ธนาธร พร้อมเข้าคุก ถ้าเป็นราคาที่ต้องจ่ายให้กับคนรุ่นต่อไป เชื่อสังคมจะมองเห็นความไม่เป็นธรรม ยันแค่ตนคนเดียว เปลี่ยนแปลงสังคมไม่ได้
นายธนาธร ยืนยันว่า ตนพร้อมเลือกติดคุก มากกว่าหนีออกนอกประเทศ
ถ้าอยากจะจับตนเข้าคุก ก็จับเลย ไม่มีอะไรหยุดยั้งพวกท่านไม่ให้จับได้
เพราะปลายปากกาจะเขียนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพวกท่านอยู่แล้ว
ตนเข้ามาตรงนี้ด้วยความปรารถนาดี อยากให้บ้านเมืองกลับสู่ประชาธิปไตย
และเป็นสังคมที่ปกติ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยไปไกลกว่านี้ได้ แต่ด้วยระบบ
คสช. ที่แฝงร่างมาอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560
มันจะฉุดรั้งไม่ให้พวกเราไปข้างหน้าได้ แต่พรรคก็เข้ามาอยู่ระบบนี้
และดำเนินการสร้างสรรค์ตามที่หาเสียง
ส่วนตนที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานในสภาได้ ก็จะทำงานกับประชาชนต่อไป
คำถามที่ว่าการกระทำที่ผ่าน ๆ มา เป็นการท้าทายอำนาจเก่าเกินไปหรือไม่ นายธนาธร ยืนยันว่า กิจกรรมต่าง ๆ เป็นการต่อยอดจากที่รณรงค์ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ก่อนจะนำนโยบายเปลี่ยนเป็นร่างกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ตัดสินแทนประชาชนก็คือ ส.ส. จากเสียงประชาชน ถือเป็นการกระทำตามระบอบประชาธิปไตยตามปกติ
นายธนาธร ยอมรับว่า คงต้องบอกว่าไม่มีใครอยากติดคุกแน่ ๆ ตนยังมีลูกอยู่
ลูกชายคนโตกำลังจะเป็นวัยรุ่น อายุ 11 ขวบ กำลังเข้าสู่วัยรุ่น
ลูกก็คงจะอยากได้คำปรึกษาในช่วงวัยรุ่น ตนคงจะไม่ได้อยู่ตรงนั้นถ้าติดคุก
ลูกสาวคนที่ 2 เป็นคนที่หัวไว รักการอ่านหนังสือ ตนก็ยังอยากจะอยู่ใกล้ ๆ
ลูกสาวเพื่อที่จะแนะนำให้ลูกอ่านหนังสือ ลูกชายคนที่ 3 อายุ 4 ขวบ
กำลังเริ่มเตะฟุตบอล ตนคงไม่มีโอกาสสอนเขาเตะฟุตบอล ลูกชายคนเล็ก
ตอนนี้เพิ่ง 1 ขวบ ก็คงไม่ได้ไปส่งเขาเข้าโรงเรียนวันแรกถ้าต้องติดคุก
แต่ไม่เป็นไร ถ้านี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อที่จะต่อสู้ให้กับคนรุ่นต่อไปสำหรับประเทศ ถ้านี่คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับอนาคตของประเทศ ก็พร้อมจ่าย พร้อมติดคุก ดังนั้นจะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่มีหนี ไม่ห่วง ไม่ต้องกลัว ก็ได้แต่หวังว่าการกระทำของตน ผู้คนประชาชน จะมองเห็นถึงความไม่เป็นธรรมในประเทศนี้ แล้วลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
ต้องบอกว่าตนไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ ตนคนเดียวทำไม่ได้ ตนเป็นคนธรรมดาที่อยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น ตนคนเดียวทำไม่ได้ ทนไม่ไหวกับความไม่เป็นธรรมในสังคมไทย จึงต้องลุกขึ้นมาทำเอง
![ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ]()
![ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ]()
ภาพจาก Instagram thanathorn.ig
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 รายการแฉ ทางช่อง GMM25 ได้สัมภาษณ์
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หลังต้องพ้นสภาพการเป็น
ส.ส. จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีถือหุ้นสื่อจากการถือหุ้นบริษัท
วี-ลัค มีเดีย จำกัด
นายธนาธร กล่าวถึงกรณีที่อาจจะเป็น ส.ส.
