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จากนั้นนายอภิรักษ์เปิดเผยว่า พื้นที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูงกำลังก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานคู่ โดยจะเปิดเป็นสำนักงานแบ่งให้เช่า แยกเป็นตึกเอ สูง 51 ชั้น ตึกบี สูง 47 ชั้น มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 200,000 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอย 90,000 ตารางเมตร หลังจากนี้จะประสานเจ้าของอาคาร ประกาศเป็นพื้นที่อันตรายเป็นเวลา 30 วัน เพื่อตรวจสอบโครงสร้างของอาคารว่า มีความเสียหายมากน้อยเพียงใด สำหรับความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงอาคารที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่ามีราว 10 หลังคาเรือน รถยนต์หรูของศูนย์ รับซื้อขายและจัดไฟแนนซ์รถยนต์ บีดี ออโต้ อยู่ใกล้กับอาคารที่เกิดเหตุ เสียหายประมาณ 10 คัน ซึ่งจะให้ ผอ.เขตห้วยขวางเข้าไปดูแลช่วยเหลือรับเรื่องร้องทุกข์ต่อไป
ด้านนางภาวิณี อามาตย์ทัศน์ ผอ.เขตห้วยขวาง กล่าวว่า อาคารที่เกิดเพลิงไหม้ เคยเปิดเป็นห้างสรรพสินค้ามาก่อน ภายหลังปิดตัวลงเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ล่าสุดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้องเบสฟอร์จูน ในเครือทีซีซี แลนด์กรุ๊ป เข้ามาซื้อ และพัฒนาปรับปรุงให้เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าไอที ใช้ชื่ออาคารว่าไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์ วางแผนเปิดใช้อาคารในเดือน ธ.ค. 2550 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่เรียบร้อย กระทั่งมาเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อเวลา 03.03 น.วันที่ 9 ม.ค.ไฟไหม้ แผ่นพลาสติกหรือสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนแผ่นกระจกและแผ่นอะลูมิเนียมที่ใช้ทำเป็นขอบโครงกระจกของอาคาร บี ไฟโหมแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งลามไปไหม้อาคารเอ สรุปความเสียหายคือแผ่นกระจกภายนอกของอาคารรวมทั้งแผ่นอะลูมิเนียมขอบโครงกระจกของอาคารทั้ง 2 ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ขณะนี้ทางเขตได้ออกคำสั่งให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอันตราย ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในโดยเด็ดขาด
ขณะที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัททีซีซี แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ออกเอกสารชี้แจงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ว่า อาคารสำนักงานเป็นอาคารคู่ สูง 51 ชั้น และ 47 ชั้น เพลิงลุกไหม้สติกเกอร์ที่ห่อหุ้มแผ่นกระจกและอะลูมิเนียมภายนอกอาคาร ทำให้แผ่นอะลูมิเนียมและกระจกบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยไม่ได้ก่อความเสียหายภายในอาคาร หรือต่อโครงสร้างของอาคารใดๆทั้งสิ้น ในขณะเกิดเหตุระบบป้องกันอัคคีภัยและระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารหรือระบบสปริงเกอร์ ทำงานตามปกติ ทั้งนี้เพลิงได้ลุกไหม้เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงจึงสงบและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.สุรชัย วัชรโยธิน รอง ผบก. กองพิสูจน์หลักฐาน พ.ต.อ.ระยอง ยังอยู่ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ พฐ. ฝ่ายสืบสวน ศูนย์สืบสวน บช.น.วิศวกรโยธา จากสำนักโยธา กทม.และวิศวกรจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที พ.ต.อ.สุรชัยเปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถตรวจสอบหาจุดต้นเพลิงได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างอาคารเอ กับอาคาร บี ซึ่งจะต้องประสานทางเจ้าของอาคารขอทุบกระจกออกเพื่อไปตรวจสอบว่าบริเวณจุดต้นเพลิงนั้นมีเครื่องจักรอะไรอยู่หรือไม่ จากการตรวจสอบด้วยสายตา ยังไม่ชัดเจนว่าสาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากอะไร
