นอกจากมีงานคอนเสิร์ต งานพรีเซ็นเตอร์ไข่ให้ได้ชมกันแล้ว คราวนี้ "แจ็ค" เมธัส ตรีรัตนวารีสิน จากเวทีนักล่าฝันปี 4 ก็กำลังจะมีงานแสดงมาให้ได้ชมกัน กับละครซิทคอมเรื่อง "มหาชนชาวแฟลต" ซึ่งถือเป็นงานแสดงเรื่องแรก งานนี้เลยจับผู้ได้รับฉายา เจ้าชายไข่เจียว มานั่งคุยกันสักหน่อย
กับงานแสดงเรื่องแรก
แจ็ค : ดีใจมากที่ได้เล่นละคร ตอนแรกที่อ่านบท ก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจ มีคาแรกเตอร์ที่คล้ายตัวเอง เป็นซิทคอมที่สนุกมากๆ ผมเล่นเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เป็นคนมองโลกแง่ดี สดใส ไม่ค่อยทันคน
ยากขนาดไหน
แจ็ค : มันเป็นละครซิทคอม ตอนที่อยู่ในบ้านเอเอฟ ผมอยู่ไม่ถึงสัปดาห์ที่ครูสอนให้เล่นซิทคอม ก็อาจจะยากที่การเข้าจังหวะ ว่าจังหวะไหนควรยืด จังหวะไหนควรเร็ว
มือใหม่อย่างนี้ กลัวเป็นตัวถ่วงไหม
แจ็ค : อ๋อ ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน แต่ตอนหลังคิดว่า ถ้าเรายิ่งคิดเยอะ ก็ยิ่งทำให้เราเล่นไม่ออก ทำให้เรากดดัน เลยไม่คิดแล้ว คิดแต่ว่าเราน่าจะทำได้ แต่ไม่ได้ไปเรียนการแสดงเพิ่มเติม ตอนได้บทมา ก็ให้พี่ที่อยู่ในบ้านเอเอฟด้วยกัน อย่าง พี่ปอ พี่เดียร์ ที่เขาจบการแสดงมา ช่วยต่อบทให้
ดูเหมือนงานจะเยอะกว่า เอเอฟ 4 คนอื่น
แจ็ค : ผมไม่รู้ว่าคนอื่นมีงานหรือเปล่า อาจจะมีแต่เขาไม่ได้เล่าให้ผมฟังก็ได้ (หัวเราะ)
เป็นเพราะหน้าตาขายได้กว่าทุกคนด้วยหรือเปล่า
แจ็ค : คงไม่ใช่หรอก ผมว่าทุกคนก็มีคาแรกเตอร์โดดเด่นของตัวเอง อย่างผมตัวสูง แต่คนอื่นก็อาจจะมีมาดกวน บางคนก็เรียบร้อย สุภาพ แล้วแต่ว่าใครจะคาแรกเตอร์เหมาะกับงานแบบไหน
เจอกระแสสร้างภาพเป็นเด็กเรียบร้อยอีกแล้ว
แจ็ค : ก็อาจจะเพราะบางมุม คือผมอายุ 18 เอง ก็ไม่ได้อยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านเอเอฟ มีคนดูเยอะ คนดูก็เป็นเยาวชนเยอะ ถ้าเราไปหลุดคำไม่ดี คำหยาบคาย ก็จะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้แก่น้องๆ ก็ต้องพยายามตั้งสติ ทำอะไรต้องคิดก่อน เลยดูเหมือนเกร็งๆ แต่จริงๆ ถามว่าผมเรียบร้อยไหม ผมก็เรียบร้อยในระดับหนึ่ง แต่บางมุมก็มีซนๆบ้าง เพราะผมก็ยังเป็นเด็กอยู่ ยังไม่ใช่ผู้ใหญ่
ถูกเม้าท์ว่าสร้างภาพกินมังสวิรัติ แต่ที่บ้านขายอาหารทะเล
แจ็ค : ที่บ้านผมไม่เคยขายอาหาร บ้านผมขายอุปกรณ์ก่อสร้างและเสื้อผ้า แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว เพราะมารับส่งผม ที่ว่าผมกินมังสวิรัติ ตอนที่เขาสัมภาษณ์ผมครั้งแรกก่อนเข้าบ้าน ผมก็ไม่เคยบอกว่าผมกินมังสวิรัติ แต่อาจจะเพราะคนเห็นว่าผมไม่กินเนื้อสัตว์บางชนิด ผมจะกินเนื้อสัตว์นิดเดียว ได้แค่ปลาบางชนิด คนอาจจะเรียกให้เข้าใจง่าย ว่าการไม่กินเนื้อหมูคือกินมังสวิรัติ ซึ่งที่ผมไม่กินเนื้อหมู ก็เป็นความรู้สึกเหมือนคนที่ไม่อยากกินผัก ตอนผมอยู่ในบ้านผมยังพูดเลย ว่าที่ผมไม่กิน ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนใจบุญ แต่ที่จริงคือผมไม่ชอบ
เซ็งกับข่าวไหม
แจ็ค : ไม่นะ เพราะผมเข้าใจว่าจุดนี้อาจจะเข้าใจผิดกันได้ บางทีผมมาข้างนอกบ้าน คนก็งงเพราะเห็นผมกินปลา ส่วนที่ว่าผมกินข้าวหมูกระเทียม จริงๆ แล้วผมกินแต่กระเทียมกับน้ำที่คลุก แต่ผมไม่กินหมู
ที่บ้านหยุดงานเพื่อรับส่ง แสดงว่าค่อนข้างมั่นใจกับงานของแจ็ค
แจ็ค : ไม่หรอก เขาแค่อยากมาดูแลผมมากกว่า เขาเห็นผมเด็กๆ กลัวไม่ค่อยทันคน และอยากให้ผมกลับไปเรียน เพราะว่าเขาจะได้หมดห่วง ผมจะได้มีอาชีพที่มั่นคง ผมก็ตกลงกับเขาว่าผมจะกลับไปเรียน แต่ว่าไปเรียนครึ่งหนึ่ง มาทำงานครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ผมเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหิดล ตอนนี้ยังไม่ได้ลงวิชาเรียนเลย จะลงเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้ว
เห็นว่าที่บ้านมีฐานะ
แจ็ค : ฐานะที่บ้านผมปานกลาง ก็ไม่ได้ดีอะไร วันนี้ผมก็ยังนั่งรถกระบะ แต่ที่พ่อกับแม่ยอมหยุดมารับส่งผม ก็อย่างที่บอกไปตอนแรก ตอนนี้ผมก็พยายามหัดขับรถ หัดนั่งรถอยู่ เพราะเดี๋ยวผมจะออกมาอยู่กับพี่สาว จะให้พ่อกับแม่กลับไปทำงานแล้ว ตอนนี้ยังขับรถไม่แข็ง เพิ่งหัดเอง (หัวเราะ)
รวยแล้วสิ มีทั้งงานคอนเสิร์ต พรีเซ็นเตอร์ งานแสดง
แจ็ค : ไม่รวยหรอก เงินพวกนี้ก็จะเอาไปเป็นค่าเทอม เพราะก่อนเข้าบ้าน พูดถึงค่าเทอมที่จะไปเรียน พ่อกับแม่ผมก็ต้องทำงานหนัก เพื่อเอาเงินส่งเรียน แต่ตอนนี้เราได้เงินมาแล้ว ก็เอาเงินไปเรียน และให้พ่อกับแม่ด้วย
ครอบครัวห่วงเรื่องไหนมากที่สุด
แจ็ค : น่าจะเป็นเรื่องเรียน เขากลัวทำงานแล้วไม่มีเวลากลับไปเรียน และพออายุมากขึ้นหน่อย ก็กลัวไม่ไปเรียนเลย
ต้องดร็อปเรียน กลัวไม่ทันเพื่อนไหม
แจ็ค : ไม่นะ เพราะผมรู้สึกว่าตัวเองเข้าโรงเรียนเร็วด้วย เพื่อนที่เรียนรุ่นผม จะแก่กว่าผมปีหนึ่ง การทำงานก็อาจจะมีผลนิดหน่อยกับการเรียน แต่เราก็ต้องแบ่งเวลา แต่ยังไงผมก็ต้องกลับไปเรียน เพราะเราจะทิ้งไปเลยไม่ได้ อีกหน่อยถ้าเราโต ความคิดเราก็อาจจะเปลี่ยนไป เดี๋ยวพอมี เอเอฟ 5 งานผมก็อาจจะเริ่มน้อยลงด้วย แต่ผมไม่กลัวเรื่องความมั่นคงของงาน เพราะมันเป็นวัฏจักรอยู่แล้ว รุ่นใหม่มาก็ต้องให้งานรุ่นใหม่ก่อน เราก็เคยเป็นรุ่นใหม่ ก็เข้าใจ ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็จะได้กลับไปเรียนด้วย
ที่บ้านห่วงเรื่องสาวๆ ขนาดไหน
แจ็ค : คุณแม่ก็ไม่ค่อยกลัวเท่าไร เพราะไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวเลย กลับบ้านก็แทบสลบแล้ว ไม่มีเวลาคุยโทรศัพท์ สาวๆ ก็ไม่ได้มีเข้ามา ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับมาขอถ่ายรูป แฟนคลับผมก็รุ่นใหญ่หน่อย เขาก็จะค่อนข้างเอ็นดูผมเหมือนน้อง เหมือนหลานมากกว่า
เคยเจอแฟนๆ แนวโรคจิตโทรป่วนไหม
แจ็ค : ไม่มีนะ เพราะโทรศัพท์ผมเป็นแบบเติมเงิน เบอร์ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ (หัวเราะ)
งานนี้สาวคนไหนอยากจะป่วนแจ็ค เห็นทีจะยากแล้วล่ะ...