ที่มีสถิติได้เข้าประชุมสภาน้อยที่สุด (40 นาที) ว่า ตนตั้งพรรคขึ้นมาไม่ได้ต้องการเพื่อเป็น ส.ส. หรือมียศศักดิ์ใด ๆ
เพียงแค่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ไปข้างหน้า ให้มีความเสมอภาค แม้จะไม่ได้เป็น ส.ส. ก็ไม่ได้สลักสำคัญ ตนยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่
และจะสร้างพรรคที่แข็งแกร่ง รณรงค์อุดมการณ์ของพรรคในระยะยาวต่อไป
ส่วนกรณีที่อาจจะถูกดำเนินคดีนั้น นายธนาธร กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้สึกตกใจ
เพราะอำนาจที่เราต่อสู้อยู่ คืออำนาจเผด็จการกลายร่าง
ที่อาจจะมีเสื้อคลุมเป็นประชาธิปไตย
แต่เนื้อแท้ของมันก็ยังเป็นเผด็จการอยู่
รู้อยู่แล้วว่าการต่อสู้กับเผด็จการพวกนี้จะต้องเจอกับอำนาจมืด การขู่เข็ญ
การคุกคาม การใช้คดีมาหยุดไม่ให้พวกเราเดินหน้า
พวกเราทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่พวกเรานั้นไม่มีความกังวล
ซึ่งตนซึ่งเป็นถูกร้องจะพูดถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไป
ภาพจาก รายการแฉ ทางช่อง GMM 25
คำถามที่ว่าการกระทำที่ผ่าน ๆ มา เป็นการท้าทายอำนาจเก่าเกินไปหรือไม่ นายธนาธร ยืนยันว่า กิจกรรมต่าง ๆ เป็นการต่อยอดจากที่รณรงค์ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ก่อนจะนำนโยบายเปลี่ยนเป็นร่างกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ตัดสินแทนประชาชนก็คือ ส.ส. จากเสียงประชาชน ถือเป็นการกระทำตามระบอบประชาธิปไตยตามปกติ
กรณีว่าควรจะกลับไปทำธุรกิจแบบเดิม
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนในครอบครัวถูกคดีไปด้วยนั้น นายธนาธร ยืนยันว่า
ตนได้ทิ้งชีวิตที่เคยสะดวกสบายไว้ข้างหลังเพื่ออยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ไปข้างหน้า
คงไม่ย้อนกลับไปทำธุรกิจอีกแล้ว ส่วนเรื่องคดีความนั้น
ถ้ายึดจากคำวินิจฉัยล่าสุด จะเห็นว่ามีแต่ที่อ้างคำว่าสันนิษฐาน
ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่หักแย้งกับหลักฐานที่ตนเสนอไปแม้แต่ชิ้นเดียว
ภาพจาก Instagram thanathorn.ig
แต่ไม่เป็นไร ถ้านี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อที่จะต่อสู้ให้กับคนรุ่นต่อไปสำหรับประเทศ ถ้านี่คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับอนาคตของประเทศ ก็พร้อมจ่าย พร้อมติดคุก ดังนั้นจะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่มีหนี ไม่ห่วง ไม่ต้องกลัว ก็ได้แต่หวังว่าการกระทำของตน ผู้คนประชาชน จะมองเห็นถึงความไม่เป็นธรรมในประเทศนี้ แล้วลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
ต้องบอกว่าตนไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ ตนคนเดียวทำไม่ได้ ตนเป็นคนธรรมดาที่อยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น ตนคนเดียวทำไม่ได้ ทนไม่ไหวกับความไม่เป็นธรรมในสังคมไทย จึงต้องลุกขึ้นมาทำเอง

ภาพจาก Instagram thanathorn.ig

ภาพจาก Instagram thanathorn.ig
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก





