









พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์พิเศษ นายจอม เพ็ชรประดับ อดีตผู้ดำเนินรายงาน "ตัวจริงชัดเจน" ทางสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี แต่เทปสัมภาษณ์ดังกล่าวยังมิได้นำออกอากาศ กรมประชาสัมพันธ์ได้สั่งยุติการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี เพื่อเปลี่ยนเป็นสถานี ไทยพีบีเอสเสียก่อน
ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณเปิดเผยถึงเบื้องหลังในการเลือกนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนแบบที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน รวมทั้งเบื้องหลังการพูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550
การที่ท่านเลือกคุณสมัคร เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์และเหตุการณ์อย่างแท้จริงใช่หรือไม่
ทักษิณ : ก็ตรงไปตรงมานะครับ ผมถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม หาว่าไม่เคารพสถาบันซึ่งถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงและเจ็บปวดสำหรับผม ทั้งที่ผมมีประวัติ ตั้งแต่สมรสพระราชทาน เป็นนักเรียนนายร้อย ไปเรียนต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล และได้มีโอกาสถวายงานรับใช้พระองค์ท่านมา เป็นพลร่มด้วย แล้วถูกกล่าวหาแบบนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่ากล่าวหาอย่างอื่นอีก
ถ้ากล่าวหาว่าผมฆ่าคนตายก็ถือว่ายังไม่เจ็บปวดเท่านี้ แต่กล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี เป็นความเจ็บปวดอย่างมากๆ ของผม เพราะฉะนั้นคนที่ผมแนะนำ สำหรับมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ได้แนะนำเพื่อนๆ จะต้องเป็นคนที่ทำงานถวายเบื้องพระยุคลบาท และถวายความจงรักภักดีอย่างชัดเจน ซึ่งคุณสมัครคือหนึ่งในนั้น ผมก็เสนอไปพรรคพวกก็บอกว่า เออ ใช่ เลย ก็ไปเชิญท่าน ท่านก็รับ
ท่านจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร ท่านสมัครไม่ใช่ตัวจริง แต่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง
ทักษิณ : ไม่หรอก.. คืออย่างนี้ ผมเคยเป็นนายกรัฐมนตรี มาเกือบ 6 ปี แล้ว มี ส.ส.ใน พรรคพลังประชาชน และพรรคอื่นที่จะมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีอะไร ก็มาปรึกษาผม อย่างคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ว่างๆก็มานั่งคุยกับผม ปรึกษาแนวทางกัน ว่า จะฟื้นฟูประเทศไทย ผมก็ให้ความคิดไป เมื่อผมมีประสบการณ์ ผมก็แนะนำเขาไป ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ในฐานะคนมีประสบการณ์
คุณทักษิณ มองเงื่อนไข 5 ข้อของพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินในการเข้าร่วมรัฐบาลอย่างไรบ้าง
ทักษิณ : เงื่อนไข 5 ข้อของ ชาติไทยเพื่อแผ่นดิน ฟังแล้วรู้สึกสะดุ้ง แต่ชาติไทยแถลงว่าเป็นแนวทางทำงานร่วมกันไม่ใช่เงื่อนไข แต่ทุกพรรคการเมือง คนไทยทุกคน มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว
แต่เรื่องนี้ถูกหยิบยกมาเป็นเหตุผลหนึ่งในการปฏิวัติ
ทักษิณ : เรื่องนี้ก็เป็นเพียงข้อกล่าวหาเพราะในที่สุดอัยการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งคนที่ถูกกล่าวหาทำมากมายเพื่อแสดงความจงรักภักดี แต่คนที่กล่าวหาไม่ได้ทำอะไรถวาย บอกแต่ว่าจงรักภักดี จึงอยากขอร้องทุกคนที่จงรักภักดี พระเจ้าอยู่หัวฯ วิธีถวายการจงรักภักดีคือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าสร้างความวุ่นวายสร้างปัญหาให้สังคม เชิดชูพระองค์ท่านแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เงื่อนไขข้อที่ 2 ละครับ คิดอย่างไรที่ระบุว่า ห้ามก้าวก่าย หรือแตะต้องประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ทักษิณ : เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายตระหนักว่าเป็นข่าวลือ บางคนอ้าง พล.อ เปรม สั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้คนตกใจกลัว เอาไปพูดจากัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร จริงๆ ประธานองคมนตรีเป็นประธานที่ปรึกษาของพระเจ้าอยู่หัวฯ จะไม่ยุ่งกับการเมืองอยู่แล้ว เมื่อท่านไม่ยุ่งการเมือง ก็ไม่ควรไปแตะต้อง ข่าวลือที่กล่าวหาท่านต่างๆ นานาต้องยุติ
ถ้าพรรคพลังประชาชน เป็นรัฐบาลต้องไม่ยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) เห็นด้วยหรือไม่
ทักษิณ : คนไม่เข้าใจ ถ้ายุบ คตส.คดีทั้งหลายก็ยังไม่ยุติ เพราะต้องส่งเรื่อง ให้คณะกรรมการรป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ต่อไป
คิดว่า พรรคพลังประชาชนจะยุบ คตส.ไหม