ด้าน พ.ต.ต.ณัฐพงษ์ วงศ์ศรีอ่อน พงส. (สบ 2) สน.ห้วยขวาง ได้เชิญนายธรรมนันท์ ชนะภัย อายุ 25 ปี วิศวกรก่อสร้างของบริษัทฤทธา บริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคารที่เกิดเหตุมาสอบปากคำ นายธรรมนันท์ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา เข้ามาที่สำนักงานซึ่งอยู่ชั้น 6 ของตัวฐานอาคารเอ เพื่อรวบรวมเอกสารที่จะส่งมอบงานให้ผู้ว่าจ้างในวันที่ 15 ม.ค. จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ได้ลงลิฟต์ทางด้านหลังอาคาร เพื่อจะเดินไปยังอาคารบี เพื่อกลับไป บ้าน และเห็นแสงเพลิงบนชั้น 15 ของอาคารบี จึงรีบแจ้ง รปภ.ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
ต่อมาในช่วงเที่ยงนายมนูญ จรูญประโดน อายุ 41 ปี พนักงานขับรถ ขสมก. เช่าบ้านอยู่ในซอย 10 ถนนรัชดาภิเษก ใกล้อาคารที่เกิดเหตุเข้าแจ้งความว่า ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้มีคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินเงินสดจำนวนหนึ่ง นาฬิกา เสื้อผ้าและเอกสารบางอย่าง โดยคาดว่าคนร้ายฉวยโอกาสขณะตนหนีไฟออกมา แอบย่องเข้าไปลักทรัพย์ ดังกล่าว นอกจากตนแล้วยังมีเพื่อนบ้านอีกหลายคนถูกลักทรัพย์แบบเดียวกัน ซึ่งจะทยอยเข้ามาแจ้งความในภายหลัง
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะ กรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกรณีเหตุเพลิงไหม้ตึกไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์ พบว่าทำประกันภัยวงเงินรวม 3,110 ล้านบาท แบ่งเป็นบริษัท อาคเนย์ ประกันภัย (2000) จำกัด วงเงิน 2,488 ล้านบาท และบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงิน 622 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของบริษัท อาคเนย์ประกันภัยทำประกันภัยต่อบางส่วนกับบริษัทสวิสรีประกันภัย จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นวงเงินที่สูงมาก จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าวงเงินความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งกรมธรรม์จะครอบคลุมความเสี่ยงภัยทุกกรณี ทั้งอาคารทรัพย์สิน เชื่อว่า การจ่ายเงินชดเชยความเสียหายไม่น่ามีปัญหา เพราะบริษัท อาคเนย์ประกันภัยสามารถรับความเสี่ยงได้
ขณะที่นายศิริชัย แสงเทียนประไพ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ บริษัทอาคเนย์ประกันภัย (2000) จำกัด กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ความเสียหายส่วนใหญ่ เกิดขึ้นบริเวณภายนอกอาคาร เช่น กระจก ซึ่งก็ต้องดูว่า เสียหายเป็นมูลค่าเท่าไร นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบอีกว่า มีบุคคลอื่นหรือบริษัทอื่น ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายจากการถูกสะเก็ดไฟกระเด็นไปโดน หรือถูกเศษกระจกหล่นใส่หรือไม่ คาดว่าจะสำรวจเสร็จในเร็วๆนี้ และยืนยันว่า บริษัทสามารถจ่ายค่าความเสียหายได้หมดแน่นอน
เหตุเพลิงไหม้อาคารไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์ (ห้างโตคิวเก่า) เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.10 น. วันที่ 9 ม.ค. พ.ต.ท. ชวลิต รักการค้า พงส. (สบ 2) สน.หัวยขวาง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์ เขตห้วยขวาง กทม. จึงไปตรวจสอบและระงับเหตุ พร้อมรถดับเพลิง ประมาณ 30 คัน ที่เกิดเหตุเป็นตึกคู่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างปรับปรุง เป็นศูนย์ไอทีใหญ่ที่สุดในเมืองไทย อาคารเอ ความสูง 51 ชั้น และอาคารบี สูง 47 ชั้น
ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง เพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้น 15 ของอาคารบี เป็นแนวตั้งฉากสูงขึ้นไปถึงชั้น 40 ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปติดอาคารเอ เปลวเพลิงลุกโชนแดงฉานเห็นได้ไกลในรัศมีหลายกิโลเมตร สะเก็ดไฟบางส่วนร่วงหล่นลงไปพื้นถนนด้านล่าง ทำให้ต้องปิดการจราจรบริเวณเกิดเหตุ โดยสิ้นเชิง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กทม. ประกาศให้ตึกโตคิว เป็นพื้นที่อันตราย
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
























































































|