ทักษิณ : ผมไม่ทราบ แต่คนที่สู้ในสนามเลือกตั้ง เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว จะทำอะไรต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน จะต้องไม่ทำอะไรกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ และต้องไม่ทำอะไรที่ผิดกฏหมายด้วย ผมเชื่อเหลือเกิน เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายต้องทำให้ดี แต่ประเด็นที่นำมาต่อสู้ในสนามเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะว่า กรรมการ คตส.ส่วนใหญ่ มีอคติทางการเมืองต่อผม ตั้งมาเพื่อเล่นงานผมคนเดียว และครอบครัวผม และวิธีการสืบสวนไม่ถูกต้องตามกฏหมายวิธีพิจารณาความ การต่อสู้ทางการเมืองจึงต้องใช้วิธีนี้ แต่วิธีทำจริงๆ กรรมการกฤษฏีกาต้องไปดู ไม่ควรจะบุ่มบ่ามว่า เมื่อเข้ามาแล้ว จะยุบ คตส. ไปเลย ผมคิดว่าไม่ใช่ แต่ผมไม่ได้เป็นรัฐบาล ถามผมไม่ได้
แล้วอีกเงื่อนไขหนึ่ง คือจะต้องไม่มีการล้างแค้นใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ คมช.
ทักษิณ : โอ้ เรื่องนี้นี่ ... จากเทปแรกที่สัมภาษณ์ผมไปแล้วคงจำได้ ผมบอกว่า ถ้าคุณจอมกับผมเกิดแค้นกัน เราเจอหน้ากัน เราไม่กล้ายิงกันหรอก เพราะยิงแล้วติดคุก ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเอาความแค้นเก็บไว้ เราต่างคนได้โรคหัวใจ แต่ก่อนโรคหัวใจบางที อาจเป็นเส้นโลหิตในสมองแตกก่อน พิการก่อน ถามว่าได้อะไรขึ้นมา จริงๆ แล้ว คนไทยด้วยกันทั้งนั้น มองไปข้างหน้าดีกว่า แม้จะไม่มาคบหากัน ไม่กินข้าวกัน ไม่กินเหล้ากัน เอาแค่นั้นก็พอ แต่จะมาบอกว่า มาแก้แค้นกัน มาล้างแค้นกัน มันไม่ยุติ มันไม่จบ สมมติว่าผมล้างแค้นคุณจอม เดี๋ยวลูกหลานเราก็จะล้างแค้นกันไปกันมา 7 ชั่วโคตร ทีนี้เมื่อมันไม่จบ มันไม่มีความสุข
คือวันนี้คนไทยไม่มีความสุขเลย จากการที่คนที่สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง ทะเลาะกัน ผมว่าวันนี้ต้องมองไปข้างหน้า เพราะว่าเราทะเลาะกัน ประชาชนหาเช้ากินค่ำเดือดร้อน คนทำมาหากิน นักธุรกิจที่เพิ่งไปกู้เอาบ้านไปจำนำเศรษฐกิจฟุบ ตรงนี้ผมคิดว่าต้องเห็นใจคนเหล่านั้นบ้าง แม้จะสะใจ สะใจโก๋ สะใจตัวเอง แต่เห็นใจคนอื่นที่เขาเดือดร้อนกันบ้าง อย่าทำเพื่อความสะใจกันเลย มันควรจะจบได้แล้ว
ที่ผ่านมา ถ้ามองจากคนนอก ท่านเองก็โดนมาไม่น้อย รู้สึกอย่างไร
ทักษิณ : แน่นอน ถามว่าเจ็บไหมเจ็บ โกรธ ไหม โกรธ แต่ถามว่าถ้าขืนล้างแค้นกันต่อไปจบไหม ไม่จบ ถ้าเราไม่ทำอะไรผิด ไม่ต้องกลัว เราพิสูจน์ความผิด ให้ประชาชนเข้าใจเรา เราพิสูจน์ให้ประชาชนเข้าใจแล้วเราก็มีความสุข ความเจ็บต่างๆก็หายไป เจ็บก็แล้วไป แต่อย่าไปแค้น แค้นมันได้ทุกข์กับตัวเอง เจ็บก็ให้เจ็บแค่นั้น แต่ถ้าทั้งแค้นทั้งเจ็บทั้งปวด เอาแค่เจ็บก็พอนะ (หัวเราะ)
ข้อเสนอในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคชาติไทย ดูเหมือน คุณบรรหาร เองอยากเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านคิดอย่างไร
ทักษิณ : ไม่จริง ผมรู้จักท่านบรรหารดี แม้ช่วงที่ผ่านมา 1 ปีกว่า ไม่ได้มีโอกาสคุยกัน
ครั้งสุดท้ายได้คุยกับคุณบรรหารเมื่อไหร่
ทักษิณ : เมื่อไม่นานนี้ครับ ได้คุยกับท่านบ้าง
หลังเลือกตั้งหรือก่อนเลือกตั้งครับ
ทักษิณ : ก็หลังเลือกตั้ง
คุยเรื่องอะไรกันครับ
ทักษิณ : ก็ทักทายสารทุกข์สุกดิบ ท่านทักทาย ผมเป็นยังไงบ้าง ผมบอกสบายดี ก็บอกท่านว่า อยากกลับบ้าน พอผมบอกอยากกลับบ้าน ท่านก็เลยสะอึกนิดหน่อย ในฐานะคนที่ชอบพอกันมาก่อน
สะอึก หมายถึง รู้สึกสะเทือนใจแทน ใช่มั้ยครับ
ทักษิณ : ก็ในทำนองนั้นละครับ ของอย่างนี้ถ้าไม่โดนกับใครคงไม่รู้หรอก ถ้าโดนแล้วจะรู้ ที่ต้องออกมาระหกระเหินจากบ้าน จากช่อง จากครอบครัว และถูกกล่าวหาต่างๆ มากมาย มีชีวิตอยู่เมืองนอกด้วยความลำบาก ไม่ใช่ลำบากหรือข้นแค้น แต่ลำบากในการเคลื่อนไหวต่างๆ
เมื่อกี้พูดถึงท่านบรรหาร ผมรู้จักท่านดีเรื่องเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อจังหวะเป็นได้ ท่านก็เป็น แต่เมื่อถึงจังหวะเป็นไม่ได้ ท่านก็ไม่เป็น ซึ่งจังหวะนี้เป็นไม่ได้ เพราะรู้อยู่แล้ว คะแนนเสียงของท่าน 37 เสียง และพรรคพลังประชาชน 233 ท่านก็เคารพเสียงประชาชนว่าตัดสินให้พลังประชาชนเป็นรัฐบาล ท่านจะไปแย่งเป็นนายกรัฐมนตรี ทำไม นั่นคือสิ่งที่ท่านเป็นสุภาพบุรุษพอ
ถ้าอย่างนั้น การฟอร์ม รัฐบาลชุดนี้ คนเป็นนายกต้องเป็นคุณ สมัคร สุนทรเวช แน่นอน แต่ด้วยบุคลิก อารมณ์ร้อน วาจาที่ดุดัน จะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นหรือไม่
ทักษิณ : ผมเชื่อว่าเมื่อท่านเป็นนายกแล้ว ท่านจะใจเย็นลง เพราะปัจจัยรอบด้านที่ท่านต้องรับผิดชอบ ทั้งในด้านของบ้านเมืองซึ่งมีเยอะ และท่านจะต้องบริหารพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีหลายพรรค ผมเชื่อว่าท่านจะต้องเย็นลงแน่นอน และอีกอย่างช่วงเลือกตั้ง กับช่วงหลังเลือกตั้งมันคนละเรื่องกัน
แล้วคดีที่ติดตัวคุณสมัครอยู่ ท่านเป็นห่วงเรื่องนี้ไหมครับ
ทักษิณ : ผู้ถูกกล่าวหาถือว่า ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะได้พิสูจน์ข้อกล่าวหา วันนี้ผมและในทางกฏหมาย ประชาชนทุกคน ควรถือว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ กระบวนการยุติธรรมก็ต้องดำเนินไป ท่านก็ต้องพิสูจน์ตัวของท่านไป
ข้อมูลและภาพประกอบจาก










| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |















































ยาเสพติดกลับมาระบาดอีกแล้วล่มจมแน่ๆประเทศไทย













































































































































เป็นกำลังใจให้ท่านทักษิณค่ะ สู่ต่อไปน่ะค่ะ ชีวิตย่อมมีอุปสรรค์ อย่ายอมแพ้ รอให้ประเทศไทยมีความเป็นธรรมค่อยกลับมาน่ะค่ะ มาตอนนี้มีแต่มาร กฏหมายก็ไม่ยุติธรรมเมื่อก่อนเป็นเรื่องที่ถูกแต่ตอนนี้เป็นเรื่องผิด ทำยังไงได้หล่ะค่ะ ก็คนไทยบางส่วน บางพวกยังไม่รู้ตัวเองอีกมาตอนนี้เป็นยังไง เศรษฐกิจก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ คนก็มีงานทำเยอะแยะ คนกรุงเทพไม่เคยคิดหรอกว่าคนต่างจังหวัดเป็นยังไง เพราะอยู่เมืองหลวงรวย มีความรู้ท่วมหัว มีแต่ความคิดเห็น ไอ้โน้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ได้ เป็นไงหละตอนนี้ บ้านเมือง 















































































































































































..ป.4คาดการว่าสะจะแพ้เลือกตั้ง..น่าจะกลับไปทำการบ้านว่าแพ้เพราะอะไร..มานั่งป้ายขี้แบบเดิมๆ..ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ..






